อินเทอร์เน็ตในเกาหลีเหนือ: โลกที่ข้อมูลถูกปิดกั้นและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

สำหรับประชากรราว 25 ล้านคนในเกาหลีเหนือ การเข้าถึงโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคนส่วนใหญ่ ในขณะที่โลกภายนอกมองว่าอินเทอร์เน็ตคือปัจจัยพื้นฐาน แต่ในดินแดนที่ถูกขนานนามว่าอาณาจักรฤาษีแห่งนี้ ข้อมูลข่าวสารที่เปิดกว้างและเสรีเป็นเพียงความฝันที่ห่างไกล

รายงานฉบับล่าสุดจาก Pscore (People for Successful Corean Reunification) องค์กรสิทธิมนุษยชนในเกาหลีใต้ ได้เปิดเผยความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับระบบการควบคุมดิจิทัลในเกาหลีเหนือ โดยระบุว่าแม้แต่ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตก็ยังต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดในทุกย่างก้าว

กลไกการควบคุมและการเฝ้าระวังที่เข้มงวด

การจะได้สิทธิ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตในเกาหลีเหนือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องผ่านกระบวนการขออนุมัติที่ใช้เวลานานหลายวันและต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าหน้าที่หลายระดับ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ผู้ใช้งานจะไม่ได้ท่องโลกออนไลน์อย่างอิสระ แต่จะมีเจ้าหน้าที่คอยนั่งประกบเพื่อตรวจสอบกิจกรรมทุกอย่าง

ตัวอย่างจากคำบอกเล่าของ Kim Suk-Han (นามสมมติ) อดีตนักวิจัยชาวเกาหลีเหนือ ระบุว่าในห้องคอมพิวเตอร์จะมีบรรณารักษ์คอยเฝ้าดูผู้ใช้งานสองคนที่นั่งขนาบข้าง และทุกๆ 5 นาที หน้าจอจะถูกล็อกโดยอัตโนมัติ ซึ่งบรรณารักษ์จะต้องใช้ การสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Authentication) เพื่อปลดล็อกให้ใช้งานต่อได้ โดยมีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงคอยคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ เสมอ

นอกจากนี้ ระยะเวลาการใช้งานยังถูกจำกัดเพียง 1 ชั่วโมงต่อครั้ง และเว็บไซต์ส่วนใหญ่ของเกาหลีจะถูกบล็อก โดยอนุญาตให้เข้าถึงได้เพียงบางเว็บไซต์ในภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนเท่านั้น

Red glowing computer with a fingerprint in the center seven cameras pointing at the computer. Blue lasers are shooting...

ความแตกต่างระหว่าง Global Internet และ Intranet

ในเกาหลีเหนือมีการแบ่งแยกเครือข่ายออกเป็นสองระดับอย่างชัดเจน คืออินเทอร์เน็ตระดับโลก (Global Internet) และเครือข่ายภายในประเทศ (Intranet)

  • Global Internet: จำกัดไว้สำหรับชนชั้นนำเพียงไม่กี่สิบครอบครัวที่มีความใกล้ชิดกับ คิม จอง อึน และชาวต่างชาติ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐ นักวิจัย หรือนักศึกษาด้าน IT บางส่วนจะเข้าถึงได้ในเวอร์ชันที่ถูกควบคุมอย่างหนัก
  • Kwangmyong (ควังมยอง): คือ อินทราเน็ต (Intranet) หรือเครือข่ายภายในที่จำกัดการเข้าถึงเฉพาะเว็บไซต์ที่รัฐบาลอนุญาต แม้จะเข้าถึงได้ง่ายกว่าผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ แต่ก็มีเนื้อหาจำกัดและมีค่าบริการที่สูงเกินกว่าที่ประชาชนทั่วไปจะจ่ายไหว

แม้ปัจจุบันประชากรวัยผู้ใหญ่ 50-80% จะมีโทรศัพท์มือถือ แต่เครื่องมือเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อการสื่อสารพื้นฐานและถูกติดตั้งซอฟต์แวร์ที่แอบถ่ายภาพหน้าจอทุกๆ ไม่กี่นาที เพื่อส่งข้อมูลกลับไปยังรัฐบาล

สรุปความแตกต่างของการเข้าถึงเครือข่ายในเกาหลีเหนือ
ประเภทเครือข่าย กลุ่มผู้ใช้งาน ระดับการควบคุม ลักษณะการใช้งาน
Global Internet ชนชั้นนำ, นักวิจัยระดับสูง, ชาวต่างชาติ สูงสุด (มีการเฝ้าระวังรายนาที) จำกัดเวลาและเว็บไซต์ที่เข้าถึงได้
Kwangmyong (Intranet) นักศึกษา, ข้าราชการ, ประชาชนบางกลุ่ม สูง (คัดกรองเนื้อหาโดยรัฐ) เข้าถึงข้อมูลทางการและช้อปปิ้งออนไลน์บางส่วน
Mobile Network ผู้ใหญ่ 50-80% ของประชากร สูง (มีการดักจับภาพหน้าจอ) โทรศัพท์และส่งข้อความภายในประเทศ

บทลงโทษและการต่อสู้เพื่อข้อมูลข่าวสาร

รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ยกระดับความเข้มงวดผ่านกฎหมายปี 2020 ที่มุ่งเป้าไปที่การสกัดกั้นข้อมูลจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเนื้อหาจากเกาหลีใต้ ซึ่งมักถูกลักลอบนำเข้าผ่าน USB Drive บทลงโทษสำหรับผู้ที่ครอบครองหรือเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้มีความรุนแรงถึงขั้น ประหารชีวิต ดังเช่นกรณีชายที่ลักลอบนำซีรีส์ Squid Game เข้ามาจำหน่ายในประเทศ

Nam Bada เลขาธิการของ Pscore ย้ำว่า การขาดแคลนอินเทอร์เน็ตในเกาหลีเหนือไม่ได้เกิดจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐานหรือความยากจน แต่เป็นผลโดยตรงจาก นโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการควบคุมความคิดของประชาชน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ประชากรส่วนใหญ่ในเกาหลีเหนือไม่รู้จักแนวคิดของ Wi-Fi หรือ Google และรู้จักอินเทอร์เน็ตเพียงในทฤษฎีจากการเรียนในห้องเรียน
  • การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตระดับโลกในบางสถานที่ เช่น สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติในเปียงยาง อาจมีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อได้เพียงไม่กี่เครื่อง
  • การใช้งานอินทราเน็ตเพื่อความบันเทิง (เช่น การเล่นเกม Dota) มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากระบบสามารถตรวจจับ IP Address และระบุตำแหน่งผู้ใช้ได้
  • องค์กรสิทธิมนุษยชนเสนอให้เกาหลีเหนือเปลี่ยนมาใช้โมเดลการเซ็นเซอร์แบบจีน ซึ่งยังดีกว่าการปิดกั้นโดยสมบูรณ์

คำถามที่พบบ่อย

คนเกาหลีเหนือส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตได้หรือไม่?

ไม่ได้ ประชากรส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตระดับโลกได้เลย และแม้แต่เครือข่ายภายใน (Intranet) ก็ยังมีข้อจำกัดด้านราคาและการเฝ้าระวังที่เข้มงวด

Kwangmyong คืออะไร?

คือเครือข่ายอินทราเน็ตภายในประเทศเกาหลีเหนือที่รวบรวมเว็บไซต์ที่รัฐบาลอนุญาตให้เข้าถึงได้ โดยเน้นข้อมูลทางการและการบริการบางอย่างจากภาครัฐ

การลักลอบนำข้อมูลจากต่างประเทศเข้าประเทศมีโทษอย่างไร?

มีความผิดร้ายแรงตามกฎหมายปี 2020 ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต สำหรับผู้ที่นำเข้าหรือเผยแพร่สื่อจากต่างประเทศ เช่น ซีรีส์หรือภาพยนตร์

โทรศัพท์มือถือในเกาหลีเหนือทำงานอย่างไร?

โทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ใช้สำหรับโทรและส่งข้อความภายในประเทศ โดยมีระบบตรวจสอบที่สามารถบันทึกภาพหน้าจอของผู้ใช้เป็นระยะเพื่อส่งให้รัฐบาลตรวจสอบ

ทำไมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจึงสำคัญต่อชาวเกาหลีเหนือ?

เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นประตูสู่ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษา ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เช่น เสรีภาพในการแสดงออก