ICE พยายามใช้สัญญาจ้างเอกชนเลี่ยงกฎหมายรัฐ เพื่อจำกัดการตรวจสอบศูนย์กักกัน
หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ (Immigration and Customs Enforcement หรือ ICE) กำลังถูกจับตามองหลังจากมีการเปิดเผยร่างสัญญาจ้างเครือข่ายศูนย์กักกันเอกชนฉบับใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่ากฎหมายของรัฐและท้องถิ่น "จะไม่มีผลบังคับใช้" กับการดำเนินงานภายในสถานกักกันเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นความพยายามในการผลักดันให้ศูนย์กักกันอยู่เหนือการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสั่งให้ศูนย์กักกันขนาดใหญ่ในแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ต้องเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐวอชิงตันเข้าตรวจสอบ หลังจากที่มีการต่อสู้ทางกฎหมายยาวนานถึง 3 ปี ท่ามกลางข้อร้องเรียนจากผู้ถูกกักตัวกว่า 3,500 ราย และการปฏิเสธการเข้าตรวจถึง 10 ครั้ง
กลยุทธ์การใช้สัญญาเพื่อเลี่ยงอำนาจศาล
ผู้พิพากษา Benjamin Settle ได้ชี้ให้เห็นว่า บริษัท GEO Group ซึ่งเป็นผู้บริหารศูนย์กักกันในเมืองทาโคมา ได้พยายามทำสัญญาฉบับใหม่กับ ICE ในระหว่างการฟ้องร้อง เพื่ออ้างว่า ICE เป็นผู้ควบคุมการเข้าออกอาคาร ไม่ใช่ตัวบริษัทเอง อย่างไรก็ตาม ศาลตัดสินว่าสัญญาจ้างไม่สามารถนำมาใช้ยกเว้นกฎหมายของรัฐได้ เนื่องจากอำนาจในการยกเว้นกฎหมาย (Preemption) ต้องมาจากเจตจำนงของรัฐสภาเท่านั้น ไม่ใช่ข้อตกลงในสัญญาเอกชน
สิ่งที่น่ากังวลคือ ICE ได้นำข้อความที่พยายามยกเลิกผลบังคับใช้ของกฎหมายรัฐ ซึ่งเคยถูกศาลปฏิเสธมาแล้วในกรณีของทาโคมา กลับมาใส่ไว้ในร่างสัญญาจ้างสำหรับเตียงกักตัว 5,500 เตียง ใน 4 ภูมิภาคของประเทศ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในรัฐวอชิงตัน, โคโลราโด, ฟลอริดา และเพนซิลเวเนีย

ข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
แม้เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างจะระบุว่าเป็นขั้นตอนเริ่มต้นของการประมูลแข่งขัน แต่มีข้อบ่งชี้ว่าอาจมีการกำหนดเงื่อนไขเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ GEO Group เนื่องจากกำหนดให้ผู้ชนะการประมูลต้องเริ่มรับผู้ถูกกักตัวภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินกว่าจะก่อสร้างอาคารใหม่ได้ และจำนวนเตียงรวมถึงสถานที่ที่ระบุไว้ ตรงกับศูนย์กักกันที่ GEO Group บริหารอยู่เดิมทุกประการ
| สถานที่/รัฐ | จำนวนเตียง/เงื่อนไข | สถานะสัญญาเดิม |
|---|---|---|
| ทาโคมา, วอชิงตัน | ระบุในร่างสัญญาใหม่ | สิ้นสุด 27 ตุลาคม |
| พอมปาโนบีช, ฟลอริดา | 700 เตียง (ตรงตามข้อมูลเดิม) | สิ้นสุด กันยายน |
| ออโรร่า, โคโลราโด | ระบุในร่างสัญญาใหม่ | สิ้นสุด ตุลาคม |
| ฟิลิปส์เบิร์ก, เพนซิลเวเนีย | ระบุในร่างสัญญาใหม่ | สิ้นสุด 28 กันยายน |
การลดมาตรฐานการดูแลและสิทธิผู้ถูกกักตัว
ร่างสัญญาฉบับนี้ยังอาจนำไปสู่การเปลี่ยนไปใช้ National Detention Standards (NDS) หรือมาตรฐานการกักตัวระดับชาติ ซึ่งเป็นระเบียบปฏิบัติที่ผ่อนปรนกว่ามาตรฐานเดิมปี 2011 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ค่าตอบแทนแรงงาน: ห้ามผู้บริหารจ่ายเงินให้ผู้ถูกกักตัวเกิน 1 ดอลลาร์ต่อวัน สำหรับ "งานอาสาสมัคร" และไม่ถือว่าผู้ทำงานเป็นลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างหรือสวัสดิการ
- การสื่อสาร: อนุญาตให้ใช้เครื่องมือแปลภาษา AI สำหรับการสื่อสารที่ "ไม่วิกฤต"
- การบริหารบุคลากร: อนุญาตให้ดำเนินงานโดยมีเจ้าหน้าที่ (รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์) เพียง 85% ของอัตรากำลังได้อย่างไม่มีกำหนด
- การตรวจสอบ: จำกัดการตรวจสอบภายนอกให้เหลือเพียง ICE, หน่วยงานที่ ICE รับรอง และเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเท่านั้น
ผลกระทบจากการขาดการตรวจสอบเห็นได้ชัดในศูนย์ทาโคมา ซึ่งมีการรายงานว่าผู้ถูกกักตัวบางรายได้รับตรวจสุขภาพล่าช้ากว่ากำหนดถึง 22 วัน และมีการเว้นระยะการตรวจเช็กผู้ที่มีความเสี่ยงฆ่าตัวตายห่างกันถึง 14 ชั่วโมง จากที่กำหนดไว้ 8 ชั่วโมง รวมถึงมีข้อกล่าวหาว่าบุคลากรทางการแพทย์ทำร้ายผู้ถูกกักตัวขณะเกิดอาการชัก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ICE พยายามใช้สัญญาจ้างเอกชนเพื่อระบุว่ากฎหมายรัฐ "ไม่มีผลบังคับใช้" เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ
- ศาลรัฐบาลกลางตัดสินว่า สัญญาจ้างไม่สามารถอยู่เหนือกฎหมายของรัฐได้
- มีการเปลี่ยนไปใช้มาตรฐาน NDS ซึ่งลดความเข้มงวดในการดูแลและจำกัดสิทธิผู้ถูกกักตัว
- DHS (กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ) เคยใช้วิธีซื้ออาคารศูนย์กักกันจากเอกชน (CoreCivic) เพื่อให้กลายเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลกลางและเลี่ยงกฎหมายรัฐในแคลิฟอร์เนีย
- ในเพนซิลเวเนีย การเปลี่ยนเป็นสัญญาจ้างโดยตรงกับรัฐบาลกลางจะทำให้รัฐท้องถิ่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม ICE ถึงต้องการให้กฎหมายรัฐไม่มีผลบังคับใช้ในศูนย์กักกัน?
เพื่อลดการแทรกแซงและการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ ซึ่งมักจะเข้ามาตรวจสอบเมื่อมีการร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิหรือมาตรฐานสุขอนามัยภายในศูนย์กักกันเอกชน
มาตรฐาน NDS แตกต่างจากมาตรฐานเดิมอย่างไร?
มาตรฐาน NDS มีความผ่อนปรนมากกว่า โดยลดภาระของผู้รับเหมาเอกชน เช่น การอนุญาตให้มีบุคลากรต่ำกว่าเกณฑ์ และการจำกัดค่าตอบแทนของผู้ถูกกักตัวที่ทำงานในศูนย์ ซึ่งต่างจากมาตรฐานปี 2011 ที่เน้นผลการดำเนินงานที่เข้มงวดกว่า
บริษัท GEO Group และ CoreCivic มีบทบาทอย่างไรในเรื่องนี้?
ทั้งสองบริษัทเป็นผู้บริหารศูนย์กักกันเอกชน โดย GEO Group ถูกระบุในคดีที่พยายามใช้สัญญาเลี่ยงกฎหมายรัฐ ส่วน CoreCivic ได้ขายศูนย์กักกันในแคลิฟอร์เนียให้แก่ DHS เพื่อให้สถานกักกันเหล่านั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางโดยสมบูรณ์
การตัดสินของศาลในรัฐวอชิงตันมีผลครอบคลุมทั่วประเทศหรือไม่?
คำตัดสินของผู้พิพากษา Benjamin Settle เป็นคำตัดสินเบื้องต้นที่มีผลบังคับใช้เฉพาะในเขตอำนาจศาลของรัฐวอชิงตันเท่านั้น ไม่ได้ผูกพันศาลในรัฐอื่น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ ICE พยายามนำข้อความดังกล่าวไปใส่ในสัญญาของรัฐอื่นๆ ด้วย



