หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ICE และ BORTAC กับข้อกังขาเรื่องการใช้ความรุนแรงในสหรัฐฯ
เหตุการณ์สะเทือนขวัญในเมืองมินนีแอโพลิส เมื่อ Alex Pretti พยาบาลแผนกผู้ป่วยหนักวัย 37 ปี ถูกเจ้าหน้าที่รัฐวิสามัญยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 มกราคม ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โลกหันมาจับตามองการทำงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้ยุทธวิธีที่รุนแรงเกินกว่าเหตุในการกวาดล้างผู้อพยพ
หัวใจสำคัญของปฏิบัติการเหล่านี้คือหน่วยงานในสังกัด Department of Homeland Security (DHS) หรือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งประกอบด้วยหน่วย SRT (Special Response Teams) ของทั้ง ICE และ CBP รวมถึงหน่วย BORTAC (Border Patrol Tactical Unit) ซึ่งเป็นหน่วยยุทธวิธีที่มีลักษณะการทำงานคล้ายกองกำลังกึ่งทหาร (Paramilitary) มากกว่าตำรวจท้องถิ่น โดยนำยุทธวิธีที่เคยใช้ในสมรภูมิสงคราม เช่น อิรัก หรือ อัฟกานิสถาน มาใช้กับพลเมืองในประเทศ
ความแตกต่างระหว่างหน่วยยุทธวิธีและตำรวจท้องถิ่น
การทำงานของ SRT และ BORTAC มีความแตกต่างจากตำรวจหรือนายอำเภอท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านอุปกรณ์และวิธีการปฏิบัติงาน โดยหน่วยเหล่านี้จะใช้ อุปกรณ์ยุทธวิธีเต็มรูปแบบ เช่น หมวกเหล็กแบบทหาร, ปืนไรเฟิลจู่โจม, ระเบิดแสง (Flash-bang), และอาวุธควบคุมฝูงชนอย่างปืนยิงโฟมหรือลูกบอลพริกไทย
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระเบิดเพื่อพังประตูบ้าน และการบุกจู่โจมฝูงชนโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือรายงานที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่เหล่านี้อาจได้รับคำสั่งให้บุกเข้าค้นบ้านหรือจับกุมบุคคลได้โดย ไม่ต้องมีหมายศาล ซึ่งขัดกับหลักการปฏิบัติงานของตำรวจทั่วไปอย่างรุนแรง
| หน่วยงาน | ชื่อหน่วยยุทธวิธี | จำนวนเจ้าหน้าที่ | บทบาทหลัก |
|---|---|---|---|
| ICE | SRT (Special Response Teams) | 554 นาย (38 ทีม) | จับกุมผู้ต้องสงสัยความเสี่ยงสูง, คุ้มกันการส่งตัวผู้ถูกกักตัว |
| CBP | BORTAC (Border Patrol Tactical Unit) | 259 นาย | ปราบปรามยาเสพติด, ต่อต้านการก่อการร้าย, รักษาความปลอดภัยชายแดน |
| CBP (Field Operations) | SRT | 143 นาย | ปฏิบัติการความมั่นคงชายแดน, บังคับใช้หมายจับความเสี่ยงสูง |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การสูญเสียชีวิต: มีรายงานการเสียชีวิตของพลเรือน เช่น Renee Good และ Alex Pretti จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ SRT
- การขาดความรับผิดชอบ: จากเหตุยิงกัน 16 ครั้งโดยเจ้าหน้าที่ DHS ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไม่มีการสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่รายใดทั้งในระดับรัฐและระดับประเทศ
- ยุทธวิธีทางทหาร: มีการใช้สัญลักษณ์ทางจิตวิทยา เช่น การทิ้งไพ่ Ace of Spades ไว้ในรถของผู้ถูกจับกุม ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่เคยใช้ในสงครามเวียดนามและอิรัก
- การปกปิดตัวตน: เจ้าหน้าที่ BORTAC และ SRT มักไม่ระบุชื่อในเอกสารทางกฎหมาย และมีการเบลอใบหน้าในภาพถ่ายทางการเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ
วิกฤตความเชื่อมั่นและการละเมิดสิทธิ
อดีตผู้บัญชาการ CBP Gil Kerlikowske เปรียบเทียบการใช้หน่วย BORTAC ในเขตเมืองว่าเหมือนกับการ "ใช้เลื่อยไฟฟ้าตัดหญ้าหน้าบ้าน" เนื่องจากเจ้าหน้าที่เหล่านี้ถูกฝึกมาเพื่อปฏิบัติการในทะเลทราย ไม่ใช่การดูแลความสงบเรียบร้อยในเมือง
นอกจากนี้ยังมีคดีความทางแพ่งมากมายที่กล่าวหาว่าหน่วย BORTAC ใช้วิธีการแบบ "จู่โจมกลางดึก" (Night Raid) เช่น กรณีของ Carmina Guerrero ที่ครอบครัวถูกบุกค้นบ้านตอนตี 5 โดยไม่มีหมายศาล และสมาชิกในครอบครัวถูกปฏิบัติอย่างย่ำแย่และถูกคุกคามทางเพศ ทั้งที่ท้ายที่สุดแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ
คำถามที่พบบ่อย
หน่วย BORTAC และ SRT แตกต่างจากตำรวจปกติอย่างไร?
แตกต่างกันที่การฝึกฝนและอุปกรณ์ โดย BORTAC และ SRT ถูกฝึกแบบหน่วยรบพิเศษทางทหาร เน้นการจู่โจมและการใช้กำลังขั้นเด็ดขาด ในขณะที่ตำรวจปกติจะเน้นการรักษากฎหมายและการลดระดับความรุนแรง (De-escalation)
ทำไมเจ้าหน้าที่เหล่านี้ถึงไม่ถูกดำเนินคดีเมื่อเกิดความรุนแรง?
เนื่องจากมีการปกปิดตัวตนของเจ้าหน้าที่ในชั้นศาล การไม่ระบุชื่อในคำให้การ และการใช้หน้ากากปิดบังใบหน้าขณะปฏิบัติงาน ทำให้การระบุตัวผู้กระทำผิดเพื่อนำมาลงโทษทางกฎหมายทำได้ยากยิ่ง
การใช้ไพ่ Ace of Spades มีความหมายว่าอย่างไร?
เป็นการนำวัฒนธรรมสงครามมาใช้ โดยในอดีตทหารสหรัฐฯ เคยทิ้งไพ่ใบนี้ไว้บนร่างผู้เสียชีวิตในสงครามเวียดนาม เพื่อเป็นการข่มขวัญและแสดงอำนาจเหนือศัตรู
การติดตั้งกล้อง Body Cam จะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่?
แม้รัฐมนตรี DHS จะสัญญาว่าจะติดตั้งกล้องให้เจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าหากรัฐบาลยังคงปกปิดชื่อและตัวตนของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการศาล ฟุตเทจจากกล้องก็อาจไม่สามารถนำมาใช้สร้างความรับผิดชอบ (Accountability) ได้อย่างแท้จริง



