ข้อมูลบิดเบือนเรื่องการกราดยิงในโรงเรียนกับอัตลักษณ์ทางเพศ: กรณีศึกษา Heritage Foundation

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อ Heritage Foundation และ Oversight Project ซึ่งเป็นองค์กรขับเคลื่อนนโยบายสายอนุรักษนิยม ได้เรียกร้องให้ FBI กำหนดให้ "ลัทธิความเชื่อเรื่องคนข้ามเพศที่สร้างความรุนแรง" หรือ TIVE (Transgender Ideology-Inspired Violent Extremism) เป็นประเภทหนึ่งของการก่อการร้ายภายในประเทศ โดยอ้างว่าความเชื่อที่ปฏิเสธพื้นฐานทางชีววิทยาของเพศสภาพเป็นแรงจูงใจสำคัญในการก่อเหตุรุนแรง

ข้อเรียกร้องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อระดมกำลังบังคับใช้กฎหมายกับเครือข่ายก่อการร้ายในประเทศ ซึ่งมีการนิยามขอบเขตไว้อย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจมีการนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

การใช้สถิติที่คลาดเคลื่อนเพื่อสร้างวาทกรรม

จุดที่น่าตกใจที่สุดคือการที่ Heritage Foundation อ้างว่า 50% ของเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนครั้งสำคัญ (ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรม) ตั้งแต่ปี 2015 มีความเกี่ยวข้องกับลัทธิความเชื่อเรื่องคนข้ามเพศ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการขอข้อมูลสนับสนุน ข้อเท็จจริงกลับพบว่าตัวเลขนี้มาจากการคัดเลือกข้อมูลเพียงบางส่วน (Cherry-picking) โดย Roger Severino รองประธานของมูลนิธิฯ ใช้ชุดข้อมูลที่มีเหตุการณ์เพียง 8 ครั้ง และระบุว่า 4 ใน 8 ครั้งนั้นเกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุที่เป็นคนข้ามเพศหรือมีแรงจูงใจที่เกี่ยวข้อง

ในทางตรงกันข้าม ข้อมูลจาก K-12 School Shooting Database ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุดและติดตามเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 1966 พบว่าตั้งแต่ปี 2015 มีเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนอย่างน้อย 48 ครั้งที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตตั้งแต่ 4 รายขึ้นไป แต่มีผู้ก่อเหตุเพียง 3 รายเท่านั้นที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นคนข้ามเพศหรืออยู่ระหว่างการดูแลเพื่อยืนยันเพศสภาพ (Gender-affirming care)

Image 10

วิเคราะห์แรงจูงใจที่แท้จริงเบื้องหลังความรุนแรง

จากการตรวจสอบเหตุการณ์ที่ถูกยกมาอ้าง พบว่าแรงจูงใจไม่ได้มาจาก "ลัทธิคนข้ามเพศ" ตามที่กล่าวอ้าง เช่น ในเหตุการณ์ที่เมืองแนชวิลล์ ตำรวจระบุว่าผู้ก่อเหตุต้องการชื่อเสียงและความโด่งดังมากกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง ส่วนในโคโลราโด ผู้ก่อเหตุระบุว่าเกิดจากการถูกกลั่นแกล้งและปัญหาสุขภาพจิตที่สะสมมานาน

นอกจากนี้ เหตุการณ์รุนแรงครั้งใหญ่ เช่น ที่พาร์คแลนด์ (2018) และยูวัลเด (2022) ล้วนก่อเหตุโดยชายหนุ่มที่มีประวัติความเกลียดชังผู้หญิง (Misogyny) หรือมีความคิดรุนแรง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ทางเพศแต่อย่างใด นักวิจัยชี้ว่าความรุนแรงที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ส่วนใหญ่มาจาก กลุ่มคนผิวขาวที่เชื่อในความเหนือกว่า (White Supremacists), กลุ่มต่อต้านรัฐบาล และกลุ่มเกลียดผู้หญิง

Image 11
ตารางเปรียบเทียบข้อมูลการกราดยิงในโรงเรียนตั้งแต่ปี 2015
หัวข้อเปรียบเทียบ ข้อกล่าวอ้างของ Heritage Foundation ข้อมูลจากฐานข้อมูล K-12 / Gun Violence Archive
สัดส่วนผู้ก่อเหตุที่เป็นคนข้ามเพศ ประมาณ 50% (ในกลุ่มที่เลือกมา) น้อยกว่า 0.087% (จากเหตุการณ์กราดยิงทั้งหมดในสหรัฐฯ)
จำนวนเหตุการณ์ที่นำมาวิเคราะห์ น้อยกว่า 10 กรณี 48 กรณี (ที่มีผู้ประสบเหตุ 4 รายขึ้นไป)
แรงจูงใจหลักที่ระบุ ลัทธิความเชื่อเรื่องคนข้ามเพศ (TIVE) ปัญหาสุขภาพจิต, การถูกกลั่นแกล้ง, ความเกลียดชังทางเชื้อชาติ/เพศ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การบิดเบือนข้อมูล: Heritage Foundation ใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กมากเพื่อสร้างตัวเลข 50% ซึ่งไม่สะท้อนความเป็นจริงในภาพรวม
  • ความเสี่ยงทางสังคม: การจัดประเภทอัตลักษณ์ทางเพศให้เป็น "การก่อการร้าย" อาจนำไปสู่การสร้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มคนข้ามเพศ
  • สถิติที่แท้จริง: คนข้ามเพศมีแนวโน้มที่จะตกเป็น เหยื่อ ของความรุนแรงจากอาวุธปืนมากกว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ
  • การเบี่ยงเบนความสนใจ: การมุ่งเป้าไปที่ TIVE ทำให้สังคมละเลยภัยคุกคามที่แท้จริงจากกลุ่มนีโอนาซี (Neo-fascist) และกลุ่มขวาจัด

ผลกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายและสิทธิมนุษยชน

ผู้เชี่ยวชาญและนักสิทธิมนุษยชนเตือนว่า การผลักดันนโยบายนี้ควบคู่ไปกับการตัดงบประมาณด้านการต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศของรัฐบาล เป็นสัญญาณที่น่ากังวล โดย FBI ได้ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ในหน่วยเฉพาะทางและหันไปให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองแทน

การเปลี่ยนนิยามของ "การต่อต้านทางการเมือง" ให้กลายเป็น "ลัทธิสุดโต่ง" ไม่เพียงแต่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ยังเป็นการสร้างความหวาดกลัวและตีตรากลุ่มคนชายขอบให้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยเพียงเพราะอัตลักษณ์ของพวกเขา

คำถามที่พบบ่อย

TIVE คืออะไร?

TIVE ย่อมาจาก Transgender Ideology-Inspired Violent Extremism หรือลัทธิความเชื่อเรื่องคนข้ามเพศที่สร้างความรุนแรง ซึ่งเป็นคำที่ Heritage Foundation เสนอให้ FBI ใช้เป็นประเภทหนึ่งของการก่อการร้ายในประเทศ

ตัวเลข 50% ที่ Heritage Foundation อ้างมาได้อย่างไร?

เกิดจากการเลือกเฉพาะเหตุการณ์จำนวนน้อย (ไม่ถึง 10 กรณี) โดยตัดเหตุการณ์ที่เกิดจากอาชญากรรมหรือความขัดแย้งส่วนตัวออก แล้วเลือกเฉพาะกรณีที่ผู้ก่อเหตุมีอัตลักษณ์เป็นคนข้ามเพศ เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สูงตามต้องการ

ข้อมูลจริงระบุว่าคนข้ามเพศก่อเหตุกราดยิงบ่อยแค่ไหน?

จากข้อมูลของ Gun Violence Archive พบว่าในเหตุการณ์กราดยิงกว่า 5,700 ครั้งในสหรัฐฯ มีผู้ก่อเหตุที่เป็นคนข้ามเพศหรือ Non-binary เพียง 5 ราย หรือคิดเป็นไม่ถึง 0.087% เท่านั้น

ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงกังวลกับการจัดประเภท TIVE?

เพราะเป็นการนำ "อัตลักษณ์ทางเพศ" มาปะปนกับ "อุดมการณ์ทางการเมือง" ซึ่งอาจทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ และเบี่ยงเบนความสนใจจากกลุ่มก่อการร้ายที่อันตรายจริงๆ เช่น กลุ่ม White Supremacists

แรงจูงใจส่วนใหญ่ของการกราดยิงในโรงเรียนคืออะไร?

มักเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิต การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน ความเกลียดชังผู้หญิง หรือความเชื่อสุดโต่งทางขวา ไม่ใช่เรื่องของอัตลักษณ์ทางเพศ