Nintendo เผยยอดขาย Wii U ตกต่ำกว่าคาด พร้อมรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก
สถานการณ์ของ Nintendo ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2014 กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะยอดขายของเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง Wii U ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากเปิดตัวได้เพียง 6 เดือน
ในด้านการเงิน Nintendo รายงานยอดขายสุทธิอยู่ที่ 81.5 พันล้านเยน (ประมาณ 832 ล้านดอลลาร์) แต่กลับประสบภาวะขาดทุนจากการดำเนินงาน (Operating Loss) หรือการขาดทุนที่เกิดจากกิจกรรมหลักของธุรกิจจำนวน 4.92 พันล้านเยน (ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์) อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ากำไรสุทธิยังคงอยู่ที่ 8.62 พันล้านเยน (ประมาณ 88 ล้านดอลลาร์) และยังคงเป้าหมายกำไรจากการดำเนินงานสำหรับปีงบประมาณนี้ไว้ที่ 1 แสนล้านเยนตามเดิม
วิกฤตยอดขาย Wii U และการเปรียบเทียบกับรุ่นพี่
ตัวเลขที่น่ากังวลที่สุดคือยอดจำหน่ายเครื่อง Wii U ทั่วโลกในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ซึ่งทำได้เพียง 160,000 เครื่อง และมียอดขายซอฟต์แวร์หรือตัวเกมประกอบเพียง 1.03 ล้านชุด ซึ่งตัวเลขนี้ลดลงถึง 51.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
หากพิจารณาในภาพรวม Wii U มียอดขายสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 3.61 ล้านเครื่อง ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ Nintendo เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะทำได้ 5.5 ล้านเครื่องภายในสิ้นเดือนมีนาคม นอกจากนี้ ทางบริษัทระบุว่าการขายฮาร์ดแวร์ในขณะนี้ยังส่งผลกระทบเชิงลบต่อกำไร ซึ่งสะท้อนว่า Wii U กำลังถูกใช้เป็น Loss Leader หรือกลยุทธ์การยอมขายสินค้าในราคาขาดทุนเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อสินค้าอื่น (เช่น เกม) แทน
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ ในไตรมาสเดียวกันนี้ เครื่อง Wii รุ่นดั้งเดิมกลับมียอดขายสูงกว่ารุ่นใหม่อย่าง Wii U โดยสามารถทำยอดขายได้ถึง 210,000 เครื่องทั่วโลก
สถานการณ์ของ Nintendo 3DS และทิศทางในอนาคต
สำหรับเครื่องเกมพกพา Nintendo 3DS มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 1.4 ล้านเครื่อง ลดลง 25% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ในส่วนของซอฟต์แวร์กลับเติบโตขึ้นถึง 49% โดยได้รับแรงหนุนจากเกมยอดนิยมอย่าง Tomodachi Collection: New Life in Japan และ Animal Crossing: New Leaf
เพื่อกอบกู้สถานการณ์ Nintendo หวังพึ่งพาไลน์อัปซอฟต์แวร์ที่กำลังจะมาถึง โดยในงาน E3 ที่ผ่านมา บริษัทได้นำเสนอเกมจากแฟรนไชส์ระดับตำนานอย่าง Super Mario, Mario Kart และ Donkey Kong Country เพื่อดึงดูดผู้เล่นให้กลับมาสนใจ Wii U อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่ เมื่อผู้พัฒนาเกมรายใหญ่อย่าง Warner Bros. ยืนยันว่าจะไม่ใส่โหมดผู้เล่นหลายคน (Multiplayer) ในเกม Batman: Arkham Origins เวอร์ชัน Wii U เนื่องจากต้องการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้เล่นบน Xbox 360, PlayStation 3 และ PC ซึ่งมีฐานผู้เล่นมากกว่า ซึ่งหากผู้พัฒนาเกมรายอื่นลดทอนเนื้อหาของเกมบน Wii U ลง อาจกลายเป็นวงจรที่ทำให้เครื่องเกมรุ่นนี้เติบโตได้ยากยิ่งขึ้น
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Wii U มียอดขายไตรมาสล่าสุดเพียง 160,000 เครื่อง ลดลง 51.3% จากไตรมาสก่อน
- ยอดขายสะสมของ Wii U อยู่ที่ 3.61 ล้านเครื่อง ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 5.5 ล้านเครื่อง
- Wii รุ่นดั้งเดิม ขายดีกว่า Wii U ในไตรมาสนี้ (210,000 เครื่อง เทียบกับ 160,000 เครื่อง)
- Nintendo 3DS มียอดขายซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น 49% แม้ยอดขายเครื่องจะลดลง 25%
- Nintendo ขาดทุนจากการดำเนินงาน 4.92 พันล้านเยนในไตรมาสแรก
| รายการ | จำนวน / มูลค่า | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ยอดขายสุทธิ (Net Sales) | 81.5 พันล้านเยน | ประมาณ 832 ล้านดอลลาร์ |
| ขาดทุนจากการดำเนินงาน | 4.92 พันล้านเยน | ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ |
| ยอดขายเครื่อง Wii U | 160,000 เครื่อง | ลดลง 51.3% จากไตรมาสก่อน |
| ยอดขายเครื่อง Wii (รุ่นเดิม) | 210,000 เครื่อง | สูงกว่ายอดขาย Wii U |
| ยอดขายเครื่อง 3DS | 1.4 ล้านเครื่อง | ลดลง 25% จากปีก่อน |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมยอดขาย Wii U ถึงน่ากังวล?
เพราะยอดขายลดลงอย่างรวดเร็วถึง 51.3% ในไตรมาสเดียว และยอดขายสะสมยังห่างไกลจากเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ถึงเกือบ 2 ล้านเครื่อง
Loss Leader ในบริบทของ Wii U หมายถึงอะไร?
หมายถึงการที่ Nintendo ยอมขายเครื่อง Wii U ในราคาที่อาจจะขาดทุน เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องไป และหวังจะสร้างกำไรคืนจากยอดขายซอฟต์แวร์หรือเกมในภายหลัง
ผลประกอบการด้านการเงินของ Nintendo เป็นอย่างไร?
ในไตรมาสแรกบริษัทประสบภาวะขาดทุนจากการดำเนินงานประมาณ 4.92 พันล้านเยน แต่ยังมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8.62 พันล้านเยน และยังคงเป้าหมายกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิม
Nintendo มีแผนจะแก้ไขสถานการณ์ยอดขายที่ตกต่ำอย่างไร?
บริษัทมุ่งเน้นไปที่การออกซอฟต์แวร์เกมคุณภาพสูงจากซีรีส์ยอดนิยม เช่น Super Mario และ Mario Kart เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานให้หันมาซื้อเครื่อง Wii U มากขึ้น
การตัดสินใจของ Warner Bros. ส่งผลกระทบต่อ Wii U อย่างไร?
การตัดโหมด Multiplayer ออกจากเกม Batman: Arkham Origins แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนาเริ่มลดความสำคัญของ Wii U ลง ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคขาดแรงจูงใจในการซื้อเครื่องเกมรุ่นนี้



