Nintendo พยายามกู้ศรัทธาผู้บริโภค หลังยอดขาย Wii U ไม่เป็นไปตามเป้า
ในขณะที่เครื่องเกม Wii U กำลังเผชิญกับมรสุมด้านยอดขายที่ค่อนข้างซบเซาในตลาดปัจจุบัน ทาง Nintendo ผู้ผลิตเครื่องเกมยักษ์ใหญ่จึงพยายามดึงความเชื่อมั่นของทั้งเหล่านักลงทุนและผู้บริโภคกลับคืนมา โดยการย้อนรำลึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในอดีตและสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างผู้เล่นกับตัวละครอันเป็นที่รักของบริษัท
จากรายงานฉบับล่าสุด Nintendo ได้นำเสนอภาพรวมความสำเร็จตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เพื่อลดทอนความตึงเครียดจากยอดขายที่น่าผิดหวังของ Wii U โดยระบุว่าบริษัทสามารถจำหน่ายเครื่องเกมสำหรับใช้ในบ้าน (Home Game Systems) เช่น NES, N64 และ Wii ไปได้เกือบ 269 ล้านเครื่อง และยังมียอดขายเครื่องเกมพกพา (Handheld Systems) อย่าง Game Boy และ Nintendo DS อีกกว่า 385 ล้านเครื่อง
เป้าหมายการทวงคืนกำไรในแบบฉบับ Nintendo
แม้ว่า Wii U จะออกวางจำหน่ายมาได้ประมาณ 6 เดือน แต่ตัวเลขยอดขายกลับห่างไกลจากความสำเร็จของเครื่องรุ่นก่อนๆ อย่างมาก โดยในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา Nintendo ประกาศว่ามียอดขายเพียง 160,000 เครื่อง ส่งผลให้ยอดขายรวมทั้งหมดหยุดอยู่ที่ 3.45 ล้านเครื่อง
Satoru Iwata ประธานบริษัทในขณะนั้น ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันผลประกอบการให้ดีขึ้นในปีถัดไป โดยตั้งเป้าที่จะนำกำไรในระดับที่เรียกว่า "แบบฉบับของ Nintendo" (Nintendo-like profits) กลับคืนมาให้ได้ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2014 ซึ่งกลยุทธ์หลักคือการนำเสนอเกมและบริการที่น่าดึงดูดใจให้แก่ผู้ใช้งาน
การใช้ความผูกพันทางอารมณ์เพื่อสร้างการเติบโต
รายงานของ Nintendo ไม่ได้เน้นเพียงแค่ตัวเลขทางการเงิน แต่ยังพยายามสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ในระยะยาวกับลูกค้า ผ่านการใช้ภาพลักษณ์ที่สื่อถึงความผูกพัน เช่น ภาพเด็กน้อยที่มีเงาสะท้อนของ Mario ในดวงตา พร้อมคำบรรยายที่ว่า "ฉันเติบโตมากับเกมของ Nintendo" และในทางกลับกัน มีภาพที่สะท้อนตัวเด็กในดวงตาของ Mario พร้อมข้อความว่า "เกมของ Nintendo ก็เติบโตมาพร้อมกับคุณเช่นกัน"
นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาพที่สร้างความถวิลหาอดีต (Nostalgia) โดยนำตัวละคร Mario ในรูปแบบพิกเซลจากปี 1985 มาผสมผสานกับรูปลักษณ์แบบการ์ตูนในปี 2013 เพื่อตอกย้ำว่า Nintendo ต้องการสร้างสรรค์เกมที่ทุกคนสามารถสนุกได้ โดยไม่จำกัดเพศ อายุ หรือประสบการณ์ในการเล่นเกม

วิเคราะห์สาเหตุและอุปสรรคในอนาคต
Nintendo มองว่าปัญหาของ Wii U ไม่ได้เกิดจากตัวเครื่องที่มีข้อบกพร่อง แต่เป็นเพราะการขาดหายไปของตัวละครหลักในช่วงเปิดตัว โดยบริษัทคาดหวังว่าการปล่อยเกมใหม่ๆ เช่น ภาคต่อของ Mario หลายๆ ภาค, Donkey Kong และการนำ Zelda กลับมาทำใหม่ (Remake) ซึ่งจะวางจำหน่ายในช่วงปลายปี จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อคู่แข่งสำคัญอย่าง Microsoft และ Sony เตรียมส่งเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่งจะทำให้การแข่งขันในสมรภูมินี้ดุเดือดขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ยอดขายสะสม: เครื่องเกมบ้านเกือบ 269 ล้านเครื่อง และเครื่องพกพากว่า 385 ล้านเครื่องในรอบ 30 ปี
- วิกฤต Wii U: ยอดขายช่วง เม.ย. - มิ.ย. มีเพียง 160,000 เครื่อง และยอดรวมอยู่ที่ 3.45 ล้านเครื่อง
- กลยุทธ์กู้ชื่อ: เน้นการใช้ความผูกพันทางอารมณ์และตัวละครไอคอนิกเพื่อดึงดูดผู้เล่นทุกกลุ่ม
- ความหวังใหม่: การปล่อยเกมเรือธงอย่าง Mario, Donkey Kong และ Zelda ในช่วงปลายปี
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ยอดขายรวม Wii U | 3.45 ล้านเครื่อง |
| เป้าหมายทางการเงิน | ทวงคืนกำไรแบบ "Nintendo-like" ภายใน มี.ค. 2014 |
| ปัจจัยขับเคลื่อนยอดขาย | การเปิดตัวเกมจากซีรีส์ Mario, Donkey Kong และ Zelda |
| คู่แข่งสำคัญ | Microsoft และ Sony |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมยอดขาย Wii U ถึงไม่ประสบความสำเร็จในช่วงแรก?
Nintendo วิเคราะห์ว่าสาเหตุหลักไม่ได้มาจากตัวฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากการที่เกมที่มีตัวละครยอดนิยม (Iconic Characters) ยังไม่ถูกปล่อยออกมาในช่วงแรกของการวางจำหน่าย
Nintendo มีแผนจะแก้ไขสถานการณ์ยอดขายอย่างไร?
บริษัทวางแผนที่จะปล่อยเกมคุณภาพสูงจากซีรีส์ดัง เช่น Mario, Donkey Kong และ Zelda รวมถึงการนำเสนอการบริการที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดผู้บริโภค
เป้าหมายของ Satoru Iwata คืออะไร?
เป้าหมายคือการทำให้บริษัทกลับมามีผลกำไรในระดับที่สูงเหมือนในอดีต (Nintendo-like profits) ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2014
Nintendo ใช้กลยุทธ์ใดในการสื่อสารกับผู้บริโภคในรายงานฉบับนี้?
ใช้การสร้างความผูกพันทางอารมณ์ (Emotional Connection) โดยเน้นย้ำว่าเกมของ Nintendo เติบโตมาพร้อมกับผู้เล่น และมุ่งเน้นการเข้าถึงผู้เล่นทุกเพศทุกวัย



