Nintendo กับกลยุทธ์การปฏิเสธเกมบนสมาร์ทโฟน เพื่อรักษาคุณค่าในระยะยาว
ในยุคที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมการเล่นเกมของผู้คนทั่วโลก หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าทำไมยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกมอย่าง Nintendo ถึงยังคงยืนกรานที่จะไม่นำเกมชื่อดังอย่าง Super Mario ลงสู่แพลตฟอร์มมือถือ ทั้งที่การทำเช่นนั้นอาจสร้างรายได้มหาศาลในระยะสั้น
สถานการณ์ของ Nintendo ในช่วงที่ผ่านมามีความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากความสำเร็จอันล้นหลามของเครื่อง DS และ Wii แต่เมื่อเข้าสู่ยุคของ Wii U ยอดขายกลับไม่เป็นไปตามเป้า จนนำไปสู่การขาดทุนจากการดำเนินงานรายปีเป็นครั้งที่สองในปี 2012 และ 2013 ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์อย่าง Michael Pachter มองว่าหาก Nintendo ไม่สามารถเอาชนะกระแสสมาร์ทโฟนได้ ก็ควรเปลี่ยนมาสร้างกำไรจากมันแทนวิสัยทัศน์ของ Satoru Iwata: มองไกลกว่ากำไรรายปี
Satoru Iwata ประธานบริษัทในขณะนั้น ได้ให้เหตุผลที่น่าสนใจผ่านการสัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal โดยเขายอมรับว่าหากเขาสนใจเพียงแค่ผลกำไรในระยะสั้นหรือราคาหุ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า การนำเกมลงสมาร์ทโฟนอาจเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง แต่สำหรับเป้าหมายในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า เขาเชื่อว่าการตัดสินใจ ไม่นำเกมลงสมาร์ทโฟน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ Nintendo ยังคงอยู่รอดได้ในอนาคต
ปรัชญาของ Iwata คือการสร้างคุณค่าในระยะยาว (Long-term Value) มากกว่าการวิ่งตามกระแสตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเขามองว่าการรักษาเอกลักษณ์และความพิเศษของผลิตภัณฑ์คือสิ่งที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป
ความสัมพันธ์ระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เป็นเอกลักษณ์
ประวัติศาสตร์ของ Nintendo พิสูจน์ให้เห็นว่าการสร้าง Hardware (อุปกรณ์เครื่องเล่นเกม) ของตัวเอง ช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์ Software (ตัวเกม) ที่แปลกใหม่ได้เสมอ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ:
- Nintendo DS: การนำระบบหน้าจอสัมผัสมาใช้ ทำให้เกิดเกมแนวใหม่ เช่น Brain Age และ Nintendogs
- Wii: การใช้คอนโทรลเลอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion-sensing) ซึ่งดึงดูดกลุ่มคนที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนให้เข้าสู่โลกของวิดีโอเกมผ่าน Wii Sports
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้กลายเป็นดาบสองคม เมื่อกลุ่มลูกค้าที่เคยตื่นเต้นกับนวัตกรรมของ Wii เริ่มรู้สึกว่าเกมบนสมาร์ทโฟนนั้น "ดีเพียงพอแล้ว" ส่งผลให้ Wii U ซึ่งมีคอนโทรลเลอร์คล้ายแท็บเล็ตไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะผู้บริโภคมี iPad อยู่ในมือแล้ว
พลังของ Exclusive Games และความภักดีต่อแบรนด์
สิ่งที่ทำให้ Nintendo แข็งแกร่งคือ Exclusive Games หรือเกมที่เล่นได้เฉพาะบนเครื่องของ Nintendo เท่านั้น เช่น Mario, Zelda และ Pokemon ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดให้แฟนคลับยอมซื้อเครื่องเกมใหม่เพียงเพื่อที่จะได้เล่นเกมโปรดเพียงเกมเดียว
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Microsoft อาจต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อสร้างฐานผู้ใช้ Xbox แต่ Nintendo สามารถประคองตัวได้ด้วยฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและเงินสำรองที่มั่นคง แม้ในช่วงที่เครื่อง GameCube ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

| หัวข้อเปรียบเทียบ | แนวทางของสมาร์ทโฟน/คู่แข่ง | แนวทางของ Nintendo |
|---|---|---|
| เป้าหมายกำไร | เน้นกำไรระยะสั้นและยอดดาวน์โหลด | เน้นคุณค่าและมูลค่าแบรนด์ระยะยาว |
| การเข้าถึงเกม | เข้าถึงง่ายผ่าน App Store / Play Store | ต้องซื้อฮาร์ดแวร์เฉพาะของบริษัท |
| จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ | ความสะดวกสบายและอุปกรณ์อเนกประสงค์ | นวัตกรรมการเล่นและประสบการณ์เฉพาะตัว |
| กลยุทธ์ซอฟต์แวร์ | เน้นความหลากหลายและเข้าถึงมวลชน | เน้นเกม Exclusive ที่มีคุณภาพสูง |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Nintendo ยอมขาดทุนจากการดำเนินงานในปี 2012 และ 2013 เนื่องจากยอดขาย Wii U ต่ำกว่าคาด
- Satoru Iwata เชื่อว่าการไม่นำเกมลงสมาร์ทโฟนจะช่วยให้บริษัทอยู่รอดได้ในอีก 20 ปีข้างหน้า
- ความสำเร็จของ DS และ Wii เกิดจากการสร้างนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ที่เปิดตลาดกลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่
- แบรนด์หลักอย่าง Mario และ Pokemon เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคยอมซื้อเครื่องเกมใหม่
- Nintendo วางตัวเป็นบริษัทของเล่นระดับพรีเมียม (Boutique Toy Company) มากกว่าบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Nintendo ถึงไม่นำ Mario ลงสมาร์ทโฟนทั้งที่น่าจะทำเงินได้มหาศาล?
เพราะ Nintendo ให้ความสำคัญกับคุณค่าในระยะยาวมากกว่ากำไรระยะสั้น การนำเกมลงสมาร์ทโฟนอาจทำให้ความพิเศษของเกมลดลง และลดแรงจูงใจที่ลูกค้าจะซื้อเครื่องเกมของ Nintendo เอง
Wii U ประสบปัญหาอะไรในการทำตลาด?
Wii U ประสบปัญหาเนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต (เช่น iPad) อยู่แล้ว ทำให้คอนโทรลเลอร์ที่มีหน้าจอของ Wii U ไม่มีความน่าดึงดูดใจเพียงพอเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่พวกเขามี
อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ Nintendo ยังคงอยู่รอดได้แม้เครื่องเกมบางรุ่นจะล้มเหลว?
ปัจจัยหลักคือความแข็งแกร่งของ Exclusive Games หรือแฟรนไชส์เกมเฉพาะตัว เช่น Zelda และ Pokemon ซึ่งมีฐานแฟนคลับที่จงรักภักดีสูงมาก พร้อมที่จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของบริษัทเสมอ
วิสัยทัศน์ของ Satoru Iwata ส่งผลต่อบริษัทอย่างไร?
Iwata เน้นการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่างและการรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งช่วยให้ Nintendo ไม่ต้องลงไปแข่งขันในสงครามราคาหรือการแข่งขันด้านสเปกเครื่องกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ แต่เน้นที่ประสบการณ์การเล่นเกมที่หาจากที่อื่นไม่ได้



