LDWF กับบทบาทใหม่ในการสนับสนุน ICE จับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองในลุยเซียนา
กรมสัตว์ป่าและประมงแห่งรัฐลุยเซียนา หรือ LDWF (Louisiana Department Of Wildlife And Fisheries) ซึ่งปกติมีหน้าที่ดูแลเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและบังคับใช้กฎหมายการล่าสัตว์ในท้องถิ่น กำลังถูกจับตามองหลังจากมีเอกสารเปิดเผยว่าหน่วยงานนี้ได้เปลี่ยนบทบาทมาช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ในการนำตัวบุคคลเข้าสู่การกักตัวของรัฐบาลกลาง
ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นผ่านข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Agreement) ที่ลงนามกับ ICE (Immigration and Customs Enforcement) หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่สัตว์ป่าสามารถกักตัวผู้ที่ต้องสงสัยว่าละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองเพื่อส่งต่อให้ ICE ดำเนินการต่อได้
กลไกการทำงานภายใต้โปรแกรม 287(g)
ความร่วมมือดังกล่าวอยู่ภายใต้ โปรแกรม 287(g) ซึ่งอ้างอิงตามมาตราของกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (Immigration and Nationality Act) โปรแกรมนี้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ระดับรัฐหรือท้องถิ่นปฏิบัติหน้าที่บางประการแทนเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ได้ เช่น การสืบสวน การจับกุม การกักตัว หรือการขนส่งผู้ต้องสงสัยที่ละเมิดกฎหมายเข้าเมือง
ข้อมูลระบุว่าในปีนี้มีการขยายตัวของโปรแกรม 287(g) อย่างก้าวกระโดด โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมถึง 1,205 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ธันวาคม) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 693% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2024 โดย LDWF เป็นหนึ่งในสามหน่วยงานด้านสัตว์ป่าของรัฐ (ร่วมกับฟลอริดาและเวอร์จิเนีย) ที่ลงนามในข้อตกลงนี้ในปีปัจจุบัน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| หน่วยงานหลักที่ร่วมมือ | LDWF และ ICE (ภายใต้โปรแกรม 287(g)) |
| อำนาจที่ได้รับ | กักตัวและส่งต่อผู้ต้องสงสัยละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง |
| จำนวนผู้ถูกกักตัว (ปีนี้) | อย่างน้อย 6 ราย |
| หน่วยงานสนับสนุนอื่น ๆ | CBP (ศุลกากรและป้องกันชายแดน) และหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ |
กรณีศึกษาการจับกุมที่น่าสนใจ
การลาดตระเวนร่วมในพื้นที่ชุ่มน้ำ
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม มีการจัด "การลาดตระเวนร่วม" ในพื้นที่ Biloxi Marsh Complex โดยเจ้าหน้าที่ LDWF ร่วมกับหน่วยยามฝั่งและ CBP (Customs and Border Protection) หรือหน่วยศุลกากรและป้องกันชายแดน แม้เป้าหมายแรกเริ่มคือการตรวจสอบการเก็บหอยนางรมที่ผิดกฎหมาย และรายงานระบุว่าไม่พบการกระทำผิดทางอาญาในขณะนั้น แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางกลับระบุตัวตนและกักตัวชาย 3 คนในข้อหาด้านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งทั้งสามคนมีนามสกุลเป็นภาษาสเปน
การจับกุมในพื้นที่ป่าชุ่มน้ำ Maurepas
ในเดือนตุลาคม เจ้าหน้าที่ LDWF ได้เข้าตรวจสอบกลุ่มชาย 3 คนที่ยิงปืนโดยไม่มีใบอนุญาตในพื้นที่จัดการสัตว์ป่า แม้ผู้ต้องสงสัยจะให้ความร่วมมือและไม่มีอาวุธที่ถูกขโมยมา แต่ LDWF ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ HSI (Homeland Security Investigations) หรือหน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เนื่องจากสถานะการเข้าเมืองไม่ชัดเจน ส่งผลให้ ICE เข้าควบคุมตัวชายทั้งสามคนทันที แม้บางรายจะมีเอกสารอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ (Parole) ก็ตาม
กรณีการทิ้งขยะในที่สาธารณะ
นอกจากนี้ยังมีกรณีชายคนหนึ่งถูกออกใบสั่งฐานทิ้งเศษวัสดุก่อสร้างใกล้ทะเลสาบ Cypress ซึ่งแม้จะเป็นความผิดลหุโทษ แต่ LDWF ได้ส่งรายงานและข้อมูลของชายคนดังกล่าวให้แก่ ICE เนื่องจากเขาไม่สามารถยืนยันสัญชาติได้
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การขยายอำนาจ: LDWF สามารถกักตัวบุคคลเพื่อส่งให้ ICE ได้โดยไม่ต้องมีการแจ้งข้อหาทางอาญาก่อน
- การทำงานข้ามหน่วยงาน: มีการประสานงานร่วมกับ CBP และหน่วยยามฝั่ง แม้ในข้อตกลงหลักจะไม่ได้ระบุถึง CBP ไว้ก็ตาม
- สถานะผู้ถูกจับกุม: บางรายถูกกักตัวทั้งที่มีสถานะพำนักในสหรัฐฯ อย่างถูกต้องตามกฎหมายในขณะนั้น
- แนวโน้มในอนาคต: CBP แสดงความสนใจที่จะจัดลาดตระเวนร่วมกับ LDWF แบบไม่เป็นทางการมากขึ้น เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรม 287(g) คืออะไร?
คือโปรแกรมตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือท้องถิ่นปฏิบัติหน้าที่บางอย่างแทนเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เช่น การสืบสวนและกักตัวผู้ต้องสงสัยละเมิดกฎหมายเข้าเมือง
LDWF มีหน้าที่หลักคืออะไร และทำไมถึงมาจับกุมผู้เข้าเมือง?
หน้าที่หลักคือการดูแลสัตว์ป่าและประมง แต่หลังจากลงนามข้อตกลงกับ ICE ภายใต้โปรแกรม 287(g) ทำให้ LDWF มีอำนาจทางกฎหมายในการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองด้วย
ผู้ที่ถูกกักตัวโดย LDWF จำเป็นต้องทำผิดกฎหมายอาญาก่อนหรือไม่?
ไม่จำเป็น จากหลักฐานพบว่ามีผู้ถูกกักตัวหลายรายที่ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาทางอาญา หรือบางรายทำเพียงความผิดทางแพ่ง (เช่น การทิ้งขยะ หรือไม่มีใบอนุญาตใช้ปืน) แต่ถูกส่งตัวให้ ICE เนื่องจากสถานะการเข้าเมือง
หน่วยงานรัฐบาลกลางตอบสนองต่อข้อสงสัยเรื่องการจับกุมอย่างไร?
CBP ไม่ได้ให้ความเห็น ส่วนโฆษกของ ICE ระบุว่าข้อมูลที่ได้รับมีจำนวนมากเกินไปและไม่เพียงพอที่จะระบุสถานะปัจจุบันของผู้ถูกกักตัวว่าถูกปล่อยตัวหรือส่งกลับประเทศแล้วหรือไม่



