Kristi Noem พ้นตำแหน่งรัฐมนตรีความมั่นคงภายในสหรัฐฯ หลังเผชิญมรสุมวิจารณ์
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงความมั่นคงภายใน หรือ Department of Homeland Security (DHS) โดยให้ Kristi Noem พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และแต่งตั้ง Markwayne Mullin วุฒิสมาชิกจากรัฐโอคลาโฮมา ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดและมีจุดยืนแข็งกร้าวเรื่องการจัดการผู้อพยพ เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน
สำหรับการขยับขยายตำแหน่งในครั้งนี้ ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า Noem จะย้ายไปรับหน้าที่เป็นทูตพิเศษสำหรับ The Shield of the Americas ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มด้านความมั่นคงใหม่ในซีกโลกตะวันตกที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในรัฐฟลอริดา
เบื้องหลังการพ้นตำแหน่งและข้อขัดแย้งภายใน
การก้าวลงจากตำแหน่งของ Noem เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะหลังจากการไต่สวนของสภาคองเกรสที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด มีรายงานว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับที่ปรึกษาอาวุโสอย่าง Corey Lewandowski และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่าง Tom Homan มีความขัดแย้งกันในเรื่องวิธีการดำเนินนโยบายเนรเทศผู้เข้าเมืองจำนวนมาก โดย Noem และ Lewandowski ถูกมองว่าให้ความสำคัญกับตัวเลขการจับกุมและการเนรเทศมากกว่าปัจจัยด้านอื่น
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ โดย Noem ให้การว่าทรัมป์ได้อนุมัติงบประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สำหรับแคมเปญโฆษณาของ DHS ที่เน้นตัวเธอเป็นหลัก ซึ่งรายงานระบุว่าเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีเป็นอย่างมาก
ประเด็นอื้อฉาวด้านสิทธิมนุษยชนและการบังคับใช้กฎหมาย
ตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง Noem ต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในหลายกรณี ดังนี้:
- การเสียชีวิตของพลเมืองสหรัฐฯ: เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่รัฐสังหารพลเมืองสหรัฐฯ ในเมืองมินนีแอโพลิส ซึ่ง Noem และทรัมป์เรียกผู้เสียชีวิตว่าเป็น "ผู้ก่อการร้ายในประเทศ" แม้ว่าหลักฐานวิดีโอและผลชันสูตรอิสระจะขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของหน่วยงานก็ตาม
- การบุกค้นโดยไม่มีหมายศาล: มีการเปิดเผยคำสั่งลับเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ ICE (สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรและการบังคับใช้กฎหมาย) บุกเข้าบ้านพักอาศัยได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล ซึ่งนำไปสู่การบุกรุกบ้านผิดหลังและการจับกุมพลเมืองสหรัฐฯ โดยไม่มีเหตุอันควร
- ค่ายกักกันขนาดใหญ่: Noem ได้ผลักดันงบประมาณถึง 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อจัดซื้อและปรับปรุงโกดัง 24 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเปลี่ยนเป็นค่ายกักกันผู้ที่รอการเนรเทศ

ผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด
การบริหารงานของ Noem ไม่เพียงแต่สร้างปัญหาด้านภาพลักษณ์ แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพของหน่วยงานภายใต้ DHS เช่น FEMA (สำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินส่วนกลาง) เนื่องจากเธอสั่งให้มีการตรวจสอบและอนุมัติสัญญาหรือเงินทุนที่มีมูลค่าเกิน 100,000 ดอลลาร์ด้วยตนเองทั้งหมด ส่งผลให้สัญญาและเงินทุนกว่า 1,000 รายการเกิดการล่าช้า ซึ่งพนักงาน FEMA ระบุว่าทำให้หน่วยงานมีความพร้อมลดลงในการรับมือกับภัยพิบัติ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ดำรงตำแหน่งเดิม | Kristi Noem (ย้ายไปเป็นทูตพิเศษ The Shield of the Americas) |
| ผู้ดำรงตำแหน่งใหม่ | Markwayne Mullin (วุฒิสมาชิกสาย MAGA) |
| หน่วยงานหลักที่ได้รับผลกระทบ | ICE, CBP, FEMA, CISA, US Coast Guard |
| งบประมาณค่ายกักกัน | 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| จำนวนผู้เสียชีวิตในความดูแล | 53 ราย (ในปีที่ผ่านมา) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Markwayne Mullin อดีตเจ้าของธุรกิจประปาและนักสู้ MMA เข้ามาคุมบังเหียน DHS แทน Noem
- มีการใช้ Administrative Removal Document เพื่อเลี่ยงการขอหมายศาลในการบุกค้นบ้านพัก
- การตรวจสอบสัญญาที่เข้มงวดเกินไปทำให้ FEMA เกิดภาวะคอขวดในการเบิกจ่ายงบประมาณ
- มีการใช้คำว่า "ผู้ก่อการร้ายในประเทศ" กับพลเมืองสหรัฐฯ ที่ถูกเจ้าหน้าที่สังหาร
คำถามที่พบบ่อย
ใครคือผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี DHS คนใหม่?
คือ Senator Markwayne Mullin จากรัฐโอคลาโฮมา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของโดนัลด์ ทรัมป์ และมีจุดยืนที่เด็ดขาดในเรื่องการจัดการผู้อพยพ
Kristi Noem จะไปทำหน้าที่อะไรต่อหลังจากนี้?
เธอจะย้ายไปดำรงตำแหน่งทูตพิเศษสำหรับ The Shield of the Americas ซึ่งเป็นโครงการความมั่นคงใหม่ในภูมิภาคตะวันตก
ทำไมการบริหารของ Noem ถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก?
เนื่องจากมีการใช้ยุทธวิธีบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรง การบุกค้นบ้านโดยไม่มีหมายศาล และการบริหารจัดการงบประมาณใน FEMA ที่ล่าช้าจนส่งผลต่อการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ
นโยบายการกักกันผู้เข้าเมืองของ Noem มีลักษณะอย่างไร?
มีการจัดสรรงบประมาณมหาศาลถึง 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อเปลี่ยนโกดังสินค้า 24 แห่งให้กลายเป็นค่ายกักกันขนาดใหญ่สำหรับผู้ที่รอการเนรเทศออกจากสหรัฐฯ



