ICE เตรียมขยายระบบสอดแนมดิจิทัล รองรับแผนเนรเทศครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ
หลังการประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของ โดนัลด์ ทรัมป์ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายด้านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร หรือ ICE (Immigration and Customs Enforcement) ได้เริ่มเคลื่อนไหวทันทีด้วยการประกาศหาพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานในการติดตามตัว "ผู้ที่ไม่ใช่พลเมือง" ที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาคดีในศาลตรวจคนเข้าเมืองหรือรอการเนรเทศ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการเนรเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ตามที่ทรัมป์เคยให้คำมั่นไว้ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีสอดแนมขั้นสูงแทนการกักตัวในศูนย์กักกันเพียงอย่างเดียว
กลไกการสอดแนม: จากกำไลข้อเท้าสู่ระบบไบโอเมตริกซ์
ICE กำลังมองหาบริษัทที่สามารถจัดหาและบริหารจัดการระบบติดตามตัวที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีหลายรูปแบบ ดังนี้:
- กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (Ankle Monitors) และนาฬิกาอัจฉริยะที่ติดตั้ง GPS เพื่อระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์
- แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน สำหรับการรายงานตัว
- เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ (Biometric Technology) หรือการใช้ลักษณะทางกายภาพเฉพาะบุคคล เช่น การจดจำใบหน้า เพื่อยืนยันตัวตนในการเช็คอินระยะไกล
- เจ้าหน้าที่ภาคสนาม เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและควบคุมดูแล
นอกจากนี้ ICE ยังกำหนดให้บริษัทคู่สัญญาต้องมีสถานที่รองรับการลงทะเบียนผู้ถูกสอดแนมในจำนวนมาก และต้องมีความสามารถในการขยายการรับตัวบุคคลเข้าสู่ระบบได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ISAP: ทางเลือกในการควบคุมตัวที่ประหยัดงบประมาณ
หัวใจสำคัญของแผนนี้คือโครงการ ISAP (Intensive Supervision Appearance Program) ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้ ICE สามารถติดตามตัวผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์หรือผู้ที่ยังไม่ได้โอนสัญชาติได้โดยไม่ต้องนำตัวไปกักขังในเรือนจำ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีที่พำนักเป็นหลักแหล่งในสหรัฐฯ อยู่แล้ว
ในสมัยของประธานาธิบดีไบเดน โครงการ ISAP ได้รับการขยายตัวอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากเดือนธันวาคม 2020 จนแตะระดับเกือบ 200,000 คน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการกักตัวในศูนย์กักกันอย่างมาก ซึ่งทำให้ ISAP กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลทรัมป์น่าจะนำมาใช้ควบคู่ไปกับการกักตัวจำนวนมาก
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ระบบปัจจุบัน (ISAP) | แผนการในอนาคต (Release and Reporting Management) |
|---|---|---|
| จำนวนผู้ถูกติดตาม | ประมาณ 200,000 คน | อาจสูงถึง 5.7 ล้านคน |
| ขอบเขตการบังคับใช้ | เฉพาะกลุ่มเป้าหมายบางส่วน | ผู้ที่ไม่ถูกกักตัวทุกคนที่รอขึ้นศาลหรือถูกเนรเทศ |
| อัตราการขยายตัว | - | เพิ่มขึ้นประมาณ 3,000% |
| เป้าหมายหลัก | ลดค่าใช้จ่ายในการกักตัว | การควบคุมตัวและสอดแนมในระดับมวลชน |
ผลประโยชน์ทางธุรกิจและยักษ์ใหญ่ด้านเรือนจำเอกชน
การขยายตัวของการสอดแนมส่งผลบวกโดยตรงต่อบริษัทเอกชนที่รับเหมางานจากรัฐบาล โดยเฉพาะ GEO Group ซึ่งเป็นบริษัทเรือนจำเอกชนรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ และเป็นบริษัทแม่ของ B.I. Incorporated ผู้รับเหมาโครงการ ISAP มาตั้งแต่ปี 2005
หลังการเลือกตั้ง หุ้นของ GEO Group พุ่งสูงขึ้นอย่างโดดเด่น โดยผู้บริหารของบริษัทระบุว่ามีความพร้อมที่จะขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้เข้าร่วมโครงการ ISAP เพิ่มขึ้นอีกหลายแสนจนถึงหลายล้านคนตามความต้องการของรัฐบาลชุดใหม่ เช่นเดียวกับ CoreCivic คู่แข่งสำคัญที่มองว่าการประกาศของ ICE ในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่น่าส่งเสริมต่อธุรกิจของพวกเขา
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ICE ต้องการขยายระบบสอดแนมจากผู้ใช้หลักแสนคน สู่ระดับหลายล้านคน
- เทคโนโลยีที่ใช้ประกอบด้วย GPS, กำไลข้อเท้า และการจดจำใบหน้า (Biometrics)
- โครงการ ISAP ถูกใช้เป็นทางเลือกแทนการกักตัวเพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐ
- GEO Group และ CoreCivic เป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้
- มีการวางแผนเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น Release and Reporting Management เพื่อครอบคลุมผู้ถูกเนรเทศทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
โครงการ ISAP คืออะไร?
คือโครงการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อให้ผู้ที่รอการพิจารณาคดีตรวจคนเข้าเมืองสามารถพำนักในที่พักอาศัยของตนได้ โดยต้องถูกติดตามตัวด้วยเทคโนโลยีแทนการถูกกักตัวในศูนย์กักกัน
เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ถูกนำมาใช้ในกรณีนี้อย่างไร?
ICE ใช้แอปพลิเคชันที่มีระบบจดจำใบหน้าเพื่อให้ผู้ถูกสอดแนมทำการ "เช็คอิน" หรือรายงานตัวผ่านระบบดิจิทัล เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นยังอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด
ทำไม ICE ถึงเลือกใช้การสอดแนมแทนการกักตัวทั้งหมด?
เหตุผลหลักคือเรื่องงบประมาณ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบติดตามตัวทางไกลมีราคาถูกกว่าการสร้างและบริหารจัดการศูนย์กักกันขนาดใหญ่สำหรับคนหลายล้านคน
บริษัทเอกชนมีบทบาทอย่างไรในแผนการนี้?
บริษัทอย่าง GEO Group และ B.I. Incorporated ทำหน้าที่เป็นผู้รับเหมา จัดหาเทคโนโลยี บริหารจัดการข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง และจัดหาเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินงานตามคำสั่งของ ICE
จำนวนผู้ที่อาจถูกสอดแนมจะเพิ่มขึ้นมากเพียงใด?
จากข้อมูลเดิมที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200,000 คน แผนการใหม่ที่ครอบคลุมผู้ที่ไม่ถูกกักตัวทุกคนอาจทำให้จำนวนผู้ถูกสอดแนมพุ่งสูงถึง 5.7 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นถึง 3,000%



