ICE ปรับนโยบายบุกจับกุมในศาล เลิกคำนึงถึงกฎหมายท้องถิ่น เพิ่มความเข้มข้นการเนรเทศ
หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ หรือ ICE (Immigration and Customs Enforcement) ได้ทำการเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติอย่างเงียบๆ โดยยกเลิกคำแนะนำที่เคยระบุให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังไม่ให้ละเมิดกฎหมายของรัฐหรือท้องถิ่นในขณะเข้าจับกุมผู้ย้ายถิ่นฐานบริเวณศาล ซึ่งการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเพิ่มอำนาจการตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางกฎหมายที่รุนแรงขึ้นระหว่างรัฐบาลกลางและท้องถิ่น
การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย: จากการระมัดระวังสู่การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ
จากการตรวจสอบเอกสารบนเว็บไซต์ของ ICE พบว่ามีการออกบันทึกข้อความฉบับใหม่เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม โดย Todd Lyons รักษาการผู้อำนวยการคนปัจจุบัน ซึ่งได้ยกเลิกเนื้อหาในบันทึกฉบับเดิมของ Caleb Vitello (อดีตรักษาการผู้อำนวยการ) ที่เคยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าการจับกุมในศาลนั้นไม่ขัดต่อกฎหมายในพื้นที่นั้นๆ
ความแตกต่างที่สำคัญคือ ในอดีตเจ้าหน้าที่ต้องปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเพื่อประเมินความเสี่ยงในการละเมิดกฎหมายที่ไม่ใช่กฎหมายรัฐบาลกลาง แต่ภายใต้นโยบายใหม่ ข้อกำหนดนี้ถูกตัดออกไป ทำให้การตัดสินใจในประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อนตกไปอยู่ที่ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ภาคสนามซึ่งอาจไม่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายท้องถิ่น

ผลกระทบต่อสิทธิและการบังคับใช้กฎหมายในระดับท้องถิ่น
การปรับเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการดำเนินแคมเปญเนรเทศผู้ย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยมีรายงานว่า Stephen Miller และ Kristi Noem ได้ผลักดันให้มีการเนรเทศผู้คนสูงถึง 3,000 คนต่อวัน
การจับกุมในศาลส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเฉพาะในกรณีของนิวยอร์กซิตี้ที่มีการจับกุมผู้ย้ายถิ่นฐานรวมถึงนักเรียนมัธยมปลายในบรอนซ์ ซึ่งขัดต่อกฎหมายรัฐนิวยอร์กที่ห้ามการจับกุมทางแพ่ง (Civil Arrests หรือการจับกุมในคดีที่ไม่ใช่คดีอาญา) บริเวณศาลรัฐโดยไม่มีหมายศาล จนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีกับ ICE และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)
| หัวข้อเปรียบเทียบ | นโยบายเดิม (Vitello/Biden) | นโยบายใหม่ (Lyons/Trump) |
|---|---|---|
| การคำนึงถึงกฎหมายท้องถิ่น | ต้องหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมายรัฐและท้องถิ่น | ยกเลิกข้อกำหนดในการเคารพกฎหมายท้องถิ่น |
| กระบวนการตัดสินใจ | ต้องปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนดำเนินการ | ใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน |
| ขอบเขตการจับกุม | จำกัดเฉพาะกรณีความมั่นคงหรือภัยสาธารณะ | ขยายขอบเขตเพื่อเร่งการเนรเทศจำนวนมาก |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การยกเลิกคำแนะนำ: ICE เลิกบังคับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกฎหมายท้องถิ่นก่อนบุกจับกุมในศาล
- เป้าหมายการเนรเทศ: มีการตั้งเป้าหมายการเนรเทศสูงถึง 3,000 คนต่อวัน
- ความขัดแย้งทางกฎหมาย: เมืองนิวยอร์กได้ยื่นฟ้อง ICE และ DHS กรณีจับกุมนักเรียนในศาลรัฐซึ่งขัดต่อกฎหมายท้องถิ่น
- ยุทธวิธีที่รุนแรง: มีรายงานการใช้หน้ากากปิดบังตัวตนและอุปกรณ์คล้ายระเบิดแสง (Flash-bang) ในการควบคุมฝูงชนระหว่างการจับกุม

คำถามที่พบบ่อย
การจับกุมทางแพ่ง (Civil Arrest) คืออะไร?
คือการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับสถานะการเข้าเมือง ซึ่งไม่ใช่คดีอาญา โดยปกติแล้วจะไม่มีโทษจำคุกในลักษณะเดียวกับคดีอาญา แต่เป็นการควบคุมตัวเพื่อดำเนินการเนรเทศออกนอกประเทศ
ทำไมการจับกุมในศาลถึงเป็นประเด็นขัดแย้ง?
เพราะทำให้ผู้ที่ต้องมาดำเนินคดีทางกฎหมายอื่นๆ เกิดความกลัวที่จะมาศาล และเป็นการก้าวก่ายอำนาจการปกครองท้องถิ่นของรัฐที่ต้องการคุ้มครองพื้นที่อ่อนไหว เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และศาล
นโยบายนี้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายอย่างไร?
แม้แนวทางปฏิบัติของรัฐบาลกลางจะไม่ใช่กฎหมายที่ผูกพันในระดับพระราชบัญญัติ แต่ในทางปฏิบัติถือเป็นคำสั่งที่เจ้าหน้าที่ ICE ทุกคนต้องปฏิบัติตามในการปฏิบัติหน้าที่
รัฐบาลไบเดนเคยมีนโยบายเรื่องนี้อย่างไร?
ในปี 2021 รัฐบาลไบเดนเคยจำกัดการจับกุมบริเวณศาล โดยอนุญาตให้ทำได้เฉพาะกรณีที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ หรือเพื่อป้องกันการทำลายหลักฐานในคดีอาญาเท่านั้น



