Google กับข้อพิพาท Project Nimbus และการสนับสนุนเครื่องมือ AI ให้กองทัพอิสราเอล

ประเด็นความขัดแย้งระหว่างยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและจริยธรรมในการใช้งาน AI กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เมื่อมีรายงานเปิดเผยว่า Google มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับรัฐบาลและกองทัพอิสราเอลมากกว่าที่เคยยอมรับต่อสาธารณะ

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจาก Project Nimbus ซึ่งเป็นสัญญาจ้างบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing หรือการให้บริการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต) มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ที่ Google และ Amazon ได้ลงนามร่วมกับรัฐบาลอิสราเอลในปี 2021 เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลให้กับประเทศ

เบื้องลึกการผลักดันเครื่องมือ AI สู่กองทัพ

ข้อมูลจากเอกสารภายในที่เปิดเผยโดย The Washington Post ระบุว่า พนักงานของ Google ได้พยายามผลักดันให้กองทัพอิสราเอล (IDF) และกระทรวงกลาโหมอิสราเอล (IDM) สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของบริษัทได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหลังเหตุการณ์โจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม

มีรายงานว่าพนักงานในแผนกคลาวด์ได้เร่งดำเนินการตามคำขอของ IDM เพื่อให้เข้าถึง Vertex AI (แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาและปรับแต่งโมเดล AI ของ Google) โดยมีการระบุในเอกสารว่า หาก Google ไม่ตอบสนองความต้องการนี้ ทางอิสราเอลอาจหันไปใช้บริการของคู่แข่งอย่าง Amazon แทน ซึ่งจะส่งผลให้ Google สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

นอกจากนี้ ในช่วงปี 2024 ยังพบหลักฐานว่ามีการขอให้ IDF เข้าถึงเทคโนโลยี Gemini AI (โมเดล AI ขั้นสูงที่สามารถประมวลผลข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ) เพื่อนำไปพัฒนาผู้ช่วย AI ของตนเอง โดยเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลเอกสารและข้อมูลเสียง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการทางทหารในลักษณะใด

แรงต้านจากภายในและการตอบโต้ขององค์กร

การสนับสนุนทางเทคโนโลยีนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับพนักงาน Google จำนวนหนึ่ง ซึ่งมองว่าเป็นการละเมิดหลักจริยธรรม แม้ว่าการประท้วงจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสัญญา Project Nimbus แต่สถานการณ์สงครามได้ทำให้เสียงเรียกร้องให้ Google ยุติสัญญานี้ดังขึ้นกว่าเดิม

ผลลัพธ์จากการเคลื่อนไหวภายในนำไปสู่การเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 50 คน โดยบริษัทให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ "ก่อกวน" (disruptive behavior) ขณะที่ในช่วงกลางปี 2024 กลุ่มผู้จัดการและสมาชิกกลุ่มสิทธิมนุษยชนของบริษัทกว่า 100 คน ได้ส่งอีเมลเรียกร้องให้มีการทบทวนสัญญา Project Nimbus แต่ทาง Google กลับเพิกเฉยต่อคำขอดังกล่าว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Project Nimbus: สัญญาคลาวด์มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ ระหว่าง Google, Amazon และรัฐบาลอิสราเอล
  • เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง: มีการผลักดันให้ IDF เข้าถึง Vertex AI และ Gemini AI เพื่อพัฒนาผู้ช่วย AI ของกองทัพ
  • แรงจูงใจทางธุรกิจ: เอกสารภายในชี้ว่า Google กังวลเรื่องการสูญเสียลูกค้าให้แก่ Amazon
  • ผลกระทบต่อพนักงาน: พนักงานกว่า 50 คนถูกไล่ออกจากการประท้วง และคำร้องขอทบทวนสัญญาจากพนักงาน 100 คนถูกเพิกเฉย
สรุปรายละเอียด Project Nimbus และข้อพิพาท AI
หัวข้อ รายละเอียด
มูลค่าสัญญา 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทที่ร่วมสัญญา Google และ Amazon
เทคโนโลยีที่ถูกร้องขอ Vertex AI และ Gemini AI
ผู้ใช้งานหลัก กองทัพอิสราเอล (IDF) และกระทรวงกลาโหมอิสราเอล (IDM)
สถานะการประท้วง มีการเลิกจ้างพนักงานและเพิกเฉยต่อคำร้องขอทบทวนสัญญา

คำถามที่พบบ่อย

Project Nimbus คืออะไร?

คือสัญญาจ้างบริการคลาวด์คอมพิวติ้งมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ ที่ Google และ Amazon ร่วมกันให้บริการแก่รัฐบาลอิสราเอล เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล

Google สนับสนุน AI ให้กองทัพอิสราเอลอย่างไร?

มีการผลักดันให้กองทัพอิสราเอล (IDF) เข้าถึงแพลตฟอร์ม Vertex AI และ Gemini AI เพื่อนำไปใช้พัฒนาผู้ช่วย AI ของตนเอง โดยเฉพาะการประมวลผลข้อมูลเสียงและเอกสาร

ทำไมพนักงาน Google ถึงออกมาประท้วง?

พนักงานบางส่วนกังวลเรื่องจริยธรรมในการนำเทคโนโลยีของบริษัทไปใช้ในภารกิจทางทหาร และเรียกร้องให้บริษัทถอนตัวจากสัญญา Project Nimbus

Google มีปฏิกิริยาอย่างไรต่อการประท้วงของพนักงาน?

บริษัทได้เลิกจ้างพนักงานมากกว่า 50 คน โดยระบุว่ามีพฤติกรรมก่อกวน และไม่ได้ตอบสนองต่ออีเมลเรียกร้องให้ทบทวนสัญญาจากกลุ่มพนักงานและผู้จัดการกว่า 100 คน

ทำไม Google ถึงเร่งให้การเข้าถึง AI แก่อิสราเอล?

จากเอกสารภายใน พบว่ามีความกังวลว่าหาก Google ไม่ตอบสนองความต้องการของกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ทางอิสราเอลอาจเปลี่ยนไปใช้บริการของ Amazon แทน