Facebook เผยผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2016 รายได้พุ่ง 8.81 พันล้านดอลลาร์ พร้อมรุกตลาดวิดีโอสั้น

Facebook ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในฐานะยักษ์ใหญ่แห่งโลกโซเชียลมีเดีย โดยรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ของปี 2016 ด้วยรายได้รวมสูงถึง 8.81 พันล้านดอลลาร์ และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 1.41 ดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าที่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 8.51 พันล้านดอลลาร์ และ 1.31 ดอลลาร์ ตามลำดับ

จุดที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคโมบายล์ที่สมบูรณ์แบบ โดยรายได้จากโฆษณาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่คิดเป็น 84% ของรายได้โฆษณาทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่า 7.248 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่คงที่จากไตรมาสก่อนหน้า

วิเคราะห์การเติบโตของผู้ใช้งานและพฤติกรรมบนแพลตฟอร์ม

ในด้านจำนวนผู้ใช้งาน Facebook มีผู้ใช้งานรายเดือน (Monthly Active Users) เพิ่มขึ้นเป็น 1.86 พันล้านคน หรือเติบโตขึ้น 3.91% (เพิ่มขึ้น 70 ล้านคน) แม้ว่าอัตราการเติบโตจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนที่เติบโตถึง 4.67% ก็ตาม

สำหรับผู้ใช้งานรายวัน (Daily Active Users) พุ่งสูงถึง 1.23 พันล้านคน เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Stickiness หรืออัตราความเหนียวแน่นของผู้ใช้งาน (สัดส่วนของผู้ใช้รายเดือนที่กลับมาใช้งานทุกวัน) ซึ่งยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ที่ 66%

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการอิ่มตัวในตลาดสหรัฐฯ และแคนาดา โดยมีการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานรายวันและรายเดือนเพียง 2 ล้านคนในไตรมาสนี้ ส่งผลให้มีผู้ใช้งานรายวัน 180 ล้านคน และรายเดือน 231 ล้านคนในภูมิภาคดังกล่าว

กลยุทธ์การสร้างรายได้และศักยภาพในอนาคต

แม้การเติบโตของผู้ใช้งานในบางพื้นที่เริ่มชะลอตัว แต่ Facebook สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรได้อย่างยอดเยี่ยม โดยพิจารณาจาก ARPU (Average Revenue Per User) หรือรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานหนึ่งคน ซึ่งในสหรัฐฯ และแคนาดาพุ่งสูงถึง 19.81 ดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 44% YoY) ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 4.83 ดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 29.5% YoY)

สรุปตัวเลขสำคัญของ Facebook ไตรมาส 4 ปี 2016
หัวข้อ ข้อมูลไตรมาส 4 / 2016 การเปลี่ยนแปลง/หมายเหตุ
รายได้รวม (Revenue) 8.81 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์
กำไรสุทธิ (Profit) 3.568 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 177% YoY
ผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) 1.86 พันล้านคน เพิ่มขึ้น 70 ล้านคน
ผู้ใช้งานรายวัน (DAU) 1.23 พันล้านคน เพิ่มขึ้น 18% YoY
รายได้โฆษณาจากมือถือ 7.248 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 84% ของรายได้โฆษณา

ทิศทางคอนเทนต์วิดีโอและการรับมือคู่แข่ง

Mark Zuckerberg ซีอีโอของบริษัท ได้เปิดเผยทิศทางกลยุทธ์วิดีโอว่า จะมุ่งเน้นไปที่ คอนเทนต์รูปแบบสั้น (Shorter form content) เป็นอันดับแรก พร้อมทั้งวางแผนสร้างโมเดลแบ่งปันรายได้จากโฆษณาที่ยั่งยืน เพื่อดึงดูดให้ผู้สร้างคอนเทนต์มืออาชีพเข้ามาผลิตผลงานบนแพลตฟอร์มมากขึ้น นอกจากนี้ บริการ Facebook Messenger ยังประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้ใช้งานฟีเจอร์โทรด้วยเสียงและวิดีโอถึง 400 ล้านคนต่อเดือน

ในขณะเดียวกัน Instagram ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ได้กลายเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้กับ Snapchat โดยฟีเจอร์ Instagram Stories สามารถดึงดูดผู้ใช้งานรายวันได้ถึง 150 ล้านคน ภายในเวลาเพียง 5 เดือนหลังเปิดตัว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • รายได้รวมปี 2016: Facebook ทำรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 27.6 พันล้านดอลลาร์
  • การเติบโตของรายได้: อัตราการเติบโต YoY ลดลงจาก 59% ใน Q2 เหลือ 51% ใน Q4
  • ความท้าทายด้านพื้นที่โฆษณา: บริษัทคาดการณ์ว่าพื้นที่โฆษณาอาจเต็มในช่วงกลางปี 2017 ซึ่งส่งผลให้การเติบโตของรายได้ชะลอตัวลง
  • ประเด็นทางกฎหมาย: บริษัทถูกปรับ 500 ล้านดอลลาร์ กรณีการละเมิดข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) ของผู้ร่วมก่อตั้ง Oculus กับบริษัท ZeniMax
  • กระแสสังคม: เผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการแพร่กระจายข่าวปลอม (Fake News) ที่ส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

คำถามที่พบบ่อย

รายได้หลักของ Facebook ในปัจจุบันมาจากช่องทางใด?

รายได้หลักมาจากโฆษณา โดยเฉพาะบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 84% ของรายได้โฆษณาทั้งหมด

ARPU คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อ Facebook?

ARPU ย่อมาจาก Average Revenue Per User หรือรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานหนึ่งคน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความสามารถในการสร้างรายได้จากฐานผู้ใช้ที่มีอยู่ โดยเฉพาะในตลาดที่อิ่มตัวแล้วอย่างสหรัฐฯ และแคนาดา

Facebook มีกลยุทธ์อย่างไรในการรับมือกับ Snapchat?

Facebook ใช้ Instagram Stories ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่คล้ายคลึงกับ Snapchat ในการดึงดูดผู้ใช้งานและขยายฐานการโฆษณา ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยยอดผู้ใช้รายวัน 150 ล้านคนในเวลาอันสั้น

ทิศทางของคอนเทนต์วิดีโอของ Facebook ในอนาคตเป็นอย่างไร?

บริษัทจะเน้นวิดีโอรูปแบบสั้น และพยายามสร้างระบบแบ่งปันรายได้เพื่อจูงใจให้ครีเอเตอร์มืออาชีพเข้ามาสร้างคอนเทนต์คุณภาพบนแพลตฟอร์ม

สถานการณ์ผู้ใช้งานในสหรัฐฯ และแคนาดาเป็นอย่างไร?

การเติบโตของผู้ใช้งานในภูมิภาคนี้เริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนๆ