DHS กับความล้มเหลวในการจัดการข้อมูลแก๊งอาชญากรชิคาโก: เมื่อการสอดแนมละเมิดสิทธิพลเมือง
เหตุการณ์อื้อฉาวที่เกิดขึ้นภายใน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Department of Homeland Security หรือ DHS) เผยให้เห็นถึงช่องโหว่ขนาดใหญ่ในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองแอบเก็บรักษาข้อมูลของชาวเมืองชิคาโกกว่า 800 รายไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของรัฐบาลกลาง ทั้งที่มีคำสั่งให้ลบทิ้ง ซึ่งการกระทำนี้ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎระเบียบภายใน แต่ยังสะท้อนถึงความพยายามในการใช้ข้อมูลท้องถิ่นเพื่อขยายขอบเขตการสอดแนมพลเมืองในประเทศ
จุดเริ่มต้นของโครงการทดลองที่ผิดพลาด
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 2021 เมื่อเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานข่าวกรองและการวิเคราะห์ (Office of Intelligence & Analysis หรือ I&A) ของ DHS ได้ขอข้อมูลรายชื่อสมาชิกแก๊งจากกรมตำรวจชิคาโก (CPD) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบว่าข้อมูลระดับท้องถิ่นจะสามารถช่วยระบุตัวตนสมาชิกแก๊งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมือง ตามจุดตรวจคนเข้าเมืองหรือสนามบินได้หรือไม่
โครงการนี้เชื่อมโยงกับ TADP (Transnational Organized Crime Actor Detection Program) ซึ่งเป็นระบบตรวจจับอาชญากรข้ามชาติของ FBI ที่มีกฎเหล็กว่า ห้ามรวมชื่อพลเมืองสหรัฐฯ หรือผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรโดยชอบด้วยกฎหมาย เข้าไปในรายการ แต่ในทางปฏิบัติ ข้อมูลที่ DHS ได้รับกลับเต็มไปด้วยความผิดพลาดและอคติ
ฐานข้อมูลที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและความผิดพลาด
ข้อมูลที่กรมตำรวจชิคาโกส่งมอบให้นั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าขาดความแม่นยำ โดยพบข้อมูลที่เหลือเชื่อ เช่น บุคคลที่ระบุว่าเกิดก่อนปี 1901 หรือบางรายถูกระบุว่าเป็นทารก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายยังใช้คำด่าทอและคำเหยียดเชื้อชาติ เช่น "SCUM BAG" หรือ "BLACK" ลงในช่องอาชีพของบุคคลในฐานข้อมูล แทนที่จะเป็นข้อมูลทางอาชญากรรมที่แท้จริง
ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ การถูกระบุว่าเป็นสมาชิกแก๊งในฐานข้อมูลนี้ ไม่จำเป็นต้องผ่านการจับกุมหรือคำพิพากษาของศาล แต่ข้อมูลเหล่านี้กลับถูกนำไปใช้ในการพิจารณาคดี การกำหนดโทษ และเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้าถึงข้อมูลเพื่อส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศ โดยเลี่ยงกฎหมาย Sanctuary Rules (กฎหมายเมืองที่คุ้มครองผู้ย้ายถิ่นฐานจากการส่งข้อมูลให้รัฐบาลกลาง)

ความล้มเหลวในการกำกับดูแลและระบบที่ไร้การควบคุม
ความผิดพลาดของ I&A ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจุดเดียว แต่เป็นความล้มเหลวเชิงระบบ ตั้งแต่การขาดผู้รับผิดชอบโครงการที่ชัดเจน การลงนามในเอกสารโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจ จนถึงการปล่อยให้กำหนดการลบข้อมูลหลุดลอยไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2023 ข้อมูลชุดนี้จึงถูกลบทิ้งหลังจากมีการตรวจสอบพบการละเมิด
| ประเด็น | ความผิดพลาดที่พบ | ผลกระทบ |
|---|---|---|
| คุณภาพข้อมูล | มีข้อมูลเท็จ, คำเหยียดเชื้อชาติ, และข้อมูลที่ล้าสมัย | บุคคลถูกตีตราและได้รับผลกระทบทางกฎหมายโดยไม่เป็นธรรม |
| การปฏิบัติตามกฎ | ไม่ลบข้อมูลพลเมืองสหรัฐฯ ตามกำหนดเวลา | ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของพลเมืองในประเทศ |
| การกำกับดูแล | ขาดการลงนามอนุมัติที่ถูกต้องและไม่มีการตรวจสอบ (Audit) | โครงการดำเนินไปโดยที่ผู้บริหารระดับสูงไม่รับทราบ |
| การเข้าถึงข้อมูล | มีการแชร์ข้อมูลให้หน่วยงานภายนอกกว่า 500 แห่ง | ข้อมูลรั่วไหลและถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดในวงกว้าง |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การละเมิดสิทธิ: ข้อมูลของชาวเมืองชิคาโกเกือบ 800 รายถูกเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์รัฐบาลกลางเกินกำหนดเวลา
- อคติทางเชื้อชาติ: 95% ของผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นสมาชิกแก๊งในฐานข้อมูลเป็นคนผิวดำหรือลาติน
- ช่องโหว่ทางกฎหมาย: DHS ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเลี่ยงกฎหมายคุ้มครองผู้ย้ายถิ่นฐานของเมืองชิคาโก
- ความล้มเหลวต่อเนื่อง: รายงานจาก GAO ระบุว่า I&A ยังคงขาดระบบควบคุมการเก็บข้อมูลข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพจนถึงปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไรในตอนแรก?
เพื่อทดสอบว่าการนำข้อมูลสมาชิกแก๊งจากระดับท้องถิ่นมาใช้ จะช่วยให้รัฐบาลกลางสามารถคัดกรองและระบุตัวตนอาชญากรข้ามชาติที่เดินทางผ่านสนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองได้แม่นยำขึ้น
ทำไมข้อมูลของพลเมืองสหรัฐฯ ถึงถูกเก็บไว้ทั้งที่ผิดกฎ?
เกิดจากความบกพร่องในการบริหารจัดการภายใน I&A เช่น เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบลาออกโดยไม่มีผู้สืบทอดตำแหน่ง และการขาดการตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขการลบข้อมูล
ข้อมูลในฐานข้อมูลของตำรวจชิคาโกมีความน่าเชื่อถือเพียงใด?
มีความน่าเชื่อถือต่ำมาก เนื่องจากพบข้อผิดพลาดในวันเดือนปีเกิด และมีการใช้คำด่าทอหรือคำเหยียดผิวแทนข้อมูลอาชีพ ซึ่งสะท้อนถึงการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกบันทึก
ปัจจุบันสถานการณ์เป็นอย่างไร?
แม้ข้อมูลชุดนี้จะถูกลบไปแล้ว แต่หน่วยงานตรวจสอบอย่าง GAO พบว่า DHS ยังคงขาดการควบคุมพื้นฐานในการติดตามการใช้ข้อมูลข่าวกรอง และยังมีความเสี่ยงเรื่องการตั้งค่าระบบที่ทำให้ผู้ไม่มีอำนาจเข้าถึงรายงานลับได้



