DAS โปรแกรมสอดแนมลับของสหรัฐฯ กับการเข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์นับล้านล้านรายการ
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อ Ron Wyden วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ได้ส่งจดหมายถึงกระทรวงยุติธรรม (DOJ) เพื่อตั้งคำถามถึงความถูกต้องตามกฎหมายของโปรแกรมสอดแนมที่ชื่อว่า Data Analytical Services (DAS) ซึ่งแอบเก็บข้อมูลบันทึกการโทรภายในประเทศมากกว่าหนึ่งล้านล้านรายการต่อปี โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่ของระบบนี้
โปรแกรม DAS หรือที่เคยใช้ชื่อว่า Hemisphere คือระบบที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในระดับท้องถิ่น รัฐ และระดับประเทศ สามารถขุดคุ้ยรายละเอียดการโทรของชาวอเมริกันได้อย่างกว้างขวาง สิ่งที่น่ากังวลคือระบบนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ผู้ต้องสงสัยในคดีอาญาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้บริสุทธิ์และเหยื่อในคดีต่างๆ ด้วย
กลไกการทำงานและการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม
หัวใจสำคัญของ DAS คือความร่วมมือกับ AT&T ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคม ซึ่งทำหน้าที่จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการโทรผ่านโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทที่ครอบคลุมทั่วสหรัฐฯ โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า Chain Analysis หรือการวิเคราะห์แบบลูกโซ่ ซึ่งไม่เพียงแต่ติดตามผู้ต้องสงสัย แต่ยังขยายผลไปยังทุกคนที่ผู้ต้องสงสัยคนนั้นเคยติดต่อด้วย
ข้อมูลจากบันทึกของทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณให้กับโปรแกรมนี้มากกว่า 6 ล้านดอลลาร์ แม้ว่า AT&T จะอ้างว่าดำเนินการตามหมายเรียกที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีกฎหมายฉบับใดบังคับให้บริษัทต้องเก็บข้อมูลการโทรย้อนหลังยาวนานหลายทศวรรษเพื่อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ

การขยายขอบเขตการใช้งานที่เกินกว่าการปราบปรามยาเสพติด
เดิมที DAS ถูกบริหารจัดการภายใต้โปรแกรม HIDTA (High Intensity Drug Trafficking Area) ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังการค้ายาเสพติดเข้มข้น 33 แห่งทั่วสหรัฐฯ โดยได้รับงบประมาณจากสำนักงานนโยบายควบคุมยาเสพติดแห่งชาติ (ONDCP) อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่หลุดออกมาแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายเมือง เช่น โอ๊คแลนด์ และเดลีซิตี้ ได้ใช้ข้อมูลจาก DAS ในคดีที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลย
ตัวอย่างที่น่าตกใจคือ มีการขอข้อมูลการโทรของบุคคลใกล้ชิดผู้ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็น แฟน พ่อ แม่ หรือพี่สาว เพื่อใช้ในการระบุตัวตนหรือหาเบาะแส ซึ่งเป็นการกวาดข้อมูลแบบเหวี่ยงแหที่กระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรง

ช่องโหว่ทางกฎหมายและการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
สิ่งที่ทำให้ DAS แตกต่างจากโปรแกรมสอดแนมในอดีตคือ การขาดการตรวจสอบจากรัฐสภา เนื่องจากโปรแกรมนี้ดำเนินงานผ่านทำเนียบขาวและใช้รูปแบบการให้ทุนผ่านเงินอุดหนุน (Grant) ทำให้ไม่ต้องผ่านการประเมินผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัว (Privacy Impact Assessment) ตามปกติ และยังได้รับยกเว้นจากกฎหมายเสรีภาพในการให้ข้อมูล (FOIA) ทำให้สาธารณชนเข้าถึงข้อมูลได้ยาก
นอกจากนี้ การเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นในระดับ "Backbone" หรือโครงข่ายหลักของโทรคมนาคม อาจทำให้การคุ้มครองภายใต้กฎหมาย Electronic Communications Privacy Act ไม่ครอบคลุมถึง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อโปรแกรม | Data Analytical Services (DAS) / เดิมชื่อ Hemisphere |
| พันธมิตรหลัก | AT&T |
| ปริมาณข้อมูล | มากกว่า 1 ล้านล้านรายการต่อปี |
| เทคนิคที่ใช้ | Chain Analysis (วิเคราะห์ความเชื่อมโยงแบบลูกโซ่) |
| งบประมาณสนับสนุน | มากกว่า 6.1 ล้านดอลลาร์ (จากทำเนียบขาวตั้งแต่ปี 2013) |
| หน่วยงานที่เข้าถึง | ตำรวจท้องถิ่น, ศุลกากร, ไปรษณีย์, กองกำลัง National Guard และอื่นๆ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การเก็บข้อมูล: ไม่ใช่การดักฟัง (Wiretapping) เพราะไม่มีการบันทึกเสียง แต่เก็บชื่อ เบอร์โทร วันเวลา และตำแหน่งที่ตั้ง
- ระยะเวลาจัดเก็บ: มีข้อมูลระบุว่าอาจเก็บย้อนหลังได้ตั้งแต่ 10 ปี จนถึงหลายทศวรรษ ซึ่งนานกว่าบริษัทคู่แข่งที่มักเก็บเพียง 2 ปี
- สถานะงบประมาณ: มีการระงับและกลับมาเริ่มให้ทุนสลับกันไปในสมัยประธานาธิบดีโอบามา, ทรัมป์ และไบเดน
- ความพยายามแก้ไข: มีการเสนอ Government Surveillance Reform Act เพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายและทำให้โปรแกรมในรูปแบบนี้ผิดกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรม DAS แตกต่างจากการดักฟังโทรศัพท์อย่างไร?
DAS ไม่ได้บันทึกเสียงสนทนา แต่เป็นการเก็บ Metadata หรือข้อมูลการโทร เช่น ใครโทรหาใคร โทรเมื่อไหร่ และนานแค่ไหน ซึ่งในสหรัฐฯ การดักฟังเสียงต้องใช้หมายศาลที่ระบุเหตุผลอันสมควร แต่การเข้าถึงบันทึกการโทรในโปรแกรมนี้มักใช้เพียงหมายเรียก (Subpoena) ซึ่งเจ้าหน้าที่บางส่วนออกเองได้
ใครบ้างที่ตกเป็นเป้าหมายของโปรแกรมนี้?
แม้จะอ้างว่าใช้เพื่อปราบปรามยาเสพติด แต่ในความเป็นจริงครอบคลุมถึงผู้ต้องสงสัยในคดีทั่วไป รวมถึงบุคคลใกล้ชิด เช่น ครอบครัวและเพื่อนของผู้ต้องสงสัย ผ่านเทคนิคการวิเคราะห์แบบลูกโซ่
ทำไมโปรแกรมนี้ถึงหลบเลี่ยงการตรวจสอบได้นาน?
เพราะมีการเปลี่ยนชื่อโปรแกรม และใช้การบริหารจัดการผ่านทำเนียบขาวและเงินทุนสนับสนุนในรูปแบบเงินอุดหนุน ทำให้ไม่ต้องทำรายงานประเมินความเป็นส่วนตัวต่อสาธารณะ และไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย FOIA
AT&T มีหน้าที่ต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ตามกฎหมายหรือไม่?
ไม่มีกฎหมายบังคับให้ AT&T ต้องเก็บข้อมูลการโทรย้อนหลังนานหลายสิบปี การดำเนินการนี้เป็นความสมัครใจของบริษัท ซึ่งสร้างรายได้ให้กับบริษัทผ่านการสนับสนุนจากรัฐบาล



