AI Chatbot กับความเสี่ยงในการแพร่กระจายโฆษณาชวนเชื่อจากรัสเซีย

ในยุคที่ผู้คนเริ่มเปลี่ยนจากการใช้ Search Engine แบบดั้งเดิมมาพึ่งพา AI Chatbot เพื่อค้นหาข้อมูลแบบเรียลไทม์ ความกังวลเรื่องความถูกต้องของข้อมูลจึงเพิ่มสูงขึ้น รายงานล่าสุดจาก Institute of Strategic Dialogue (ISD) เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า แชทบอทชื่อดังอย่าง ChatGPT, Gemini, DeepSeek และ Grok กำลังกลายเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลรัสเซีย โดยเฉพาะเมื่อถูกถามเกี่ยวกับประเด็นสงครามในยูเครน

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่ AI นำข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองรัสเซียมาอ้างอิง ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลที่บิดเบือนถูกส่งต่อไปยังผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล

กลยุทธ์การโจมตีผ่าน "ช่องว่างของข้อมูล"

นักวิจัยจาก ISD ระบุว่า รัสเซียใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Data Voids หรือ "ช่องว่างของข้อมูล" ซึ่งหมายถึงสภาวะที่การค้นหาข้อมูลในหัวข้อเฉพาะเจาะจงแบบเรียลไทม์มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออยู่น้อยมาก ทำให้ AI หันไปดึงข้อมูลจากแหล่งข่าวที่สร้างขึ้นเพื่อโฆษณาชวนเชื่อแทน

จากการทดสอบด้วยคำถาม 300 ข้อ ซึ่งครอบคลุมทั้งคำถามแบบเป็นกลาง ลำเอียง และคำถามที่มุ่งร้าย (Malicious queries) ใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, สเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน และอิตาลี พบว่าเกือบ 20% ของคำตอบมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลจากรัฐบาลรัสเซีย

Image 11

ความสัมพันธ์ระหว่างประเภทคำถามและผลลัพธ์

รายงานชี้ให้เห็นถึงอาการ Confirmation Bias หรือความลำเอียงในการยืนยันความเชื่อเดิม โดยพบว่ายิ่งผู้ใช้ตั้งคำถามในเชิงชี้นำหรือมุ่งร้ายมากเท่าไหร่ AI ยิ่งมีแนวโน้มที่จะนำเสนอข้อมูลจากฝั่งรัสเซียมากขึ้นเท่านั้น:

  • คำถามมุ่งร้าย: พบข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อสูงถึง 25%
  • คำถามลำเอียง: พบข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อ 18%
  • คำถามเป็นกลาง: พบข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อประมาณ 10%

การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแต่ละ AI

จากการทดสอบพบว่า AI แต่ละตัวมีการตอบสนองต่อข้อมูลบิดเบือนที่แตกต่างกัน โดย ChatGPT ถูกระบุว่ามีการอ้างอิงแหล่งข่าวรัสเซียมากที่สุดและอ่อนไหวต่อคำถามที่ลำเอียง ในขณะที่ Grok มักเชื่อมโยงไปยังบัญชีโซเชียลมีเดียที่สนับสนุนแนวทางของเครมลิน ส่วน DeepSeek มักสร้างเนื้อหาจำนวนมากที่อ้างอิงจากรัฐบาลรัสเซีย

ในทางกลับกัน Google Gemini ได้รับการประเมินว่ามีผลลัพธ์ดีที่สุด เนื่องจากมักจะแสดงคำเตือนด้านความปลอดภัยควบคู่ไปกับข้อมูลที่นำเสนอ

Image 12
สรุปการวิเคราะห์การอ้างอิงแหล่งข้อมูลรัสเซียใน AI Chatbots
ชื่อ AI Chatbot ลักษณะการนำเสนอข้อมูล ระดับความเสี่ยง/ข้อสังเกต
ChatGPT อ้างอิงแหล่งข่าวรัสเซียสูงสุด อ่อนไหวต่อคำถามที่ชี้นำสูง
Grok เชื่อมโยงไปยังโซเชียลมีเดียสายเครมลิน เน้นการขยายผลผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์
DeepSeek ผลิตเนื้อหาจากรัฐบาลรัสเซียปริมาณมาก เน้นปริมาณข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงรัฐ
Gemini มีระบบคำเตือนด้านความปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการคัดกรองดีที่สุด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • แหล่งข่าวที่ถูกอ้างอิง: รวมถึง Sputnik Globe, Sputnik China, RT, EADaily, Strategic Culture Foundation และ R-FBI ซึ่งหลายแห่งถูก EU คว่ำบาตร
  • ผลกระทบใน EU: ChatGPT มีผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนในสหภาพยุโรปสูงถึง 120.4 ล้านราย (ข้อมูลถึง 30 ก.ย. 2025) ทำให้ความเสี่ยงในการรับข้อมูลบิดเบือนมีวงกว้าง
  • เครือข่าย Pravda: มีรายงานว่าเครือข่ายข้อมูลบิดเบือนชื่อ "Pravda" พยายามส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบเพื่อ "วางยา" (Poison) LLM ให้จดจำและผลิตซ้ำข้อมูลเท็จ
  • สถานะทางกฎหมาย: หาก ChatGPT มีผู้ใช้เกิน 45 ล้านรายใน EU อาจถูกจัดเป็น Very Large Online Platform (VLOP) ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในการจัดการเนื้อหาผิดกฎหมาย

มุมมองจากผู้เกี่ยวข้อง

ทาง OpenAI ชี้แจงว่าบริษัทมีมาตรการป้องกันการใช้ ChatGPT เพื่อแพร่ข้อมูลเท็จ และเน้นย้ำว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาจากการดึงข้อมูลผ่านฟังก์ชันการค้นหา (Search) ไม่ใช่การสร้างคำตอบจากตัวโมเดลโดยตรง ขณะที่ xAI ของ Elon Musk ตอบกลับสั้นๆ ว่า "สื่อกระแสหลักโกหก" ส่วนสถานทูตรัสเซียในลอนดอนมองว่าการจำกัดเนื้อหาเหล่านี้คือการเซ็นเซอร์และขัดต่อหลักเสรีภาพในการแสดงออก

ผู้เชี่ยวชาญจาก King’s College London มองว่าการที่รัสเซียพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของ AI เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะ LLM กำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักในการอ้างอิงข้อมูลของคนทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย

LLM คืออะไร และเกี่ยวข้องกับปัญหานี้อย่างไร?

LLM (Large Language Models) คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เป็นสมองของ AI Chatbot ซึ่งเรียนรู้จากข้อมูลมหาศาลบนอินเทอร์เน็ต เมื่อแหล่งข้อมูลบนเว็บถูกแทรกซึมด้วยข้อมูลบิดเบือน LLM จึงอาจนำข้อมูลเหล่านั้นมาตอบผู้ใช้เสมือนว่าเป็นข้อเท็จจริง

Data Voids ส่งผลเสียต่อการค้นหาข้อมูลอย่างไร?

เมื่อมีหัวข้อที่ไม่มีข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ (Data Void) AI จะพยายามหาคำตอบจากแหล่งข้อมูลใดก็ได้ที่มีอยู่ ซึ่งมักจะเป็นแหล่งข่าวที่สร้างขึ้นเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ ทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว

ทำไมการที่ AI อ้างอิงแหล่งข่าวที่ถูกคว่ำบาตรจึงเป็นปัญหา?

เพราะแหล่งข่าวเหล่านี้ถูกระบุว่ามีจุดประสงค์เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างความไม่มั่นคง การที่ AI นำมาอ้างอิงทำให้ข้อมูลเท็จเหล่านั้นดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น (Authority) เนื่องจากถูกนำเสนอผ่านเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัย

เราจะป้องกันตัวเองจากข้อมูลบิดเบือนใน AI ได้อย่างไร?

ผู้ใช้ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่ AI อ้างอิงเสมอ ไม่เชื่อคำตอบในทันทีโดยเฉพาะในประเด็นที่ละเอียดอ่อน และควรเปรียบเทียบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่หลากหลายและน่าเชื่อถือ