Flock AI กับประเด็นความเป็นส่วนตัว: การใช้แรงงานต่างชาติฝึกฝนระบบสอดแนมในสหรัฐฯ
กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อมีการเปิดเผยว่า Flock บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดอัจฉริยะและระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ (Automatic License Plate Reader - ALPR) ได้ว่าจ้างแรงงานอิสระจากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม Upwork เพื่อทำหน้าที่ฝึกฝนอัลกอริทึม Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง) โดยให้พนักงานเหล่านี้ตรวจสอบและจำแนกประเภทข้อมูลภาพและเสียงที่บันทึกได้จากพื้นที่ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย 404 Media ซึ่งพบว่าบริษัทได้ทำข้อมูลหลุดโดยไม่ตั้งใจ นำไปสู่คำถามสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของพลเมือง เนื่องจากระบบของ Flock ถูกติดตั้งในชุมชนนับพันแห่งทั่วสหรัฐฯ และถูกนำมาใช้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนคดีอาชญากรรม เช่น การจี้รถ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE)
กลไกการทำงานของระบบสอดแนม Flock
ระบบของ Flock ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บันทึกภาพ แต่ใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากยานพาหนะทุกคันที่ขับผ่าน ได้แก่ ป้ายทะเบียน, สี, ยี่ห้อ และรุ่นของรถ ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางการเคลื่อนที่ของรถเป้าหมายได้ทั่วประเทศ โดยบ่อยครั้งการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่มีหมายศาล จนนำไปสู่การฟ้องร้องจากองค์กรสิทธิพลเมืองอย่าง ACLU และ EFF
นอกเหนือจากยานพาหนะ AI ของ Flock ยังถูกออกแบบมาให้ตรวจจับบุคคล รวมถึงรายละเอียดของเสื้อผ้าที่สวมใส่ และในสิทธิบัตรของบริษัทยังมีการระบุถึงความสามารถในการตรวจจับ เชื้อชาติ ของบุคคลในภาพอีกด้วย
เบื้องหลังการฝึก AI: จากฟิลิปปินส์สู่ข้อมูลในสหรัฐฯ
เพื่อให้ AI มีความแม่นยำ บริษัทจำเป็นต้องใช้กระบวนการ Annotation หรือการทำเครื่องหมายระบุข้อมูลในภาพและเสียง ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้มนุษย์ตรวจสอบจำนวนมาก จากข้อมูลที่หลุดออกมา พบว่ามีพนักงานในประเทศฟิลิปปินส์ที่รับงานผ่าน Upwork ทำหน้าที่เหล่านี้ โดยมีภารกิจหลักดังนี้:
- การจำแนกยานพาหนะ: ระบุยี่ห้อ สี และประเภทของรถ รวมถึงการถอดรหัสตัวอักษรบนป้ายทะเบียน
- การวิเคราะห์เสียง: ฟังคลิปเสียงเพื่อระบุเหตุการณ์ เช่น เสียงอุบัติเหตุรถชน, เสียงปืน หรือการขับรถประมาท รวมถึงการตรวจจับเสียงกรีดร้อง โดยพนักงานต้องระบุระดับความมั่นใจ (Certain/Uncertain) ในสิ่งที่ได้ยิน
- การระบุตัวบุคคล: ให้ระบุตัวตนของผู้ที่เดินเท้าหรือขี่รถจักรยานยนต์ แต่ไม่ต้องระบุตัวบุคคลที่อยู่ภายในรถยนต์
หลักฐานจากคู่มือการทำงานแสดงให้เห็นภาพถ่ายจากหลายรัฐ เช่น นิวยอร์ก, มิชิแกน, ฟลอริดา, นิวเจอร์ซีย์ และแคลิฟอร์เนีย รวมถึงภาพป้ายโฆษณากฎหมายในเมืองแอตแลนตา ซึ่งยืนยันว่าข้อมูลที่แรงงานต่างชาติเข้าถึงเป็นข้อมูลจริงจากพื้นที่ในสหรัฐฯ
| สิ่งที่ตรวจจับ | รายละเอียดการวิเคราะห์ | ผู้ดำเนินการฝึกฝน (Annotators) |
|---|---|---|
| ยานพาหนะ | ป้ายทะเบียน, ยี่ห้อ, รุ่น, สี | แรงงานอิสระ (Upwork) ในฟิลิปปินส์ |
| บุคคล | เสื้อผ้า, เชื้อชาติ, การเดินเท้า/ขี่มอเตอร์ไซค์ | แรงงานอิสระ (Upwork) ในฟิลิปปินส์ |
| เสียง | เสียงปืน, รถชน, เสียงกรีดร้อง | แรงงานอิสระ (Upwork) ในฟิลิปปินส์ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Flock ใช้แรงงานจาก Upwork ในฟิลิปปินส์เพื่อทำ Annotation ให้กับ AI
- ระบบสามารถตรวจจับ ป้ายทะเบียน, ยี่ห้อรถ, เสื้อผ้า และมีสิทธิบัตรระบุการตรวจจับ เชื้อชาติ
- มีการฝึก AI ให้ตรวจจับเสียงเฉพาะ เช่น เสียงปืน และ เสียงกรีดร้อง
- ข้อมูลที่ใช้ฝึกฝนมาจากกล้องในหลายรัฐของสหรัฐฯ และถูกเข้าถึงโดยพนักงานนอกประเทศ
- บริษัทปฏิเสธที่จะให้ความเห็นหลังจากหน้าเว็บที่ข้อมูลหลุดถูกปิดลง
คำถามที่พบบ่อย
Flock คือบริษัทอะไรและทำอะไร?
Flock เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการกล้องวงจรปิดอัจฉริยะและระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (ALPR) ซึ่งเน้นการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามยานพาหนะและสืบสวนคดี
ทำไม Flock ถึงต้องจ้างคนจากต่างประเทศมาฝึก AI?
เป็นแนวทางปฏิบัติทั่วไปของบริษัท AI ที่มักจ้างแรงงานจากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Upwork เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายด้านแรงงานที่ถูกกว่าการจ้างพนักงานภายในประเทศ
การกระทำนี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวอย่างไร?
การที่ข้อมูลภาพและเสียงของพลเมืองสหรัฐฯ ถูกส่งไปให้บุคคลภายนอกในต่างประเทศตรวจสอบ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลและความปลอดภัย เนื่องจากเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูง
AI ของ Flock สามารถตรวจจับอะไรได้บ้างนอกเหนือจากป้ายทะเบียน?
สามารถตรวจจับสีและรุ่นของรถ, ลักษณะการแต่งกายของบุคคล, เสียงเหตุการณ์ผิดปกติ (เช่น เสียงปืน) และมีข้อมูลในสิทธิบัตรว่าสามารถตรวจจับเชื้อชาติได้
มีการดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่?
ปัจจุบันองค์กร ACLU และ EFF ได้ยื่นฟ้องเมืองที่มีการติดตั้งกล้อง Flock จำนวนมาก เนื่องจากกังวลเรื่องการเก็บข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่มีหมายศาล



