วิกฤตศูนย์กักกัน ICE: เมื่อเสียงเรียก 911 เผยความล้มเหลวของระบบสาธารณสุขและสิทธิมนุษยชน

เหตุการณ์ระทึกขวัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อพยาบาลประจำศูนย์ประมวลผล ICE ในเมืองออโรรา รัฐโคโลราโด ต้องโทรแจ้งสายด่วน 911 เพื่อขอความช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่หญิงตั้งครรภ์ 4 เดือนรายหนึ่งที่มีอาการเลือดออกและเจ็บปวดอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่น่าตกใจคือเมื่อเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุถามถึงสัญญาณชีพหรือการเต้นของหัวใจทารก พยาบาลกลับตอบว่า "เราไม่มีอุปกรณ์สำหรับทำสิ่งนั้น"

นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายร้อยสายที่สะท้อนถึงวิกฤตการณ์ภายในศูนย์กักกันผู้ย้ายถิ่นฐานของสหรัฐฯ ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะเกินขีดความสามารถในการรองรับ และการขาดแคลนทรัพยากรทางการแพทย์อย่างหนัก

ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวจากบันทึกการแจ้งเหตุฉุกเฉิน

จากการสืบสวนของ WIRED ผ่านการขอข้อมูลสาธารณะจากศูนย์กักกันขนาดใหญ่ 10 แห่งทั่วประเทศ พบว่าเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่รุนแรงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยกว่า 60% ของศูนย์ที่ตรวจสอบพบรายงานเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ การพยายามฆ่าตัวตาย หรือการล่วงละเมิดทางเพศ

ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา มีการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินเกือบ 400 ครั้ง ซึ่งแบ่งเป็นกรณีวิกฤตดังนี้:

  • ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือผิดปกติ: เกือบ 50 ราย
  • อาการชัก: 26 ราย
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะ: 17 ราย
  • การทำร้ายตัวเองและฆ่าตัวตาย: 7 ราย (รวมถึงการใช้ยาเกินขนาดและการแขวนคอ)
  • การล่วงละเมิดทางเพศ: 6 ราย ซึ่งมีอย่างน้อยหนึ่งกรณีที่ระบุว่าผู้กระทำคือเจ้าหน้าที่
Article image

ระบบที่ล่มสลายภายใต้แรงกดดันของการกักตัว

จำนวนผู้ถูกกักตัวพุ่งสูงขึ้นกว่า 48% ตั้งแต่เดือนมกราคม โดยมีตัวเลขรวมกว่า 59,000 คน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความกดดันนี้ยิ่งทวีคูณขึ้นหลังจากคำสั่งจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และที่ปรึกษาทำเนียบขาวที่ต้องการเพิ่มยอดการจับกุมต่อวันถึง 3 เท่า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการกักตัวผู้คนให้ได้ 100,000 คนพร้อมกัน

ผลกระทบที่ตามมาคือการผลักภาระผู้ถูกกักตัวไปยังเรือนจำรัฐบาลกลาง หรือค่ายกักกันชั่วคราวที่มีลักษณะเหมือนเต็นท์ โดยมีการทำสัญญาจ้างบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่อย่าง The GEO Group และ CoreCivic ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการศูนย์ส่วนใหญ่ที่ปรากฏในรายงานนี้

สรุปสถิติและผลกระทบในศูนย์กักกัน ICE (ปี 2025)
หัวข้อ รายละเอียด/สถิติ
จำนวนผู้ถูกกักตัวรวม มากกว่า 59,000 คน (สูงสุดเป็นประวัติการณ์)
อัตราการเพิ่มขึ้นของการกักตัว เพิ่มขึ้นกว่า 48% ตั้งแต่เดือนมกราคม
สัดส่วนศูนย์ที่มีเหตุรุนแรง 60% ของศูนย์ที่สุ่มตรวจพบเหตุวิกฤต
ผู้บริหารจัดการหลัก The GEO Group และ CoreCivic (บริษัทเอกชน)
Image may contain Person Walking Adult Child Backpack Bag Clothing Footwear Shoe Accessories Handbag and Path

เจาะลึกความเลวร้ายในศูนย์กักกัน Stewart และ South Texas

ศูนย์กักกัน Stewart ในรัฐจอร์เจีย กลายเป็นสถานที่ที่มีรายงานผู้เสียชีวิตระหว่างการกักตัวสูงที่สุดในประเทศตั้งแต่ปี 2017 โดยในปี 2025 พบว่าเหตุฉุกเฉินรุนแรง เช่น อาการชักและการบาดเจ็บที่ศีรษะ เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า แม้จำนวนผู้ถูกกักตัวจะเพิ่มขึ้นเพียง 10% เท่านั้น

ในขณะที่ศูนย์ South Texas ซึ่งบริหารโดย GEO Group พบการพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง เช่น การกลืนยาเกินขนาดและการดื่มสารเคมีทำความสะอาด นอกจากนี้ยังมีรายงานความล่าช้าในการช่วยเหลือ โดยมีกรณีที่ผู้ถูกกักตัวอ่อนแรงจนลุกจากเตียงไม่ได้ แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

ความห่างไกลของสถานที่ตั้งศูนย์เหล่านี้ถูกมองว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้ถูกกักตัวถูกตัดขาดจากครอบครัว ทนายความ และทรัพยากรในชุมชน ทำให้พวกเขายิ่งเปราะบางต่อการถูกละเมิด

Article image

การละเลยทางการแพทย์และภัยเงียบจากการล่วงละเมิด

ระบบการขอรับการรักษาที่เรียกว่า "Sick Call" (การยื่นคำร้องขอพบแพทย์) มักถูกเพิกเฉยหรือใช้เวลานานหลายวันกว่าจะได้รับการตอบสนอง ผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ เช่น ผู้พิการหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง มักถูกทอดทิ้งให้เผชิญกับความเจ็บปวดโดยไม่มียาหรือการดูแลที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศยังคงเป็นภัยเงียบ แม้บริษัทผู้บริหารจะอ้างนโยบาย Zero-Tolerance (การไม่ยอมรับการกระทำผิดโดยเด็ดขาด) และปฏิบัติตามกฎหมาย PREA (กฎหมายป้องกันการข่มขืนในเรือนจำ) แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลจาก 911 เผยให้เห็นการแจ้งเหตุล่วงละเมิดทางเพศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในศูนย์ Adelanto และ South Texas ซึ่งหลายกรณีระบุว่าผู้กระทำคือเจ้าหน้าที่เอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • วิกฤตสาธารณสุข: ศูนย์กักกันขาดแคลนอุปกรณ์พื้นฐาน แม้กระทั่งเครื่องตรวจการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์
  • การละเมิดนโยบาย: มีการกักตัวหญิงตั้งครรภ์และแม่ลูกอ่อนกว่า 158 รายในช่วง 6 เดือน ซึ่งขัดกับนโยบายทั่วไปของ ICE
  • การปิดบังข้อมูล: 1 ใน 3 ของสายแจ้งเหตุ 911 มีรายละเอียดที่คลุมเครือหรือไม่ระบุข้อมูลสำคัญ
  • ความล้มเหลวในการตรวจสอบ: รายงานการล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมากไม่ได้รับการสืบสวนอย่างจริงจังจาก DHS

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมจำนวนการโทรแจ้ง 911 ถึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว?

สาเหตุหลักมาจากจำนวนผู้ถูกกักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนเกินขีดความสามารถของศูนย์ ทำให้ทรัพยากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอและเกิดเหตุวิกฤตบ่อยครั้งขึ้น รวมถึงอาจสะท้อนถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการขอความช่วยเหลือจากภายนอกเมื่อไม่สามารถจัดการสถานการณ์ภายในได้

บริษัทเอกชนมีบทบาทอย่างไรในวิกฤตนี้?

บริษัทอย่าง The GEO Group และ CoreCivic เป็นผู้รับสัมปทานบริหารจัดการศูนย์กักกันส่วนใหญ่ ซึ่งมักถูกวิจารณ์ว่าให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าคุณภาพการดูแลผู้ถูกกักตัว ส่งผลให้เกิดปัญหาอุปกรณ์ชำรุด เจ้าหน้าที่ทำงานเกินกำลัง และการดูแลทางการแพทย์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

ผู้ถูกกักตัวสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างไร?

โดยปกติจะต้องยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรที่เรียกว่า "Sick Call" แต่ในทางปฏิบัติ กระบวนการนี้มักล่าช้าและไม่ได้รับการตอบสนองอย่างทันท่วงที ทำให้หลายรายต้องรอจนอาการทรุดหนักจนต้องมีการโทรแจ้ง 911 ในที่สุด

นโยบายการกักตัวหญิงตั้งครรภ์ของ ICE เป็นอย่างไร?

โดยทั่วไป ICE มีนโยบายหลีกเลี่ยงการกักตัวผู้ตั้งครรภ์เนื่องจากความเสี่ยงต่อสุขภาพของทั้งแม่และเด็ก แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่ามีการบังคับใช้ที่ไม่สม่ำเสมอ และมีการกักตัวหญิงตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นตามนโยบายการเพิ่มยอดจับกุมของรัฐบาล