ปารีสยกระดับความปลอดภัยโอลิมปิกด้วย AI และมาตรการคุมเข้มทั่วเมือง
ก่อนที่พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกจะเริ่มต้นขึ้น กรุงปารีสได้เปลี่ยนสภาพเป็นเมืองที่ถูกควบคุมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการติดตั้งแผงกั้นกว่า 40,000 จุดทั่วเมืองหลวงของฝรั่งเศส พร้อมกองกำลังตำรวจในชุดเกราะกันแทงที่ออกตรวจตราตามถนนหินกรวดอันสวยงาม ขณะที่แม่น้ำแซนถูกจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่ผ่านการตรวจสอบและมีรหัส QR ส่วนบุคคลเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีทหารในชุดเครื่องแบบสีกากีพร้อมอาวุธครบมือประจำการอยู่ตามจุดสำคัญ ซึ่งเป็นมาตรการที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เหตุการณ์ก่อการร้ายในปี 2015
Gérald Darmanin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส ระบุว่ามาตรการเหล่านี้คือความระมัดระวังที่จำเป็น เนื่องจากฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในยุคสันติภาพ โดยมีการตรวจพบกลุ่มบุคคลที่อาจเป็นอันตรายพยายามสมัครเข้าทำงานหรือเป็นอาสาสมัครในงานนี้ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง 257 คน, กลุ่มฝ่ายซ้ายจัด 181 คน และกลุ่มฝ่ายขวาจัด 95 คน นอกจากนี้ยังมีการจับกุมพลเมืองรัสเซียที่ต้องสงสัยว่าวางแผนสร้างความไม่สงบในวงกว้างระหว่างการแข่งขัน
การนำ AI มาใช้ในการเฝ้าระวัง: นวัตกรรมหรือการละเมิดสิทธิ?
นอกเหนือจากกำลังคน ปารีสได้นำ AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย โดยการใช้อัลกอริทึม (Algorithm - ชุดคำสั่งในการประมวลผลข้อมูล) วิเคราะห์ภาพจากกล้อง CCTV ในสถานีขนส่งเพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติ ซึ่งระบบนี้เคยผ่านการทดสอบเบื้องต้นในคอนเสิร์ตของ Depeche Mode เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ระบบดังกล่าวถูกติดตั้งในสถานีรถไฟและรถไฟใต้ดินรวม 46 แห่ง รวมถึงสถานี Porte de Pantin ซึ่งอยู่ใกล้กับ Park of Nations โดยมีการติดป้ายแจ้งผู้โดยสารว่ากำลังอยู่ในพื้นที่ "การทดลองวิเคราะห์วิดีโอเฝ้าระวัง" ซึ่งจะดำเนินการไปจนถึงเดือนมีนาคม 2025 ตามกฎหมายเดือนมีนาคม 2023 อัลกอริทึมเหล่านี้สามารถตรวจจับเหตุการณ์สำคัญได้ 8 รูปแบบ เช่น การเบียดเสียดของฝูงชน, การรวมกลุ่มที่ผิดปกติ, วัตถุที่ถูกทิ้งไว้, การพกพาอาวุธ หรือกรณีที่มีคนล้มลงกับพื้น

มุมมองจากผู้พัฒนาเทคโนโลยี
Matthias Houllier ผู้ร่วมก่อตั้ง Wintics หนึ่งในบริษัทที่ได้รับสัญญาจ้างระบุว่า เทคโนโลยีนี้เป็นการเปลี่ยนกล้อง CCTV ให้เป็นเครื่องมือตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเฝ้าหน้าจอกล้องนับพันตัวได้พร้อมกัน โดยระบบของ Wintics จะวิเคราะห์ "รูปทรงนิรนาม" ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากระบบนับจำนวนผู้ใช้จักรยานที่บริษัทเคยทำมาก่อน
Houllier ยืนยันว่าระบบนี้ไม่ใช่การตัดสินใจอัตโนมัติ แต่เป็นการแจ้งเตือนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบซ้ำ และเน้นย้ำว่านี่เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อความเป็นส่วนตัวมากกว่า ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) เพราะไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่มีการระบุตัวตนจากใบหน้า หรือป้ายทะเบียนรถ
เสียงสะท้อนจากนักเคลื่อนไหว
ในทางตรงกันข้าม Noémie Levain จากกลุ่ม La Quadrature du Net มองว่านี่คือการขยายอำนาจการสอดแนมของตำรวจ โดยโต้แย้งว่าการวิเคราะห์ภาพบุคคลไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ถือเป็นข้อมูลชีวมาตร (Biometric Data) และมีหลักการทำงานไม่ต่างจากระบบจดจำใบหน้า เธอกังวลว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้เพื่อเลือกปฏิบัติกับกลุ่มคนเดิมๆ และจะยังคงถูกใช้งานต่อไปแม้การแข่งขันโอลิมปิกจะสิ้นสุดลง โดยมองว่างานกีฬาครั้งนี้เป็นเพียงข้ออ้างในการนำระบบสอดแนมแบบเบ็ดเสร็จมาใช้ในพื้นที่สาธารณะ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- มาตรการทางกายภาพ: ติดตั้งแผงกั้น 40,000 จุด และจำกัดการเข้าถึงแม่น้ำแซนด้วย QR Code
- ภัยคุกคามที่ตรวจพบ: สกัดกั้นผู้สมัครงาน/อาสาสมัครที่เป็นกลุ่มหัวรุนแรงรวมกว่า 500 คน และจับกุมสายลับรัสเซีย 1 ราย
- การใช้ AI: ติดตั้งอัลกอริทึมวิเคราะห์ CCTV ในสถานีขนส่ง 46 แห่ง เพื่อตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติ 8 ประเภท
- ระยะเวลาทดลอง: ระบบวิเคราะห์วิดีโออัตโนมัติจะมีการทดลองใช้งานไปจนถึงเดือนมีนาคม 2025
- ข้อโต้แย้งหลัก: ผู้พัฒนาอ้างว่าวิเคราะห์เพียง "รูปทรง" แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนมองว่าเป็นการเก็บข้อมูลชีวมาตร
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนจุดติดตั้ง AI | สถานีรถไฟและรถไฟใต้ดิน 46 แห่ง |
| สิ่งที่ AI ตรวจจับ | ฝูงชนหนาแน่น, วัตถุต้องสงสัย, อาวุธ, คนล้ม และการรวมกลุ่มผิดปกติ |
| บริษัทผู้พัฒนา | Wintics และบริษัทฝรั่งเศสอีก 3 แห่ง |
| เป้าหมายหลัก | แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ (ไม่ใช่การตัดสินใจอัตโนมัติ) |
| ข้อกังวล | การละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและการสอดแนมระยะยาว |
คำถามที่พบบ่อย
ระบบ AI ที่ใช้ในปารีสแตกต่างจากระบบจดจำใบหน้าอย่างไร?
ผู้พัฒนา (Wintics) ระบุว่าระบบนี้วิเคราะห์เพียง "รูปทรง" หรือลักษณะทางกายภาพทั่วไปในพื้นที่สาธารณะ โดยไม่มีการระบุตัวตนผ่านใบหน้าหรือป้ายทะเบียนรถ เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดความเป็นส่วนตัว
AI สามารถตรวจจับอะไรได้บ้างในสถานีขนส่ง?
ระบบถูกออกแบบมาให้ตรวจจับเหตุการณ์ 8 รูปแบบ เช่น การเกิดฝูงชนเบียดเสียด การทิ้งวัตถุไว้โดยไม่มีเจ้าของ การพกพาอาวุธ หรือกรณีที่มีคนล้มลงกับพื้น เพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือหรือระงับเหตุได้ทันท่วงที
ทำไมจึงต้องมีการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขนาดนี้?
รัฐบาลฝรั่งเศสมองว่าเป็นความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในยุคสันติภาพ เนื่องจากมีการตรวจพบความพยายามแทรกซึมของกลุ่มหัวรุนแรงทั้งฝ่ายซ้ายจัด ฝ่ายขวาจัด และกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง รวมถึงภัยคุกคามจากการจารกรรม
กลุ่มสิทธิมนุษยชนมีความกังวลเรื่องใดมากที่สุด?
กังวลว่าการใช้ AI จะนำไปสู่การสอดแนมแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่สาธารณะ และเกรงว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้เพื่อเลือกปฏิบัติหรือคุกคามกลุ่มคนบางกลุ่มอย่างต่อเนื่อง แม้การแข่งขันโอลิมปิกจะจบลงแล้วก็ตาม



