ช่างภาพเยอรมันประท้วง Facebook ใช้ภาพเปลือยสะท้อนมาตรฐานสองมาตรฐานในการจัดการ Hate Speech

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อ Olli Waldhauer ช่างภาพชาวเยอรมัน ตัดสินใจใช้ศิลปะการถ่ายภาพเพื่อวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการคัดกรองเนื้อหาของ Facebook โดยเขาชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่รายนี้ให้ความสำคัญกับการลบภาพเปลือยมากกว่าการกำจัด Hate Speech หรือประทุษวาจา (ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง) ที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้ลี้ภัย

จุดเริ่มต้นของแคมเปญนี้เกิดขึ้นเมื่อ Waldhauer โพสต์ภาพผู้หญิงเปลือยอกยืนคู่กับชายที่ถือป้ายข้อความเหยียดเชื้อชาติว่า “Don’t Buy From Turks” ซึ่งเป็นการนำสโลแกนต่อต้านชาวยิวในยุคนาซีมาผสมผสานกับคำด่าทอทางเชื้อชาติ พร้อมระบุคำบรรยายภาพว่า “หนึ่งในคนเหล่านี้กำลังละเมิดกฎของ Facebook” และติดแฮชแท็ก #nippelstatthetze (หัวนมแทนการสร้างความเกลียดชัง)

ผลลัพธ์เป็นไปตามที่ช่างภาพคาดการณ์ไว้ เพราะภาพดังกล่าวถูกลบออกภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง เนื่องจากละเมิดนโยบายเกี่ยวกับภาพนู้ด แต่ในขณะเดียวกัน ข้อความเหยียดเชื้อชาติที่ปรากฏในภาพกลับไม่ถูกจัดการในทันที Waldhauer ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่าเขาต้องการให้ Facebook ลบภาพนี้เพราะ "การสร้างความเกลียดชังทางเชื้อชาติ" ไม่ใช่เพราะ "ความเปลือยเปล่า" เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานที่ลักลั่นในการดูแลชุมชน

แม้ภาพต้นฉบับจะถูกลบ แต่ผู้ประท้วงได้ส่งต่อภาพผ่าน WeTransfer จนกลายเป็นไวรัลและถูกแชร์มากกว่า 30,000 ครั้ง โดยมีผู้ใช้บางส่วนนำแฮชแท็กดังกล่าวไปปรับใช้ในรูปแบบที่หลากหลายเพื่อกดดันให้แพลตฟอร์มหันมาใส่ใจกับปัญหาการเหยียดเชื้อชาติอย่างจริงจัง

facebook-nipple

วิกฤตการเหยียดเชื้อชาติในเยอรมนีและแรงกดดันต่อ Facebook

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่เยอรมนีกำลังเผชิญกับการหลั่งไหลเข้ามาของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพจากประเทศที่ประสบสงคราม เช่น ซีเรียและอัฟกานิสถาน ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนรวมกว่า 1 ล้านคนภายในสิ้นปี ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านชาวต่างชาติ (Xenophobia) ในหลายพื้นที่

ทางรัฐบาลเยอรมนีนำโดย Heiko Maas รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ส่งจดหมายถึง Facebook เพื่อตำหนิว่าบริษัทไม่ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพในการระงับโพสต์และคอมเมนต์ที่เหยียดเชื้อชาติ แม้จะมีการแจ้งเบาะแสพร้อมหลักฐานที่ชัดเจนจากผู้ใช้งานก็ตาม

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ Bild ซึ่งเป็นสื่อรายใหญ่ของเยอรมนี ยังได้ตีพิมพ์หน้ากระดาษที่รวบรวมโพสต์เหยียดเชื้อชาติจำนวนมากภายใต้หัวข้อ “The Pillory of Shame” เพื่อเรียกร้องให้อัยการสูงสุดดำเนินการสอบสวน ขณะที่อัยการในเมืองฮัมบูร์กได้เริ่มตรวจสอบผู้บริหารของ Facebook 3 ราย ในข้อหาปล่อยปละละเลยให้มีการเผยแพร่เนื้อหาที่สร้างความเกลียดชัง ซึ่งรวมถึงการใช้สัญลักษณ์ของนาซี

สรุปประเด็นความขัดแย้งระหว่างแคมเปญประท้วงและนโยบาย Facebook
หัวข้อเปรียบเทียบ การจัดการภาพเปลือย/นู้ด การจัดการ Hate Speech / การเหยียดเชื้อชาติ
ความเร็วในการดำเนินการ รวดเร็วมาก (ลบภายในไม่กี่ชั่วโมง) ล่าช้า หรือไม่ดำเนินการแม้มีการแจ้งเตือน
ความสม่ำเสมอ เข้มงวด (บางครั้งครอบคลุมถึงภาพแม่ให้นมบุตร) ถูกวิจารณ์ว่าหละหลวมและขาดประสิทธิภาพ
ผลกระทบทางสังคม จำกัดอยู่ในเรื่องศีลธรรม/กฎระเบียบแพลตฟอร์ม สร้างความแตกแยกและส่งเสริมความรุนแรงในสังคม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Olli Waldhauer ใช้ภาพเปลือยเพื่อประชดประชันการเซ็นเซอร์ของ Facebook ที่เน้นลบภาพนู้ดแต่ปล่อยให้มีคำเหยียดเชื้อชาติ
  • แฮชแท็ก #nippelstatthetze ถูกใช้เพื่อเรียกร้องให้หยุดการสร้างความเกลียดชังต่อผู้ลี้ภัย
  • เยอรมนีเป็นประเทศในยุโรปที่รับผู้ลี้ภัยมากที่สุด โดยคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนเกิน 1 ล้านคน
  • มีการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้บริหาร Facebook ในเยอรมนี กรณีปล่อยให้มีการใช้สัญลักษณ์นาซีและข้อความเกลียดชัง
  • Facebook เคยมีประวัติการเซ็นเซอร์ที่กว้างเกินไป เช่น การลบภาพแม่ให้นมบุตรและภาพวาดศิลปะศตวรรษที่ 19

คำถามที่พบบ่อย

จุดประสงค์หลักของแคมเปญ #nippelstatthetze คืออะไร?

เพื่อแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานสองมาตรฐานของ Facebook ที่ลบภาพเปลือยอย่างรวดเร็ว แต่กลับเพิกเฉยต่อเนื้อหาที่เหยียดเชื้อชาติและสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ต่อผู้ลี้ภัย

ทำไมรัฐบาลเยอรมนีถึงต้องกดดัน Facebook?

เนื่องจากเยอรมนีรับผู้ลี้ภัยจำนวนมาก ทำให้เกิดกระแสต่อต้านชาวต่างชาติในสังคม ซึ่ง Facebook ถูกมองว่าไม่สามารถควบคุมเนื้อหาที่รุนแรงและเหยียดเชื้อชาติบนแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Facebook มีการตอบสนองต่อเรื่องนี้อย่างไร?

บริษัทระบุว่าจะร่วมมือกับหน่วยงานรัฐของเยอรมนีและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อปราบปรามเนื้อหาที่เหยียดเชื้อชาติ แต่ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าการดำเนินการจริงนั้นล่าช้า

มีการดำเนินการทางกฎหมายเกิดขึ้นหรือไม่?

มี การสอบสวนโดยอัยการในเมืองฮัมบูร์กต่อผู้บริหาร Facebook 3 ราย ในข้อหาอำนวยความสะดวกให้เกิด Hate Speech จากการไม่ลบโพสต์ที่รุนแรงและมีสัญลักษณ์นาซี

นอกจากเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ Facebook เคยถูกวิจารณ์เรื่องการเซ็นเซอร์เรื่องใดอีก?

Facebook เคยถูกวิจารณ์ว่ามีเกณฑ์การตัดสินเนื้อหาทางเพศที่กว้างและไม่สม่ำเสมอ เช่น การลบภาพแม่ที่กำลังให้นมบุตร (ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนนโยบายในปี 2014) และการลบภาพวาดทางศิลปะจากศตวรรษที่ 19