โดรน DJI เสี่ยงถูกระบุตำแหน่งผู้บังคับผ่านสัญญาณ DroneID

จากเดิมที่โดรนสำหรับผู้บริโภคถูกมองว่าเป็นเพียงของเล่นราคาแพง แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในสมรภูมิรบ ทั้งการสอดแนมทางอากาศและการโจมตี โดยที่ผู้บังคับสามารถซ่อนตัวอยู่ห่างออกไปหลายไมล์เพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่าผู้ใช้งานโดรนจากผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกอาจไม่ได้ "ซ่อนตัว" ได้มิดชิดอย่างที่คิด เนื่องจากตัวเครื่องมีการส่งสัญญาณระบุตำแหน่งของผู้บังคับออกไปตลอดเวลา

ทีมนักวิจัยจาก Ruhr University Bochum และ CISPA Helmholtz Center for Information Security ได้นำเสนอผลการศึกษาในงาน Network and Distributed System Security Symposium (NDSS) โดยระบุว่าพวกเขาสามารถทำ Reverse Engineering หรือการวิศวกรรมย้อนกลับสัญญาณวิทยุของโดรน DJI เพื่อถอดรหัสโปรโตคอลที่เรียกว่า DroneID ซึ่งเป็นระบบส่งข้อมูลระบุตัวตนของโดรน

สิ่งที่น่ากังวลคือ ข้อมูลที่ถูกส่งออกมาผ่าน DroneID ไม่ได้มีเพียงพิกัด GPS ของตัวโดรนและรหัสประจำเครื่องเท่านั้น แต่ยังรวมถึง พิกัด GPS ของผู้บังคับโดรน ด้วย ซึ่งหมายความว่าใครก็ตามที่มีอุปกรณ์รับสัญญาณวิทยุราคาถูกและซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม ก็สามารถติดตามหาตัวผู้บังคับโดรนได้อย่างแม่นยำ

Multiple DJI drones flying in the sky

ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและความมั่นคง

ระบบ DroneID ถูกออกแบบมาเพื่อให้หน่วยงานรัฐและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายสามารถตรวจสอบการใช้งานโดรนเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่ปัญหาคือสัญญาณนี้ ไม่มีการเข้ารหัส (Unencrypted) ทำให้เปิดกว้างสำหรับใครก็ตามที่สามารถดักจับสัญญาณวิทยุได้

ความเสี่ยงนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อโดรน DJI ถูกนำไปใช้ในพื้นที่ขัดแย้งหรือสงคราม ซึ่งการเปิดเผยตำแหน่งของผู้บังคับอาจนำไปสู่การถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามได้ทันที นอกจากนี้ ปัญหานี้อาจขยายวงกว้างขึ้นเมื่อกฎระเบียบใหม่ของ FAA (สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา) บังคับให้โดรนสำหรับผู้บริโภคทุกรุ่นต้องมีระบบระบุตัวตนที่คล้ายกับ DroneID

Screenshot of a screen with computer code and a GPS map

กรณีพิพาทในยูเครนและอุปกรณ์ Aeroscope

รัฐบาลยูเครนเคยวิจารณ์ DJI หลังจากพบว่ากองทัพรัสเซียใช้โดรน DJI ในการกำหนดเป้าหมายขีปนาวุธ และใช้สัญญาณวิทยุจากโดรนของยูเครนเพื่อระบุตำแหน่งทหาร โดยใช้เครื่อง Aeroscope ซึ่งเป็นอุปกรณ์เฉพาะของ DJI ที่ขายให้หน่วยงานรัฐ สามารถตรวจจับตำแหน่งโดรนและผู้บังคับได้ไกลถึง 30 ไมล์

แม้ DJI จะเคยอ้างว่า DroneID มีการเข้ารหัสและเข้าถึงได้เฉพาะผ่าน Aeroscope เท่านั้น แต่ในภายหลังต้องยอมรับว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ถูกเข้ารหัส หลังจากที่นักวิจัยด้านความปลอดภัยพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถดักจับข้อมูลได้ด้วย Software-defined Radio (SDR) หรือวิทยุที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หาซื้อได้ทั่วไป

สรุปเปรียบเทียบอุปกรณ์ดักจับสัญญาณ DroneID
อุปกรณ์ ผู้ผลิต/ผู้พัฒนา ราคาโดยประมาณ ความสามารถ
Aeroscope DJI ราคาสูง (ขายเฉพาะรัฐ) ตรวจจับได้ไกลถึง 30 ไมล์
Ettus SDR ผู้ผลิตอุปกรณ์วิทยุ 1,000+ ดอลลาร์ ถอดรหัสสัญญาณได้สมบูรณ์
HackRF ผู้ผลิตอุปกรณ์วิทยุ ไม่กี่ร้อยดอลลาร์ ถอดรหัสได้ และรับสัญญาณได้ไกลถึง 0.75 ไมล์ (เมื่อใช้เสาอากาศปรับแต่ง)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • DroneID ส่งพิกัด GPS ของทั้งตัวโดรนและผู้บังคับโดรนออกไปในอากาศ
  • สัญญาณดังกล่าว ไม่มีการเข้ารหัส ทำให้แฮกเกอร์ใช้เครื่องรับสัญญาณราคาถูกดักฟังได้
  • อุปกรณ์ HackRF ซึ่งมีราคาถูก สามารถนำมาใช้ถอดรหัสตำแหน่งผู้บังคับได้
  • อดีตผู้บริหาร DJI ระบุว่าระบบนี้ถูกสร้างตามคำขอของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ เปรียบเสมือน "ป้ายทะเบียนรถ" ที่ทุกคนมองเห็นได้
  • การระบุตัวตนผู้บังคับโดรนกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ (Holy Grail) ในการกำหนดเป้าหมายโจมตีในสงครามสมัยใหม่

คำถามที่พบบ่อย

DroneID คืออะไร?

คือโปรโตคอลการส่งสัญญาณวิทยุของโดรน DJI ที่ทำหน้าที่ระบุตัวตนและตำแหน่งของโดรน รวมถึงตำแหน่งของผู้บังคับ เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถตรวจสอบได้

ทำไมการที่ DroneID ไม่เข้ารหัสถึงเป็นอันตราย?

เพราะทำให้ใครก็ตามที่มีอุปกรณ์รับสัญญาณวิทยุ (SDR) และซอฟต์แวร์ถอดรหัส สามารถทราบตำแหน่งที่แน่นอนของผู้บังคับโดรนได้ในแบบเรียลไทม์ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกโจมตีหรือละเมิดความเป็นส่วนตัว

อุปกรณ์ Aeroscope แตกต่างจากเครื่องรับสัญญาณทั่วไปอย่างไร?

Aeroscope เป็นอุปกรณ์ทางการของ DJI ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพสูงในการตรวจจับระยะไกล (สูงสุด 30 ไมล์) ในขณะที่เครื่องรับสัญญาณทั่วไปต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคและการปรับแต่งซอฟต์แวร์เพื่อถอดรหัส

ผู้ใช้งานทั่วไปควรระวังอะไรบ้าง?

ผู้ใช้งานควรตระหนักว่าตำแหน่งของตนอาจถูกเปิดเผยผ่านสัญญาณวิทยุของโดรน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงหรือพื้นที่ขัดแย้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

กฎระเบียบของ FAA ส่งผลอย่างไรต่อเรื่องนี้?

FAA กำหนดให้โดรนสำหรับผู้บริโภคต้องมีระบบระบุตัวตนระยะไกล (Remote ID) ซึ่งจะทำให้โดรนยี่ห้ออื่นๆ ต้องใช้ระบบที่คล้ายกับ DroneID ส่งผลให้ปัญหาการถูกดักจับตำแหน่งอาจเกิดขึ้นกับโดรนทุกยี่ห้อในอนาคต