สตรีมมิ่งยุคใหม่ เปลี่ยนหน้าจอทีวีให้เป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์
ในปัจจุบัน แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งไม่ได้ต้องการเพียงแค่ยอดผู้ชมที่นั่งอยู่หน้าจอทีวีเท่านั้น แต่พวกเขากำลังรุกคืบเข้าสู่พื้นที่บนสมาร์ทโฟนของคุณ เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การรับชมความบันเทิงให้กลายเป็นการช้อปปิ้งแบบเรียลไทม์
ล่าสุด Paramount ได้เปิดตัวฟีเจอร์ "ประสบการณ์การช้อปปิ้งผ่านมือถือ" (Mobile Shopping Experience) โดยเริ่มนำร่องในงาน CMT Music Awards ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ Shopsense AI เพื่อให้ผู้ชมสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอทีวีได้ทันที โดยในช่วงแรกจะเน้นไปที่สินค้าแฟชั่นสตรี, ของตกแต่งบ้าน และหมวดหมู่พิเศษอย่าง "Western Gothic Country" ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Walmart นอกจากนี้ยังมีแผนจะขยายระบบนี้ไปยังรายการกีฬาและทอล์กโชว์ทางช่อง CBS ในอนาคต
กลยุทธ์การช้อปปิ้งของยักษ์ใหญ่แห่งวงการสตรีมมิ่ง
แต่ละแพลตฟอร์มมีวิธีการดึงดูดให้ผู้ชมควักเงินจ่ายที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างรายได้ทางเลือกนอกเหนือจากค่าสมาชิก:
- Peacock: ใช้การนำเสนอสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่กำลังรับชม เช่น อุปกรณ์เครื่องครัวในรายการทำอาหาร โดยผู้ชมสามารถสแกน QR Code (รหัสตอบสนองรวดเร็วที่ใช้เข้าถึงลิงก์ได้ทันที) บนหน้าจอเพื่อสั่งซื้อผ่านมือถือ ตัวอย่างเช่น ในรายการ Love Island มีการขายห่วงยางรูปนกฟลามิงโกราคา 75 ดอลลาร์ และกล้องใต้น้ำราคา 19 ดอลลาร์
- Disney: ทดลองส่งโฆษณาสินค้าผ่านทางอีเมลหรือ Push Notification (การแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นบนหน้าจอมือถือ) เพื่อให้ผู้ชมช้อปปิ้งได้โดยไม่ถูกขัดจังหวะขณะรับชมรายการ
- Netflix: กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาแนวทางการเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนในขณะที่รับชมคอนเทนต์ของทางแพลตฟอร์ม
สงครามแย่งชิง "หน้าจอที่สอง" (Second Screen)
เป้าหมายหลักของเหล่าสตรีมมิ่งคือการครอบครอง Second Screen หรืออุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานมักถือไว้ในมือขณะดูทีวี ซึ่งพฤติกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากรายการขายสินค้าทางโทรทัศน์ (Infomercials) หรือช่องช้อปปิ้งอย่าง QVC ในอดีต เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบให้ทันสมัยและไร้รอยต่อมากขึ้น
แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวงการทีวีเท่านั้น แต่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Pinterest ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ E-commerce เพื่อสร้าง Walled Garden หรือระบบนิเวศปิดที่ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นพบสินค้าและกดสั่งซื้อได้จบภายในแอปเดียว โดยไม่ต้องออกไปใช้งานแอปพลิเคชันอื่น
| แพลตฟอร์ม | วิธีการเข้าถึงการช้อปปิ้ง | ลักษณะสินค้า/จุดเด่น |
|---|---|---|
| Paramount | Mobile Shopping Experience (AI) | แฟชั่น, ของแต่งบ้าน, สินค้าสปอนเซอร์จาก Walmart |
| Peacock | สแกน QR Code บนหน้าจอ | สินค้าที่ปรากฏในรายการ (เช่น อุปกรณ์ครัว, ของใช้ใน Love Island) |
| Disney | Email และ Push Notification | เน้นการช้อปปิ้งแบบไม่ขัดจังหวะการรับชม |
| Netflix | กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา/สำรวจ | มุ่งเน้นการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนขณะรับชม |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Paramount ร่วมมือกับ Shopsense AI เพื่อสร้างระบบช้อปปิ้งระหว่างรับชมรายการ
- Peacock ใช้ QR Code เพื่อเชื่อมโยงสินค้าในรายการเข้าสู่การสั่งซื้อบนมือถือ
- Disney เน้นการแจ้งเตือนผ่านมือถือเพื่อลดการรบกวนประสบการณ์การดู
- เป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนพฤติกรรม Second Screen ให้กลายเป็นรายได้
- แนวโน้มนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Walled Garden ของ TikTok และ Pinterest
คำถามที่พบบ่อย
การช้อปปิ้งผ่านสตรีมมิ่งทำงานอย่างไร?
ระบบจะนำเสนอสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่กำลังรับชม โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึงหน้าร้านค้าออนไลน์ได้ผ่านการสแกน QR Code, การคลิกลิงก์จากการแจ้งเตือนในมือถือ หรือผ่านระบบ AI ที่แนะนำสินค้าตามสิ่งที่ปรากฏบนจอ
Second Screen คืออะไรและสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ?
Second Screen คืออุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ที่ผู้คนใช้ควบคู่ไปกับการดูทีวี ซึ่งเป็นโอกาสทองที่แบรนด์จะเปลี่ยนความสนใจของผู้ชมให้กลายเป็นการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ทันที
การช้อปปิ้งแบบนี้จะรบกวนการรับชมหรือไม่?
แต่ละแพลตฟอร์มพยายามหาวิธีที่แตกต่างกัน เช่น Disney เลือกใช้การแจ้งเตือนผ่านมือถือแทนการขึ้นโฆษณาบนจอ เพื่อให้ผู้ชมสามารถเลือกช้อปปิ้งได้เองโดยไม่ถูกขัดจังหวะ
มีแพลตฟอร์มใดบ้างที่เริ่มใช้ระบบนี้แล้ว?
ปัจจุบันมี Paramount, Peacock และ Disney ที่เริ่มนำร่องหรือทดสอบระบบ ส่วน Netflix กำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้



