การติดตามผู้ย้ายถิ่นฐานด้วย GPS ในสหราชอาณาจักร ถูกตัดสินว่าผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูล
หน่วยงานกำกับดูแลด้านความเป็นส่วนตัวของสหราชอาณาจักรได้มีคำตัดสินครั้งสำคัญว่า วิธีการที่รัฐบาลใช้ GPS trackers หรืออุปกรณ์ติดตามตำแหน่งผ่านดาวเทียมกับผู้ย้ายถิ่นฐานนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่นำเทคโนโลยีสอดแนมมาทดลองใช้กับกลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา
โครงการนำร่องนี้ดำเนินการโดย Home Office (กระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักร) เป็นระยะเวลา 18 เดือนและสิ้นสุดลงเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีการบังคับให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวนสูงสุดถึง 600 คน ต้องสวมกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามตำแหน่งที่อยู่ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม Information Commissioner’s Office (ICO) ซึ่งเป็นหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบุว่าโครงการดังกล่าวละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของสหราชอาณาจักร เนื่องจากไม่มีการประเมินผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัวอย่างเหมาะสม และไม่ได้แจ้งข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้ย้ายถิ่นฐานเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล ส่งผลให้ Home Office มีเวลา 28 วันในการปรับปรุงนโยบายการติดตามด้วย GPS ให้ถูกต้อง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ: มีผู้ย้ายถิ่นฐานสูงสุด 600 คนถูกบังคับให้สวมกำไลข้อเท้าติดตามตัวในโครงการนำร่อง
- ความเสี่ยงด้านค่าปรับ: ICO อาจสั่งปรับ Home Office สูงถึง 17.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 22 ล้านดอลลาร์) หรือ 4% ของรายได้ หากยังคงดำเนินการติดตามผู้ที่เดินทางมาทางเรือโดยไม่แก้ไขนโยบาย
- สถิติการเดินทาง: ในปี 2023 มีผู้เดินทางผ่านเส้นทางอันตรายจากยุโรปมายังชายฝั่งทางใต้ของสหราชอาณาจักรมากกว่า 29,000 คน
- ประเด็นทางกฎหมาย: การติดตาม 24 ชั่วโมงอาจเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหว เช่น ศาสนา รสนิยมทางเพศ หรือสถานะทางสุขภาพ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| หน่วยงานที่ตัดสิน | Information Commissioner’s Office (ICO) |
| หน่วยงานที่ถูกตัดสิน | Home Office (กระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักร) |
| สาเหตุที่ผิดกฎหมาย | ขาดการประเมินความเป็นส่วนตัวและไม่แจ้งรายละเอียดการเก็บข้อมูล |
| บทลงโทษสูงสุด | ค่าปรับ 17.5 ล้านปอนด์ หรือ 4% ของรายได้ |
| ระยะเวลาแก้ไขนโยบาย | 28 วัน |
ผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและเสียงสะท้อนจากผู้เสียหาย
นักกฎหมายจาก Privacy International กลุ่มสิทธิทางดิจิทัล มองว่าการสอดแนมผู้แสวงหาที่พักพิงตลอด 24 ชั่วโมงนั้นขัดต่อหลักสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างรุนแรง โดยเปรียบเทียบว่ารัฐบาลใช้วิธีการแบบ "Wild West" หรือการทำตามใจชอบโดยไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์ ซึ่งขัดกับระบบกฎหมายที่ควรคุ้มครองทุกคนไม่ว่าจะมีสถานะการเข้าเมืองอย่างไร
John Edwards ผู้ตรวจการข้อมูลของสหราชอาณาจักร เสริมว่าการเข้าถึงข้อมูลการเคลื่อนไหวตลอดเวลาไม่เพียงแต่เป็นการรุกล้ำความเป็นส่วนตัว แต่ยังอาจทำให้ผู้ถูกติดตามเกิดความกังวลจนไม่กล้าใช้ชีวิตประจำวันหรือจำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนที่

ในขณะนี้มีคดีความในศาลอย่างน้อย 2 กรณีที่รอคำตัดสิน เช่น กรณีของอดีตผู้แสวงหาที่พักพิงชาวซูดันวัย 25 ปี ที่ระบุว่าการสวมกำไลข้อเท้าทำให้เขานึกถึงความทรงจำอันเลวร้ายจากการถูกพันธนาการและทรมานระหว่างการเดินทาง และกรณีของ Mark Nelson ช่างซ่อมรถยนต์ที่นิยามประสบการณ์การถูกติดตามนี้ว่าเป็นการ "ลดทอนความเป็นมนุษย์"
นอกจากนี้ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่า Home Office ไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่าได้พิจารณาวิธีการอื่นที่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวน้อยกว่านี้ หรืออธิบายได้ว่าเหตุใดมาตรการที่เข้มงวดเกินกว่าเหตุนี้จึงจำเป็นต่อการควบคุมการเข้าเมือง
แนวโน้มในระดับสากล
สหราชอาณาจักรไม่ใช่ประเทศเดียวที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้แทนการกักตัวในศูนย์กักกัน โดยในปีที่ผ่านมา หน่วยงาน Immigration and Customs Enforcement (ICE) ของสหรัฐอเมริกาก็ได้ประกาศเริ่มใช้กำไลข้อเท้า GPS และสมาร์ทวอทช์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อติดตามผู้ย้ายถิ่นฐานเช่นกัน
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมการใช้ GPS ติดตามผู้ย้ายถิ่นฐานถึงถูกตัดสินว่าผิดกฎหมาย?
เนื่องจาก Home Office ไม่ได้ทำการประเมินผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวอย่างถี่ถ้วน และไม่มีการแจ้งข้อมูลที่ชัดเจนให้ผู้ถูกติดตามทราบว่าข้อมูลใดถูกจัดเก็บและนำไปใช้อย่างไร ซึ่งขัดต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของสหราชอาณาจักร
ICO สั่งให้รัฐบาลลบข้อมูล GPS ที่เก็บไปแล้วหรือไม่?
คำตัดสินของ ICO ในครั้งนี้ไม่ได้ระบุว่าต้องลบข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบแล้ว แต่เน้นไปที่การปรับปรุงนโยบายให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนจะดำเนินการต่อ
การติดตามด้วย GPS ส่งผลกระทบต่อผู้ย้ายถิ่นฐานอย่างไรบ้าง?
นอกจากการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่อาจเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหว (เช่น ศาสนาหรือสุขภาพ) แล้ว สำหรับบางรายยังส่งผลกระทบทางจิตใจ โดยกระตุ้นให้นึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายในอดีต และทำให้รู้สึกว่าถูกลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์
รัฐบาลสหราชอาณาจักรยังสามารถติดตามผู้ย้ายถิ่นฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่?
ICO ไม่ได้ห้ามการติดตามทางอิเล็กทรอนิกส์โดยสิ้นเชิง แต่ระบุว่าหากจะดำเนินการ ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายรองรับ
ประเทศอื่นมีการใช้เทคโนโลยีลักษณะนี้หรือไม่?
มี เช่น ในสหรัฐอเมริกาที่หน่วยงาน ICE ได้นำกำไลข้อเท้า GPS และสมาร์ทวอทช์มาใช้ติดตามผู้ย้ายถิ่นฐานเพื่อเป็นทางเลือกแทนการกักตัวในศูนย์กักกัน



