xCloud จาก Microsoft เตรียมเปิดทดสอบสาธารณะ ให้สัมผัสประสบการณ์ Cloud Gaming ตุลาคมนี้

หลังจากสร้างความสับสนให้กับเหล่าเกมเมอร์ในงาน E3 ล่าสุด ทาง Microsoft ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า บริการ xCloud ซึ่งเป็นระบบ Cloud Gaming (การเล่นเกมผ่านระบบคลาวด์โดยไม่ต้องติดตั้งตัวเกมลงในเครื่อง) จะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าร่วมทดสอบในช่วงเดือนตุลาคมปีนี้

Mark Skwarski ผู้บริหารฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์อาวุโสของ Xbox เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการ xCloud อยู่ในขั้นตอนการทดสอบภายในโดยพนักงานของบริษัททั่วโลก โดยมีการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ถึง 13 ภูมิภาคทั่วโลก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายผลสู่ผู้ใช้งานทั่วไปในเร็วๆ นี้

แยกให้ชัด: Xbox Game Streaming vs xCloud

หนึ่งในประเด็นที่สร้างความเข้าใจผิดมากที่สุดคือความแตกต่างระหว่างฟีเจอร์การสตรีมแบบใหม่ของ Xbox และบริการ xCloud ซึ่งแม้ทั้งคู่จะทำงานบนระบบ Azure (แพลตฟอร์มคลาวด์ของ Microsoft) แต่มีรูปแบบการทำงานที่ต่างกันดังนี้:

  • Xbox Game Streaming: ทำหน้าที่คล้ายกับ Remote Play โดยเป็นการเปลี่ยนเครื่อง Xbox ที่บ้านให้เป็นเครื่องส่งสัญญาณ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเล่นเกมจากเครื่องตัวเองผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้
  • xCloud: เป็นบริการ Cloud Gaming เต็มรูปแบบ ซึ่งผู้เล่นไม่จำเป็นต้องมีเครื่องคอนโซลที่บ้าน แต่จะเล่นเกมผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft โดยตรง ทำให้สามารถเข้าถึงเกมได้จากทุกหน้าจอ

Phil Spencer หัวหน้าฝ่าย Xbox ระบุว่าภายในเดือนตุลาคมนี้ ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงระบบไฮบริดที่เลือกได้ว่าจะสตรีมเกมจากเครื่องคอนโซลที่บ้าน หรือจะใช้เครื่องคอนโซลที่ตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลของ Microsoft ผ่าน xCloud ก็ได้

Image 6

การแข่งขันในตลาด Cloud Gaming และข้อจำกัดในปัจจุบัน

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Google Stadia ที่มีความทะเยอทะยานสูง โดยรองรับทั้งทีวี เบราว์เซอร์ และอุปกรณ์พกพา พร้อมประสิทธิภาพระดับ 4K 60 fps ทาง Microsoft ดูเหมือนจะปรับลดขอบเขตของ xCloud ลงในระยะแรก โดย Skwarski ยืนยันว่าในขณะนี้บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การรองรับ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เท่านั้น ซึ่งต่างจากแผนเดิมที่เคยระบุว่าจะรองรับทั้ง PC และคอนโซลด้วย

การที่ Microsoft ไม่ได้เน้นย้ำเรื่องการสตรีมผ่านเบราว์เซอร์หรือทีวีในงาน E3 ทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าบริษัทอาจยังไม่พร้อมที่จะปะทะกับ Google Stadia โดยตรงในทุกมิติ อย่างไรก็ตาม การเปิดทดสอบในเดือนตุลาคมจะทำให้ผู้ใช้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า xCloud มีประสิทธิภาพด้าน Latency (ความหน่วงของการส่งข้อมูล) และความเสถียรเพียงพอที่จะแข่งขันในตลาดนี้หรือไม่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • กำหนดการ: เปิดทดสอบ xCloud สำหรับสาธารณะในเดือนตุลาคม
  • อุปกรณ์ที่รองรับ: เน้นเฉพาะสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในระยะแรก
  • โครงสร้างพื้นฐาน: ติดตั้งระบบในศูนย์ข้อมูล 13 ภูมิภาคทั่วโลกผ่าน Azure
  • ความแตกต่าง: xCloud คือการเล่นผ่านคลาวด์ ส่วน Xbox Streaming คือการรีโมทจากเครื่องที่บ้าน
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างระบบสตรีมมิ่งของ Xbox
คุณสมบัติ Xbox Game Streaming xCloud
แหล่งที่มาของเกม เครื่อง Xbox ของผู้ใช้ที่บ้าน เซิร์ฟเวอร์ใน Azure Data Center
ความจำเป็นของฮาร์ดแวร์ ต้องมีเครื่อง Xbox ไม่จำเป็นต้องมีเครื่อง Xbox
อุปกรณ์ที่ใช้เล่น มือถือ, แท็บเล็ต มือถือ, แท็บเล็ต (ในระยะแรก)
เป้าหมายหลัก ความสะดวกในการเข้าถึงเครื่องตัวเอง การเล่นเกมได้ทุกที่โดยไม่ต้องติดตั้ง

คำถามที่พบบ่อย

xCloud คืออะไรและแตกต่างจาก Xbox Streaming อย่างไร?

xCloud คือบริการ Cloud Gaming ที่ให้คุณเล่นเกมผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft โดยไม่ต้องมีเครื่องคอนโซล ส่วน Xbox Streaming คือการส่งสัญญาณภาพจากเครื่อง Xbox ที่คุณเป็นเจ้าของที่บ้านมายังอุปกรณ์พกพา

ต้องมีเครื่อง Xbox รุ่นใหม่ (Project Scarlett) ถึงจะใช้ xCloud ได้หรือไม่?

แม้ Phil Spencer จะกล่าวถึงความเชื่อมโยงกับคอนโซลรุ่นถัดไป แต่ xCloud ถูกออกแบบมาเพื่อให้เล่นได้บนหลายหน้าจอ โดยไม่จำเป็นต้องผูกติดกับเครื่องคอนโซลรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น

xCloud สามารถเล่นบน PC หรือ Smart TV ได้หรือไม่?

ในปัจจุบัน Microsoft ระบุว่ากำลังมุ่งเน้นการพัฒนาให้ใช้งานได้บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเป็นหลัก ซึ่งยังไม่ครอบคลุมถึง PC หรือทีวีเหมือนกับ Google Stadia

จะเริ่มใช้งาน xCloud ได้เมื่อไหร่?

Microsoft มีแผนจะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าร่วมทดสอบระบบ xCloud ในช่วงเดือนตุลาคมนี้

ปัญหาเรื่องความหน่วง (Latency) จะส่งผลอย่างไร?

ความหน่วงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของ Cloud Gaming หากระบบมี Latency สูง จะทำให้การตอบสนองในเกมช้าลง ซึ่งการทดสอบในเดือนตุลาคมนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่า xCloud ทำงานได้ดีเพียงใด