Windows 10 ยืดอายุการใช้งานด้วยโปรแกรม ESU ต่ออายุความปลอดภัยถึงปี 2027

สำหรับผู้ที่ยังคงใช้งาน Windows 10 และยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้ Windows 11 ไม่ว่าจะเป็นเพราะข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์หรือความพึงพอใจส่วนตัว แม้ว่าการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจะสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคม 2025 แต่ Microsoft ได้มอบทางออกเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมได้อย่างปลอดภัยผ่านโปรแกรม Extended Security Updates (ESU) หรือโปรแกรมขยายการอัปเดตความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาการดูแลไปจนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2027

โปรแกรม ESU ถูกออกแบบมาเพื่อส่งมอบการอัปเดตด้านความปลอดภัยที่สำคัญ (Critical Security Updates) ให้กับระบบปฏิบัติการที่หมดระยะเวลาสนับสนุนแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทราบคือโปรแกรมนี้จะ ไม่มี การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ไม่มีการแก้ไขบั๊กทั่วไป และไม่มีบริการสนับสนุนทางเทคนิค โดยเดิมทีโครงการนี้มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนตุลาคม 2026 แต่ล่าสุด Microsoft ได้ขยายเวลาเพิ่มให้อีก 16 เดือน

วิธีสมัครเข้าร่วมโปรแกรม ESU สำหรับ Windows 10

ปัจจุบันโปรแกรมนี้เปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปทุกคนที่ใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 หรือสูงกว่า สามารถสมัครได้แล้ว (จากเดิมที่จำกัดเฉพาะกลุ่ม Insiders) โดยมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้:

  1. เข้าไปที่เมนู Settings (การตั้งค่า) > Update & Security (การอัปเดตและความปลอดภัย) > Windows Update
  2. คลิกเลือก Enroll now (สมัครตอนนี้)
  3. หากคุณใช้งานผ่าน Local account (บัญชีท้องถิ่น) จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้ Microsoft account เพื่อดำเนินการ

สำหรับผู้ที่มีไลเซนส์ ESU แล้ว สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่อง โดยเครื่องอื่นๆ ที่ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft เดียวกัน จะเห็นตัวเลือก Add device (เพิ่มอุปกรณ์) ในหน้าการตั้งค่า Windows Update

ทางเลือกในการชำระค่าบริการ ESU

ผู้ใช้ Windows 10 สามารถเลือกรับสิทธิ์ ESU ได้ผ่าน 3 ช่องทางตามความสะดวก ดังนี้:

  • ใช้คะแนน Microsoft Rewards: ใช้คะแนนสะสมจำนวน 1,000 คะแนน ซึ่งได้จากการใช้บริการต่างๆ ของ Microsoft
  • ซิงค์ข้อมูลผ่าน OneDrive: ทำการซิงค์ Windows Backup ไปยัง Microsoft OneDrive (ซึ่งปกติจะมีพื้นที่ฟรี 5GB หากไม่เพียงพออาจต้องซื้อพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติม)
  • ชำระเงินสด: จ่ายค่าธรรมเนียมจำนวน 30 ดอลลาร์สหรัฐ
สรุปข้อมูลโปรแกรม Extended Security Updates (ESU) ของ Windows 10
หัวข้อ รายละเอียด
ระยะเวลาสนับสนุนสูงสุด ถึง 12 ตุลาคม 2027
สิ่งที่ได้รับ การอัปเดตความปลอดภัยที่สำคัญ (Critical Security Updates)
สิ่งที่ไม่ได้รับ ฟีเจอร์ใหม่, การแก้บั๊ก, การสนับสนุนทางเทคนิค
เวอร์ชันที่รองรับ Windows 10 22H2 ขึ้นไป
จำนวนอุปกรณ์ต่อไลเซนส์ สูงสุด 10 เครื่อง

ควรใช้ Windows 10 ต่อหรืออัปเกรดเป็น Windows 11?

การตัดสินใจอัปเกรดอาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน เนื่องจาก Windows 11 มีข้อกำหนดด้านฮาร์ดแวร์ที่เข้มงวดขึ้น ประกอบกับราคา RAM ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คอมพิวเตอร์รุ่นเก่าหลายเครื่องไม่สามารถอัปเกรดได้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง Secure Boot certificates (ใบรับรองการบูตที่ปลอดภัย ซึ่งช่วยป้องกันมัลแวร์ขณะเริ่มระบบ) ที่กำลังจะหมดอายุในเดือนนี้ ซึ่งอาจทำให้เครื่องมีความเสี่ยงมากขึ้น

หากงบประมาณไม่อำนวยในการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ การสมัครโปรแกรม ESU เป็นทางเลือกที่แนะนำ เพราะจะช่วยกู้คืนระบบ Secure Boot และให้การอัปเดตความปลอดภัยที่จำเป็น ส่วนผู้ที่ใช้งานแอปพลิเคชัน Office (Microsoft 365) จะยังคงสามารถใช้งานได้จนถึงเดือนตุลาคม 2028 แต่จะได้รับเพียงการอัปเดตความปลอดภัยและจะค่อยๆ สูญเสียการเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ESU ยืดอายุความปลอดภัย Windows 10 ไปจนถึง 12 ต.ค. 2027
  • รองรับเฉพาะ Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 ขึ้นไป และต้องใช้ Microsoft account
  • ค่าบริการมีให้เลือกทั้งแบบจ่ายเงิน ($30), ใช้คะแนน Rewards หรือซิงค์ OneDrive
  • โปรแกรมนี้เน้น ความปลอดภัย ไม่ใช่การเพิ่มประสิทธิภาพหรือฟีเจอร์ใหม่
  • แอป Microsoft 365 บน Windows 10 ใช้งานได้ถึง ต.ค. 2028

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรม ESU คืออะไรและช่วยอะไรได้บ้าง?

ESU หรือ Extended Security Updates คือโปรแกรมขยายเวลาการอัปเดตความปลอดภัยของ Microsoft สำหรับ Windows 10 ช่วยให้ผู้ที่ยังไม่อัปเกรดเป็น Windows 11 ได้รับการปกป้องจากช่องโหว่ร้ายแรงและมัลแวร์ต่อไปได้

ถ้าสมัคร ESU แล้วจะได้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Windows 11 หรือไม่?

ไม่ได้ โปรแกรม ESU จะให้เฉพาะการอัปเดตด้านความปลอดภัยที่สำคัญเท่านั้น จะไม่มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่หรือการแก้ไขข้อผิดพลาด (Bug fixes) ทั่วไปในระบบ

ต้องใช้เงื่อนไขอะไรบ้างในการสมัคร ESU?

เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องรัน Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 หรือสูงกว่า และผู้ใช้ต้องเปลี่ยนจาก Local account มาเป็น Microsoft account เพื่อทำการสมัครผ่านเมนู Windows Update

มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร ESU หรือไม่?

มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถเลือกจ่ายเป็นเงิน 30 ดอลลาร์, ใช้คะแนน Microsoft Rewards 1,000 คะแนน หรือเลือกใช้วิธีซิงค์ Windows Backup กับ OneDrive

ไลเซนส์ ESU หนึ่งชุดใช้ได้กี่เครื่อง?

หนึ่งไลเซนส์สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่อง โดยสามารถเพิ่มอุปกรณ์ผ่านเมนูการตั้งค่าในบัญชี Microsoft เดียวกันได้