Waymo ปฏิวัติวงการรถยนต์ไร้คนขับ เปิดตัวระบบ Level 4 บนถนนจริงในสหรัฐฯ

ก้าวสำคัญของเทคโนโลยีการเดินทางเกิดขึ้นแล้ว เมื่อ Waymo ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) ได้ประกาศความสำเร็จในการนำรถมินิแวนขับเคลื่อนอัตโนมัติลงวิ่งบนถนนสาธารณะในรัฐแอริโซนา โดยที่ ไม่มีพนักงานขับรถเพื่อความปลอดภัย (Safety Driver) นั่งประจำการอยู่ที่ตำแหน่งคนขับอีกต่อไป

John Krafcik ซีอีโอของ Waymo ได้เปิดเผยข้อมูลนี้ในงานประชุมด้านเทคโนโลยีที่กรุงลิสบอน โดยระบุว่ารถยนต์เหล่านี้เริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม และในเร็วๆ นี้ ทางบริษัทมีแผนที่จะเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ทดลองใช้บริการรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์นี้

เจาะลึกการทำงานของระบบ Level 4 และข้อจำกัดในปัจจุบัน

เป้าหมายสูงสุดของอุตสาหกรรมยานยนต์คือ Level 4 Autonomy หรือระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 4 ซึ่งหมายถึงความสามารถของรถยนต์ในการนำทางและตัดสินใจได้เองในทุกสภาวะถนนและสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์คอยควบคุม

อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกนี้ Waymo ยังคงมีมาตรการควบคุมเพื่อความปลอดภัย ดังนี้:

  • การกำกับดูแล: จะมีพนักงานของ Waymo นั่งอยู่ในรถ แต่จะย้ายไปนั่งที่เบาะหลังแทนตำแหน่งคนขับ
  • ขอบเขตพื้นที่ (Geofencing): รถจะวิ่งได้เฉพาะในพื้นที่ที่กำหนดไว้ (Geofenced) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 100 ตารางไมล์ในเมืองแชนด์เลอร์ รัฐแอริโซนา โดยจะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการเก็บข้อมูลมากขึ้น
  • กลุ่มผู้ทดสอบ: ในช่วงแรกจะเปิดให้เฉพาะสมาชิกในโครงการ Early Rider ที่ร่วมทดสอบมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้วเท่านั้น

เทคโนโลยีเบื้องหลังความอัจฉริยะ

Waymo ใช้ความได้เปรียบด้านวิศวกรรมเครื่องจักรจาก Google และการพัฒนาฮาร์ดแวร์ของตนเองเพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ โดยติดตั้งระบบเซนเซอร์ขั้นสูงที่ช่วยให้รถมองเห็นโลกได้แบบ 360 องศา ประกอบด้วย:

  • เลเซอร์ (LiDAR): สามารถตรวจจับวัตถุแบบ 3 มิติ ได้ไกลถึง 300 เมตร และมีเลเซอร์ระยะสั้นสำหรับตรวจจับวัตถุข้างตัวรถ
  • เรดาร์ (Radar): ช่วยในการมองทะลุหรือมองอ้อมวัตถุ เพื่อติดตามสิ่งที่เคลื่อนที่ซึ่งสายตามนุษย์อาจมองไม่เห็น
สรุปข้อมูลทางเทคนิคและเป้าหมายของ Waymo
หัวข้อ รายละเอียด
ระดับการขับเคลื่อน Level 4 (ขับเคลื่อนอัตโนมัติสมบูรณ์ในพื้นที่กำหนด)
พื้นที่ทดสอบหลัก เมืองแชนด์เลอร์, รัฐแอริโซนา (100 ตารางไมล์)
เทคโนโลยีตรวจจับ LiDAR (300 เมตร), Radar และเซนเซอร์ 360 องศา
พันธมิตรทางธุรกิจ Fiat-Chrysler, Lyft และ Avis
เป้าหมายถัดไป บริการ Ride-hail (เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน) เชิงพาณิชย์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Waymo เป็นบริษัทแรกที่นำรถไร้คนขับแบบไม่มีคนขับสำรองลงถนนจริงในสหรัฐฯ
  • มีการทดสอบบนถนนจริงกว่า 3.5 ล้านไมล์ และจำลองสถานการณ์กว่า 2.5 พันล้านไมล์
  • รัฐแอริโซนามีกฎระเบียบที่ยืดหยุ่นกว่าแคลิฟอร์เนีย โดยไม่บังคับให้เปิดเผยข้อมูลอุบัติเหตุหรือจำนวนครั้งที่มนุษย์ต้องเข้าควบคุมรถ
  • เป้าหมายในอนาคตคือการขยายเทคโนโลยีนี้ไปยังรถบัสและรถบรรทุก

ก้าวต่อไปสู่บริการเชิงพาณิชย์

เป้าหมายใหญ่ของ Waymo คือการสร้างบริการ Ride-hail หรือบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (คล้าย Uber หรือ Lyft) เพื่อให้ผู้คนใช้เดินทางไปทำงาน กลับบ้าน หรือทำธุระส่วนตัวได้อย่างสะดวกสบาย โดยได้รับการสนับสนุนจากนายกเทศมนตรีเมืองแชนด์เลอร์ที่มองว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนและสร้างอิสระในการเดินทางให้กับผู้ที่ไม่สามารถขับรถได้

แม้ว่าบริษัทคู่แข่งส่วนใหญ่จะยังคงระมัดระวังและวางแผนจะใช้คนขับสำรองไปจนถึงปี 2020 เป็นอย่างน้อย แต่ Waymo ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขากล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นเพื่อนำโลกเข้าสู่ยุคไร้คนขับอย่างเต็มตัว

คำถามที่พบบ่อย

Level 4 Autonomy คืออะไร?

คือระดับการขับเคลื่อนอัตโนมัติที่รถสามารถจัดการทุกอย่างได้เองโดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุม ภายใต้สภาพแวดล้อมหรือพื้นที่ที่กำหนดไว้

ทำไม Waymo ถึงเลือกทดสอบในรัฐแอริโซนา?

เนื่องจากรัฐแอริโซนามีกฎหมายควบคุมการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับที่ผ่อนปรนมากกว่ารัฐอื่น เช่น ไม่บังคับให้เปิดเผยข้อมูลการเข้าควบคุมรถโดยมนุษย์ต่อสาธารณะ

รถยนต์ของ Waymo ปลอดภัยแค่ไหน?

Waymo ได้ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ทั้งการวิ่งบนถนนจริง 3.5 ล้านไมล์ และการจำลองสถานการณ์ในคอมพิวเตอร์ถึง 2.5 พันล้านไมล์ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย

คนทั่วไปสามารถเรียกใช้บริการได้แล้วหรือยัง?

ในขณะนี้ยังจำกัดเฉพาะสมาชิกในโครงการ Early Rider ในพื้นที่เมืองแชนด์เลอร์ แต่บริษัทมีแผนจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ผ่านแอปพลิเคชันในอนาคต

เซนเซอร์ LiDAR ทำหน้าที่อะไร?

LiDAR คือระบบเลเซอร์ที่ใช้ตรวจจับวัตถุรอบตัวรถแบบ 3 มิติ ช่วยให้รถรับรู้ระยะห่างและรูปร่างของสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำในระยะไกลถึง 300 เมตร