Twitter ยกเลิกนโยบายคุ้มครองกลุ่มคนข้ามเพศ ปล่อยให้มีการใช้ Deadnaming และ Misgendering

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลเมื่อ Twitter แอบเปลี่ยนแปลงนโยบายสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมที่สร้างความเกลียดชัง (Hateful Conduct Policy) โดยการลบข้อความที่เคยให้การคุ้มครองกลุ่มคนข้ามเพศจากการถูกระบุเพศผิดหรือการเรียกชื่อเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่มีการประกาศแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบล่วงหน้า

การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สร้างความกังวล

ย้อนกลับไปในปี 2018 Twitter เคยกำหนดกฎเหล็กเพื่อป้องกันการโจมตีกลุ่มคนข้ามเพศ โดยห้ามการใช้ Misgendering (การจงใจระบุเพศสภาพของบุคคลอื่นให้ผิดจากความเป็นจริง) และ Deadnaming (การจงใจเรียกชื่อเดิมของคนข้ามเพศก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อใหม่) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการลดทอนคุณค่าหรือการตอกย้ำภาพลักษณ์เชิงลบต่อกลุ่มบุคคลที่ได้รับความคุ้มครอง

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบขององค์กร GLAAD และข้อมูลจาก Wayback Machine พบว่าข้อความดังกล่าวถูกลบออกไปเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2023 แม้ว่าหน้าเพจนโยบายของ Twitter จะระบุว่ามีการอัปเดตล่าสุดในเดือนเมษายน 2023 แต่ไม่ได้มีการชี้แจงรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงนี้

สรุปการเปลี่ยนแปลงนโยบายของ Twitter
หัวข้อ นโยบายเดิม (ตั้งแต่ปี 2018) นโยบายปัจจุบัน (หลังเมษายน 2023)
การคุ้มครองคนข้ามเพศ ห้าม Misgendering และ Deadnaming แบบเจาะจงตัวบุคคล ไม่มีข้อความระบุการห้ามดังกล่าวในนโยบาย
เป้าหมายของกฎ ป้องกันการลดทอนคุณค่าและภาพลักษณ์เชิงลบ ไม่ระบุชัดเจนในส่วนของกลุ่มคนข้ามเพศ
สถานะการประกาศ ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ โดยไม่มีคำอธิบาย

ปฏิกิริยาจากองค์กรสิทธิมนุษยชนและผู้เชี่ยวชาญ

การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ Twitter มีแนวทางที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อื่นๆ เช่น TikTok, Pinterest และ Meta ที่ยังคงรักษานโยบายคุ้มครองผู้ใช้งานกลุ่มคนข้ามเพศอย่างเข้มงวด ท่ามกลางสถานการณ์ที่วาทกรรมต่อต้านคนข้ามเพศบนโลกออนไลน์มักนำไปสู่การเลือกปฏิบัติและความรุนแรงในชีวิตจริง

Sarah Kate Ellis ซีอีโอของ GLAAD ระบุว่าการแอบถอยหลังในเรื่องนโยบายความปลอดภัยนี้ สะท้อนให้เห็นว่า Twitter กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ใช้งานและผู้ลงโฆษณา ขณะที่ Alejandra Caraballo จาก Harvard's Cyberlaw Clinic ให้ความเห็นว่า แม้ที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎนี้อาจจะไม่เข้มงวดนัก แต่การลบกฎออกไปเท่ากับการเปิดไฟเขียวให้มีการโจมตีกลุ่มคนข้ามเพศได้มากขึ้น

เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงภายใต้การนำของ Elon Musk

แม้ว่าทาง Twitter จะไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เนื่องจาก Elon Musk ได้ยุบทีมสื่อสารองค์กรไปแล้ว แต่มีสัญญาณชัดเจนว่านี่คือความตั้งใจของเขา โดยก่อนหน้านี้ Musk ได้สั่งให้พนักงานทบทวนกฎระเบียบด้านพฤติกรรมที่สร้างความเกลียดชัง และเขามักจะแสดงท่าทีล้อเลียนผู้ที่ระบุสรรพนาม (Pronouns) ของตนเองอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ หนึ่งในมาตรการแรกๆ หลังจากที่เขาเข้าดำรงตำแหน่งซีอีโอ คือการคืนบัญชีผู้ใช้งานชื่อดังหลายรายที่เคยถูกแบนภายใต้นโยบายความปลอดภัยชุดเดิม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการผ่อนปรนกฎระเบียบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Twitter ลบข้อความห้าม Deadnaming และ Misgendering ออกจากนโยบายพฤติกรรมที่สร้างความเกลียดชัง
  • การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นประมาณวันที่ 8 เมษายน 2023 โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบ
  • GLAAD และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายไซเบอร์เตือนว่าสิ่งนี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อกลุ่มคนข้ามเพศ
  • Twitter มีแนวทางที่สวนทางกับ Meta, TikTok และ Pinterest ในเรื่องการคุ้มครอง LGBTQ+
  • Elon Musk เคยสั่งให้มีการทบทวนนโยบายนี้และมีทัศนคติเชิงลบต่อการระบุสรรพนาม

คำถามที่พบบ่อย

Deadnaming และ Misgendering คืออะไร?

Deadnaming คือการจงใจเรียกชื่อเดิมของคนข้ามเพศที่พวกเขาไม่ต้องการใช้แล้ว ส่วน Misgendering คือการจงใจใช้สรรพนามหรือระบุเพศสภาพให้ผิดไปจากที่บุคคลนั้นระบุ เพื่อจุดประสงค์ในการลดทอนคุณค่าหรือโจมตี

ทำไมการเปลี่ยนแปลงนี้ถึงเป็นปัญหา?

เพราะการอนุญาตให้มีการระบุเพศผิดหรือเรียกชื่อเดิมอย่างจงใจ อาจนำไปสู่การกลั่นแกล้ง การสร้างความเกลียดชัง และอาจลุกลามกลายเป็นความรุนแรงในโลกจริงต่อกลุ่มคนข้ามเพศ

แพลตฟอร์มอื่นมีนโยบายอย่างไรในเรื่องนี้?

แพลตฟอร์มอย่าง Meta, TikTok และ Pinterest ยังคงมีนโยบายที่ห้ามการโจมตีกลุ่มคนข้ามเพศในลักษณะเดียวกัน เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน LGBTQ+

ทาง Twitter ได้ชี้แจงเหตุผลของการลบนโยบายนี้หรือไม่?

ปัจจุบัน Twitter ยังไม่มีการชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากทีมสื่อสารของบริษัทถูกยุบไปภายใต้การบริหารของ Elon Musk