The Shape of Water นิยามความรักเหนือจินตนาการและมนต์ขลังแห่งอดีตของ Guillermo del Toro

หากจะพูดถึงผู้กำกับที่มีความหลงใหลในเรื่องราวของ "ผี" และร่องรอยจากอดีต ชื่อของ Guillermo del Toro จะต้องอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณที่โหยหาการล้างแค้นใน Crimson Peak หรือบาดแผลทางใจที่ตามหลอกหลอนตัวละครใน Pacific Rim และ Hellboy แก่นสำคัญในงานของเขามักวนเวียนอยู่กับการที่มนุษย์แบกรับอดีตไว้ และต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้เพื่อเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์

แต่ใน The Shape of Water ผู้กำกับได้เปลี่ยนมุมมองต่ออดีตให้กลายเป็นสิ่งที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยทำมา โดยครั้งนี้อดีตไม่ได้มาในรูปแบบของความน่ากลัว แต่มาในคราบของความถวิลหา (Nostalgia) ผ่านท่วงทำนองของภาพยนตร์มิวสิคัลคลาสสิกที่ช่วยขับเคลื่อนโครงสร้างของเรื่องให้เต็มไปด้วยความโรแมนติกและไร้เดียงสา

เรื่องราวความผูกพันที่ก้าวข้ามกำแพงภาษาและสายพันธุ์

ภาพยนตร์เรื่องนี้พาเราไปรู้จักกับ Eliza (รับบทโดย Sally Hawkins) หญิงสาวผู้พิการทางการพูดที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและเป็นระเบียบในยุคปลายทศวรรษ 1950 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกากำลังขับเคี่ยวในสงครามเย็นและโครงการสำรวจอวกาศอย่างดุเดือด เธอทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดในศูนย์วิจัยลับของรัฐบาล โดยมีเพื่อนสนิทคือ Zelda (Octavia Spencer) และเพื่อนบ้านผู้โดดเดี่ยวอย่าง Giles (Richard Jenkins)

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ Strickland (Michael Shannon) เจ้าหน้าที่ผู้เข้มงวดได้จับกุมสิ่งมีชีวิตครึ่งบกครึ่งน้ำจากอเมริกาใต้ (รับบทโดย Doug Jones) มากักขังไว้เพื่อการทดลอง ในขณะที่ Strickland มองว่าสิ่งมีชีวิตนี้เป็นเพียงสัตว์ประหลาดที่ต้องถูกชำแหละ แต่ Eliza กลับมองเห็นความโดดเดี่ยวที่คล้ายคลึงกับตัวเธอเอง จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ

Image 3

การปะทะกันระหว่างความโหยหาอดีตและความโหดร้ายของอนาคต

สิ่งที่ทำให้ The Shape of Water โดดเด่นคือการใช้สัญลักษณ์เพื่อสะท้อนสังคม โดยตัวละครหลักอย่าง Eliza, Zelda และ Giles ต่างเป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่ถูกมองข้ามหรือเป็นคนนอกของสังคมในยุคนั้น พวกเขาเชื่อมโยงกันด้วยความรักในสิ่งเก่าๆ เช่น ภาพวาดสไตล์ Norman Rockwell หรือหนังมิวสิคัลขาวดำที่มอบความหวังและความสุข

ในทางตรงกันข้าม Strickland คือตัวแทนของความเชื่อแบบอนุรักษนิยมสุดโต่งที่โหยหาความบริสุทธิ์ของอเมริกาในอุดมคติ แต่พฤติกรรมของเขากลับเต็มไปด้วยความโหดร้ายและย้อนแย้ง ซึ่งความแตกต่างนี้ทำให้ตัวละครของเขากลายเป็น "สัตว์ประหลาด" ที่แท้จริงยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตในแทงก์น้ำเสียเสียอีก

Article image

สุนทรียศาสตร์แห่งความงามและความแปลกประหลาด

ในด้านงานสร้าง del Toro ยังคงรักษามาตรฐานความวิจิตรบรรจงไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องที่ชวนฝันไปจนถึงการใช้สีสันที่จัดจ้านและการออกแบบเครื่องแต่งกายที่ประณีต อย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้ไม่ได้นำเสนอเพียงความสวยงาม แต่ยังผสมผสานความ Grotesque (ความแปลกประหลาดที่น่าสะอิดสะเอียน) เข้าไปด้วย เช่น เมือกเหนียวของมนุษย์ปลา หรือบาดแผลที่เน่าเปื่อยบนมือของ Strickland ซึ่งช่วยสร้างสมดุลระหว่างความโรแมนติกและความสยดสยองได้อย่างลงตัว

สรุปข้อมูลสำคัญของภาพยนตร์ The Shape of Water
หัวข้อ รายละเอียด
แนวภาพยนตร์ แฟนตาซี-โรแมนติก (Fantasy Romance)
ผู้กำกับ Guillermo del Toro
นักแสดงนำ Sally Hawkins, Doug Jones, Michael Shannon
ธีมหลัก ความรัก, การยอมรับตัวตน, และการโหยหาอดีต
ระดับความเหมาะสม R (มีฉากนู้ด, ความรุนแรง และเลือด)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การแสดงที่ทรงพลัง: Sally Hawkins ถ่ายทอดอารมณ์ความโหยหาและการต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ไม่มีบทพูด
  • งานดีไซน์สัตว์ประหลาด: Doug Jones กลับมาสวมบทบาทสิ่งมีชีวิตพิเศษอีกครั้ง โดยมีการผสมผสานเสียงคลิกและเสียงกึกกักที่บางส่วนพากย์โดยตัวผู้กำกับเอง
  • สัญลักษณ์ทางสังคม: หนังนำเสนอการต่อสู้ระหว่างกลุ่มคนชายขอบ (ผู้พิการ, คนผิวดำ, เกย์) กับอำนาจนิยมที่ยึดติดกับความบริสุทธิ์ทางเชื้อชาติ
  • อิทธิพลทางศิลปะ: มีการใช้ภาพยนตร์มิวสิคัลคลาสสิกเป็นฉากหลังเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความโหยหา (Nostalgia)

คำถามที่พบบ่อย

The Shape of Water เป็นหนังสำหรับเด็กหรือไม่?

ไม่ใช่ เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเรต R โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับฉากนู้ด สถานการณ์ทางเพศ การทรมาน และมีเลือดค่อนข้างมาก จึงไม่เหมาะสำหรับเด็ก

จุดเด่นที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร?

คือการผสมผสานระหว่างงานภาพที่สวยงามตระการตากับเนื้อเรื่องที่กินใจ โดยเฉพาะการแสดงของ Sally Hawkins ที่สามารถสื่อสารความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องใช้คำพูด

ทำไมต้องมีฉากหนังมิวสิคัลในเรื่อง?

เพื่อสร้างบรรยากาศของความโรแมนติกและความไร้เดียงสาในอดีต ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวละครหลักใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นแรงผลักดันให้พวกเขากล้าที่จะรักสิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง

ตัวละคร Strickland เป็นตัวแทนของอะไรในเรื่อง?

เขาเป็นตัวแทนของความย้อนแย้งในสังคมที่อ้างเรื่องความรักชาติและความบริสุทธิ์ แต่กลับมีความโหดร้ายและขาดความเมตตา ซึ่งถูกนำมาเปรียบเทียบกับสัตว์ประหลาดเพื่อให้เห็นว่าความเป็นมนุษย์ไม่ได้วัดกันที่รูปลักษณ์ภายนอก