T-Mobile ยื่นขอปรับเงื่อนไขควบรวม Sprint ในแคลิฟอร์เนีย เลื่อนแผน 5G และขอยกเลิกโควตาจ้างงาน
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการโทรคมนาคม เมื่อ T-Mobile ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสาธารณูปโภคแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ CPUC (California Public Utilities Commission) เพื่อขอผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการที่เคยตกลงไว้ในช่วงการควบรวมกิจการกับ Sprint โดยมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนกรอบเวลาการวางโครงข่าย 5G และข้อกำหนดด้านการจ้างงาน
รายละเอียดการขอปรับเปลี่ยนเงื่อนไข 3 ประเด็นหลัก
T-Mobile ได้เสนอขอเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิมใน 3 หัวข้อสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนี้:
1. การขยายเวลาติดตั้งเครือข่าย 5G
บริษัทต้องการเลื่อนกำหนดการวางระบบ 5G (เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายยุคที่ 5) ในรัฐแคลิฟอร์เนียออกไปเป็นปี 2026 จากเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2024 โดย T-Mobile ให้เหตุผลว่า ตัวเลขปี 2024 เป็นเพียงการคาดการณ์เบื้องต้นตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งระบุว่าการดำเนินการจะเสร็จสิ้นภายใน 6 ปีหลังปิดดีล แต่เนื่องจากดีลการควบรวมเสร็จสมบูรณ์ในปี 2020 ดังนั้นกำหนดการที่เหมาะสมจึงควรเป็นปี 2026
2. การขอยกเลิกข้อกำหนดการจ้างงานใหม่
T-Mobile ขอให้ CPUC ยกเลิกเงื่อนไขที่ระบุว่าบริษัทต้องจ้างพนักงานใหม่เพิ่ม 1,000 ตำแหน่งภายใน 3 ปีหลังการควบรวม โดยอ้างว่าข้อกำหนดนี้อยู่นอกเหนืออำนาจการตัดสินใจของคณะกรรมการ และสร้างภาระให้กับบริษัทอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19
แม้ว่า Mike Sievert ซีอีโอของ T-Mobile จะพยายามชี้แจงผ่าน Twitter ว่าบริษัทยังคงรักษาจำนวนพนักงานในรัฐแคลิฟอร์เนียให้เท่ากับจำนวนรวมของทั้งสองบริษัทก่อนควบรวม แต่คำชี้แจงนี้สวนทางกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เมื่อมีการประกาศเลิกจ้างพนักงานของ Sprint หลายร้อยตำแหน่งในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งขัดกับคำมั่นสัญญาเดิมที่ว่าการควบรวมครั้งนี้จะสร้างงานที่มีคุณภาพและเพิ่มจำนวนการจ้างงานตั้งแต่วันแรก
3. การลดความซ้ำซ้อนในการทดสอบเครือข่าย
ในส่วนของการตรวจสอบคุณภาพเครือข่าย T-Mobile ยินดีให้ FCC (คณะกรรมการกลางกำกับดูแลการสื่อสารของสหรัฐฯ) และ CETF (กองทุนเทคโนโลยีเกิดใหม่แห่งแคลิฟอร์เนีย) เป็นผู้ทดสอบ แต่ขอคัดค้านการทดสอบซ้ำซ้อนโดย CalSpeed ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นการดำเนินการที่เกินความจำเป็น
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป้าหมายการเลื่อน 5G: ขอเปลี่ยนจากปี 2024 เป็นปี 2026 เพื่อให้ครบกำหนด 6 ปีหลังปิดดีล
- ประเด็นจ้างงาน: ขอยกเลิกโควตาจ้างงานใหม่ 1,000 ตำแหน่ง โดยอ้างวิกฤต COVID-19
- ความขัดแย้ง: มีการเลิกจ้างพนักงาน Sprint หลายร้อยคน แม้จะเคยสัญญาว่าการควบรวมจะเพิ่มการจ้างงาน
- การทดสอบระบบ: ปฏิเสธการทดสอบจาก CalSpeed เนื่องจากมองว่าซ้ำซ้อนกับ FCC และ CETF
| หัวข้อ | เงื่อนไขเดิม | สิ่งที่ T-Mobile ร้องขอ |
|---|---|---|
| กำหนดการ 5G | ปี 2024 | เลื่อนเป็นปี 2026 |
| การจ้างงาน | เพิ่มพนักงานใหม่ 1,000 คน | ขอยกเลิกข้อกำหนดนี้ |
| การตรวจสอบเครือข่าย | ทดสอบโดย FCC, CETF และ CalSpeed | ตัด CalSpeed ออกเพื่อลดความซ้ำซ้อน |
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับปฏิกิริยาเชิงลบอย่างมาก โดยเฉพาะจาก Chris Shelton ประธานสหภาพแรงงาน Communications Workers of America ที่วิจารณ์ว่าการขอผ่อนปรนครั้งนี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่า T-Mobile ยังคงมีพฤติกรรมเดิม คือ "ดีแต่พูดแต่ไม่ลงมือทำ"
คำถามที่พบบ่อย
T-Mobile ขอเลื่อนการติดตั้ง 5G ในแคลิฟอร์เนียออกไปนานแค่ไหน?
T-Mobile ขอเลื่อนกำหนดการจากเดิมปี 2024 ออกไปเป็นปี 2026 โดยให้เหตุผลว่าต้องการให้ครบระยะเวลา 6 ปีนับจากวันที่การควบรวมกิจการเสร็จสิ้นในปี 2020
ทำไม T-Mobile ถึงขอยกเลิกการจ้างงานพนักงานใหม่ 1,000 ตำแหน่ง?
บริษัทอ้างว่าข้อกำหนดดังกล่าวอยู่นอกเหนืออำนาจของ CPUC และเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับบริษัทในสภาวะวิกฤต COVID-19
มีการเลิกจ้างพนักงานเกิดขึ้นจริงหรือไม่หลังการควบรวม?
จริง โดยมีการประกาศเลิกจ้างพนักงานของ Sprint หลายร้อยตำแหน่งในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งขัดกับคำสัญญาที่ว่าการควบรวมจะส่งผลบวกต่อการจ้างงาน
T-Mobile ไม่เห็นด้วยกับการทดสอบเครือข่ายของหน่วยงานใด?
T-Mobile ไม่เห็นด้วยกับการทดสอบของ CalSpeed เนื่องจากมองว่าซ้ำซ้อนกับการทดสอบที่ดำเนินการโดย FCC และ CETF อยู่แล้ว



