Data Brokers กับกลโกงซ่อนหน้าลบข้อมูลส่วนตัวในแคลิฟอร์เนีย
ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลมีค่าดั่งทอง Data Brokers หรือบริษัทนายหน้าซื้อขายข้อมูล ได้กลายเป็นตัวกลางที่รวบรวมและนำข้อมูลของเราไปแสวงหาผลกำไร แม้ว่ากฎหมายในรัฐแคลิฟอร์เนียจะกำหนดให้บริษัทเหล่านี้ต้องมีช่องทางให้ผู้บริโภคแจ้งลบข้อมูลได้ แต่ในความเป็นจริง การค้นหาปุ่ม "ลบข้อมูล" กลับกลายเป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าเชื่อ
จากการตรวจสอบเว็บไซต์ของนายหน้าข้อมูลจำนวนหลายร้อยแห่งโดย The Markup และ CalMatters พบว่ามีบริษัทมากกว่า 30 แห่งที่จงใจใช้เทคนิคทางเทคนิคเพื่อซ่อนคำแนะนำในการลบข้อมูลไม่ให้ปรากฏบนผลการค้นหาของ Google และ Bing ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง
กลยุทธ์การซ่อนข้อมูล: เมื่อกฎหมายถูกเลี่ยงด้วยโค้ด
จากการตรวจสอบบริษัทที่จดทะเบียนกับรัฐแคลิฟอร์เนียทั้งหมด 499 แห่ง พบว่ามี 35 บริษัทที่ใช้โค้ดคำสั่งพิเศษเพื่อสั่งให้ Search Engine ไม่นำหน้าเว็บที่ใช้สำหรับลบข้อมูลมาแสดงในผลการค้นหา แม้ว่าบริษัทเหล่านี้จะอ้างว่าได้จัดทำหน้าเว็บไว้ตามที่กฎหมายกำหนด แต่หากผู้ใช้งานไม่สามารถค้นหาหน้านั้นเจอได้ การมีอยู่ของมันก็แทบไม่มีความหมาย
พฤติกรรมดังกล่าวถูกมองว่าเป็น Dark Patterns หรือการออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (User Interface) ที่จงใจล่อลวงหรือสร้างความลำบากเพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจในทางที่บริษัทต้องการ หรือในกรณีนี้คือการทำให้การลบข้อมูลทำได้ยากที่สุด
รูปแบบการสร้างอุปสรรคที่พบ
- การซ่อนลิงก์: วางลิงก์ขนาดเล็กจิ๋วไว้ท้ายสุดของหน้าโฮมเพจ ซึ่งต้องเลื่อนหน้าจอลงไปหลายครั้งและต้องปิดหน้าต่าง Pop-up โฆษณาจำนวนมากก่อนจึงจะพบ
- การใช้ภาษากฎหมายที่ซับซ้อน: บางบริษัท เช่น Telesign บังคับให้ผู้ใช้ต้องอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวที่มีความยาวกว่า 7,000 คำ เพื่อค้นหาลิงก์สำหรับลบข้อมูล
- หน้าเว็บที่ไม่มีอยู่จริง: พบว่ามี 5 บริษัทที่ระบุ URL สำหรับแจ้งลบข้อมูลไว้ในทะเบียนของรัฐ แต่เมื่อเข้าใช้งานจริงกลับพบว่าหน้านั้นถูกลบออกไปแล้ว
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- จำนวนบริษัทที่ถูกตรวจพบ: 35 จาก 499 บริษัทใช้โค้ดซ่อนหน้าลบข้อมูลจาก Search Engine
- กฎหมายหลัก: CCPA (California Consumer Privacy Act) บังคับให้บริษัทที่ขายข้อมูลต้องให้สิทธิผู้ใช้ในการเข้าถึงและลบข้อมูล
- บทลงโทษ: บริษัทอย่าง Honda และ Todd Snyder เคยถูกปรับรวมกันกว่า 9 แสนดอลลาร์จากการสร้างอุปสรรคในการปกป้องข้อมูล
- ทางออกในอนาคต: กฎหมาย Delete Act จะนำระบบ DROP มาใช้เพื่อให้ลบข้อมูลจากทุกบริษัทได้ในคำขอเดียว
| กลุ่มบริษัท | การตอบสนอง / ผลลัพธ์ |
|---|---|
| กลุ่มที่ยอมแก้ไข | 10 บริษัท ยอมลบโค้ดที่ซ่อนหน้าเว็บออก (บางส่วนอ้างว่าเป็นความผิดพลาด) |
| กลุ่มที่ปฏิเสธ | 2 บริษัท ยืนยันจะใช้โค้ดเดิมเพื่อป้องกันสแปมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ |
| กลุ่มที่ไม่ตอบสนอง | 24 บริษัท ไม่มีการตอบกลับคำขอความคิดเห็น |
ความสำคัญของกฎหมาย CCPA และ Delete Act
CCPA (California Consumer Privacy Act) คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแคลิฟอร์เนียที่มีผลบังคับใช้ในปี 2020 โดยครอบคลุมบริษัทที่มีรายได้หลักจากการขายข้อมูล หรือมีรายได้เกิน 25 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือจัดการข้อมูลของผู้คนมากกว่า 1 แสนคนในรัฐ
เนื่องจากสหรัฐฯ ยังไม่มีกฎหมายความเป็นส่วนตัวในระดับรัฐบาลกลาง CCPA จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุม Data Brokers อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากในการไล่ลบข้อมูลทีละบริษัท รัฐแคลิฟอร์เนียจึงได้ผ่านกฎหมาย Delete Act ซึ่งจะสร้างแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า DROP (Delete Request and Opt-out Platform) เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถส่งคำขอลบข้อมูลไปยังนายหน้าข้อมูลทุกรายในทะเบียนได้พร้อมกันในการทำรายการเพียงครั้งเดียว โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานในปีหน้า
คำถามที่พบบ่อย
Data Brokers คืออะไร?
คือบริษัทที่ทำธุรกิจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งต่างๆ แล้วนำมาจัดหมวดหมู่เพื่อขายให้กับบริษัทอื่นเพื่อใช้ในการตลาดหรือวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
Dark Patterns ในบริบทของความเป็นส่วนตัวคืออะไร?
คือการออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่จงใจทำให้ผู้ใช้สับสน หรือสร้างขั้นตอนที่ยุ่งยากเกินความจำเป็น เพื่อขัดขวางไม่ให้ผู้ใช้ใช้สิทธิในการปกป้องข้อมูลส่วนตัว
หากบริษัทซ่อนหน้าลบข้อมูล ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่?
ตามคำแนะนำของหน่วยงานคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของแคลิฟอร์เนีย หากบริษัทสร้างอุปสรรคที่ทำให้การลบข้อมูลทำได้ยากกว่าการให้ข้อมูลอย่างเห็นได้ชัด อาจถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายและมีโทษปรับ
ระบบ DROP จะช่วยผู้บริโภคได้อย่างไร?
ระบบ DROP จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่ให้ผู้ใช้ส่งคำขอ "ลบข้อมูล" หรือ "ปฏิเสธการขายข้อมูล" ไปยังบริษัทนายหน้าข้อมูลทุกแห่งที่จดทะเบียนไว้ได้ในครั้งเดียว โดยไม่ต้องไล่หาหน้าเว็บของแต่ละบริษัทด้วยตนเอง



