Social Games เจาะลึกโมเดลธุรกิจทำเงินล้านของ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งยุค Facebook และ MySpace

ในยุคที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ MySpace กำลังรุ่งเรือง เราได้เห็นการก้าวขึ้นมาของเหล่านักพัฒนาแอปพลิเคชันรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลและมูลค่าบริษัทที่น่าตกใจ โดยเฉพาะ 3 ผู้เล่นหลักอย่าง Zynga, Playfish และ Playdom ที่เปลี่ยนการเล่นเกมให้กลายเป็นเครื่องจักรผลิตเงินล้าน

หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้คือการสร้างเกมที่ดึงดูดผู้ใช้จำนวนมาก เช่น Farmville ของ Zynga ที่มีผู้ใช้งานต่อเดือนสูงถึง 61 ล้านคน หรือ Pet Society ของ Playfish ที่ครองใจผู้ใช้กว่า 21 ล้านคนบน Facebook ขณะที่ Playdom ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับเกม Mobsters ซึ่งมีฐานผู้เล่นรวมกันทั้งสองแพลตฟอร์มกว่า 16 ล้านคน

กลยุทธ์การสร้างรายได้: จากความสนุกสู่การจ่ายเงิน

โมเดลธุรกิจของเกมเหล่านี้ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด โดยเริ่มจากการให้ผู้เล่นเข้าถึงตัวเกมได้ ฟรี (Free-to-play) เพื่อสร้างความเสพติดและดึงดูดให้ผู้เล่นต้องการเลื่อนระดับ (Level up) หรือพัฒนาสิ่งต่างๆ ในเกมให้เร็วกว่าเพื่อนในเครือข่ายสังคม เมื่อผู้เล่นเกิดความผูกพันกับเกมแล้ว บริษัทจะนำเสนอ Virtual Goods หรือสินค้าเสมือนจริง ซึ่งผู้เล่นสามารถใช้บัตรเครดิต, PayPal หรือหักเงินผ่านมือถือเพื่อซื้อไอเทมที่จะช่วยให้การเล่นเกมสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากการขายไอเทมโดยตรงแล้ว ยังมีรายได้อีกทางหนึ่งที่สำคัญและอาจเป็นรายได้หลักถึง 70% นั่นคือ Lead Generation หรือการสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวัง โดยบริษัทจะมอบเงินในเกม (Game Currency) เป็นสิ่งตอบแทนให้ผู้เล่นที่ยอมทำข้อเสนอจากพันธมิตร เช่น การสมัครทดลองใช้ Netflix, การสมัครบริการริงโทน หรือแม้แต่การทำแบบสำรวจด้านสุขภาพ ซึ่งบริษัทตัวกลางอย่าง TrialPay, Offerpal และ SuperRewards เป็นผู้บริหารจัดการข้อเสนอเหล่านี้

สรุปข้อมูลเปรียบเทียบ 3 ยักษ์ใหญ่ Social Games
บริษัท ที่ตั้ง เงินระดมทุน รายได้โดยประมาณ เกมเด่น
Zynga ซานฟรานซิสโก, สหรัฐฯ 39 ล้านดอลลาร์ 200 ล้านดอลลาร์ Farmville, Mafia Wars, Yoville
Playfish ลอนดอน, สหราชอาณาจักร 21 ล้านดอลลาร์ 75 ล้านดอลลาร์ Pet Society, Restaurant City
Playdom เมาน์เทนวิว, สหรัฐฯ 0 ดอลลาร์ (ระดมทุนภายหลัง) 60 ล้านดอลลาร์ Mobsters, Sorority Life

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • รายได้รวม: ทั้งสามบริษัทอาจสร้างรายได้รวมกันสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์ต่อปีจากการขายสินค้าเสมือนจริง
  • กลไกการเติบโต: ใช้ระบบจูงใจให้ผู้เล่นเชิญชวนเพื่อนมาสมัคร เพื่อขยายฐานผู้ใช้แบบทวีคูณ
  • แหล่งรายได้แฝง: การทำ Lead Generation อาจสร้างรายได้มากกว่าการขายไอเทมในเกมโดยตรง
  • ความเสี่ยง: ข้อเสนอใน Lead Generation บางส่วนมีความน่าสงสัย ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบจาก FTC (คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา)

คำถามที่พบบ่อย

เกมเหล่านี้ทำเงินได้อย่างไรทั้งที่ให้เล่นฟรี?

บริษัทใช้กลยุทธ์ให้เล่นฟรีเพื่อสร้างฐานผู้ใช้และทำให้เกิดความเคยชิน จากนั้นจึงขายสินค้าเสมือนจริง (Virtual Goods) เพื่อช่วยให้ผู้เล่นเลื่อนระดับได้เร็วขึ้น รวมถึงการรับเงินจากบริษัทโฆษณาผ่านการทำ Lead Generation

Lead Generation ในเกมโซเชียลคืออะไร?

คือการที่ผู้เล่นได้รับเงินหรือไอเทมในเกมเป็นการแลกเปลี่ยนกับการทำกิจกรรมบางอย่างให้บริษัทภายนอก เช่น การสมัครสมาชิกบริการต่างๆ หรือการกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อรับข้อเสนอทางการเงิน

ทำไมการทำ Lead Generation ถึงมีความเสี่ยง?

เนื่องจากบางข้อเสนออาจไม่มีคุณภาพหรือมีลักษณะหลอกลวง (Scam) เช่น การสมัครสมาชิกรายเดือนที่หักเงินโดยที่ผู้ใช้ไม่ได้รับคุณค่าที่แท้จริง ซึ่งอาจทำให้ผู้โฆษณาที่มีคุณภาพถอนตัวออกไป

บริษัทใดในกลุ่มนี้ที่มีมูลค่าและผู้ใช้งานสูงสุด?

Zynga เป็นผู้นำในด้านนี้ โดยมีเกม Farmville ที่มีผู้ใช้งานต่อเดือนสูงถึง 61 ล้านคน และมีรายได้โดยประมาณสูงที่สุดในกลุ่มที่ 200 ล้านดอลลาร์