Target กับกลยุทธ์ตั้งราคาด้วยอัลกอริทึมและข้อมูลส่วนบุคคล

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังสั่งซื้อไข่ไก่ยี่ห้อ Good & Gather จากเว็บไซต์ของ Target หากคุณอยู่ในเมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก คุณอาจเห็นราคาที่ 1.99 ดอลลาร์ แต่ถ้าคุณเปลี่ยนตำแหน่งเป็นย่าน Tribeca ในแมนแฮตตัน ราคากลับขยับขึ้นเป็น 2.29 ดอลลาร์ ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีคำชี้แจงเล็กๆ บนเว็บไซต์ที่ระบุว่า "ราคานี้ถูกกำหนดโดยอัลกอริทึม (Algorithm) โดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ"

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงการนำ อัลกอริทึม หรือชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์ที่ใช้ประมวลผลข้อมูลมาใช้ในการกำหนดราคาแบบยืดหยุ่น ซึ่งทำให้ผู้บริโภคแต่ละรายอาจเห็นราคาไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านข้อมูลที่ระบบจัดเก็บไว้

กฎหมายใหม่ในนิวยอร์กกับการเปิดเผยข้อมูล

เหตุผลที่ Target ต้องระบุข้อความดังกล่าว เป็นเพราะกฎหมายฉบับใหม่ของรัฐนิวยอร์กที่บังคับให้ธุรกิจต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบ หากมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการตั้งราคาผ่านระบบอัตโนมัติ โดย ข้อมูลส่วนบุคคล ในที่นี้ครอบคลุมถึงข้อมูลใดๆ ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังตัวผู้บริโภคหรืออุปกรณ์ที่ใช้ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม

อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ยังมีช่องว่างสำคัญคือ ไม่ได้บังคับให้บริษัทต้องระบุว่าใช้ข้อมูลส่วนใดบ้าง หรือข้อมูลแต่ละชิ้นส่งผลต่อราคาอย่างไร นอกจากนี้ยังมีข้อยกเว้นสำหรับบริการรถรับจ้าง (Rideshare) ที่สามารถใช้ข้อมูลตำแหน่งเพื่อคำนวณค่าโดยสารตามระยะทางและเวลาได้โดยไม่ต้องแจ้งในลักษณะเดียวกัน

ในด้านความโปร่งใส มีข้อสังเกตว่าการแจ้งเตือนของ Target นั้นหาได้ยาก เนื่องจากผู้ใช้ต้องคลิกที่ไอคอน "i" ข้างราคาสินค้า และเลื่อนลงไปด้านล่างสุดของหน้าต่างป๊อปอัพ ซึ่งในทางกฎหมายที่ผ่านมา ศาลมักมองว่าการที่ลูกค้าต้องคลิกเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเองนั้น อาจไม่ถือเป็นการแจ้งเตือนที่ชัดเจนเพียงพอ

ประวัติการตั้งราคาตามพื้นที่ของ Target

การปรับราคาตามทำเลที่ตั้งไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Target โดยในปี 2021 เคยมีรายงานว่าราคาบนเว็บไซต์เปลี่ยนแปลงตามสาขาที่ผู้ใช้เชื่อมต่ออยู่ ซึ่งทางบริษัทชี้แจงว่าเป็นการสะท้อนถึง สภาวะตลาดในท้องถิ่น (Local Market) และในปี 2022 บริษัทเคยยอมความในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ระบบ Geofencing หรือการสร้างขอบเขตทางภูมิศาสตร์เสมือน เพื่อปรับราคาสินค้าในแอปพลิเคชันโดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างสินค้าที่พบความแตกต่างของราคานอกจากไข่ไก่ คือกระดาษชำระยี่ห้อ Mega Charmin Ultra Strong โดยผู้ใช้ที่เชื่อมต่อกับสาขาในย่าน Flushing ราคาจะอยู่ที่ 8.69 ดอลลาร์ ขณะที่สาขา Tribeca ราคาจะสูงขึ้นเป็น 8.99 ดอลลาร์

ตารางเปรียบเทียบราคาสินค้า Target ตามพื้นที่ (ตัวอย่าง)
สินค้า ราคาในย่าน Rochester / Flushing ราคาในย่าน Tribeca
ไข่ไก่ Good & Gather $1.99 $2.29
กระดาษชำระ Mega Charmin (6 แพ็ค) $8.69 $8.99

แนวโน้มการตั้งราคาในระดับสากลและข้อกังวลทางกฎหมาย

กลยุทธ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ Target เท่านั้น ในอดีตบริษัทอย่าง Staples เคยปรับราคาอุปกรณ์สำนักงานตามพื้นที่ โดยอ้างเหตุผลด้านค่าเช่า ค่าแรง และต้นทุนการขนส่ง เช่นเดียวกับ Princeton Review ที่เคยปรับราคาแพ็กเกจติวสอบ SAT ตามรหัสไปรษณีย์ของผู้สมัคร ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันได้หลายพันดอลลาร์

ปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งที่เรียกว่า Surveillance Pricing หรือการตั้งราคาจากการเฝ้าติดตามพฤติกรรม ซึ่ง FTC (คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา) ได้เริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง นอกจากนี้ในรัฐเพนซิลเวเนียและในระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ก็มีการเสนอระเบียบข้อบังคับเพื่อควบคุมการใช้ AI และอัลกอริทึมในการกำหนดราคา เพื่อป้องกันการฮั้วราคาหรือการเลือกปฏิบัติ

ในขณะที่ประเด็นเรื่องราคาถูกวิพากษ์วิจารณ์ Target ยังคงรุกคืบด้านเทคโนโลยีด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชันบน ChatGPT ของ OpenAI เพื่อให้คำแนะนำในการช้อปปิ้งแบบเฉพาะบุคคลแก่ผู้ใช้งาน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • กฎหมายนิวยอร์ก: บังคับให้ธุรกิจต้องเปิดเผยหากใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการตั้งราคาผ่านอัลกอริทึม
  • Surveillance Pricing: คือการใช้ข้อมูลติดตามตัวผู้บริโภค (เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง) มากำหนดราคาขาย
  • ความแตกต่างของราคา: สินค้าชนิดเดียวกันใน Target มีราคาต่างกันตามสาขาที่ผู้ใช้เชื่อมต่อ
  • การเคลื่อนไหวทางกฎหมาย: มีร่างกฎหมายกว่า 50 ฉบับในหลายรัฐของสหรัฐฯ ที่พยายามควบคุมการตั้งราคาด้วยอัลกอริทึม

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมสินค้าชนิดเดียวกันถึงมีราคาไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่?

บริษัทมักอ้างว่าราคาที่แตกต่างกันสะท้อนถึงต้นทุนการดำเนินงานในพื้นที่นั้นๆ เช่น ค่าเช่าที่ ค่าแรงงาน และค่าขนส่ง รวมถึงการแข่งขันในตลาดท้องถิ่น

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกนำมาใช้ตั้งราคามีอะไรบ้าง?

กฎหมายไม่ได้บังคับให้บริษัทระบุรายละเอียด แต่โดยทั่วไปอาจรวมถึงตำแหน่งที่ตั้ง (Location), อุปกรณ์ที่ใช้, หรือพฤติกรรมการซื้อที่สามารถเชื่อมโยงกลับมายังตัวผู้บริโภคได้

การตั้งราคาแบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่?

ในปัจจุบันการตั้งราคาตามพื้นที่หรือการใช้ Dynamic Pricing ไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมายในวงกว้าง แต่กฎหมายใหม่ในบางรัฐเริ่มบังคับให้ต้องมี "ความโปร่งใส" โดยการแจ้งให้ผู้บริโภคทราบ

เราจะตรวจสอบได้อย่างไรว่าถูกตั้งราคาด้วยอัลกอริทึม?

สำหรับกรณีของ Target ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้โดยคลิกที่ไอคอนข้อมูล (i) ข้างราคาสินค้าบนเว็บไซต์ เพื่อดูคำชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการกำหนดราคา