Samsung Pay บุกตลาดชำระเงินดิจิทัล สร้างปรากฏการณ์ยอดใช้งานพุ่งในเกาหลีใต้
ในขณะที่ผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกากำลังเฝ้ารอการเปิดตัว Samsung Pay ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่สำหรับในประเทศเกาหลีใต้ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Samsung บริการชำระเงินผ่านมือถือนี้ได้กลายเป็นกระแสยอดฮิตและสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งตั้งแต่เริ่มเปิดตัว
ข้อมูลล่าสุดจาก Samsung ระบุว่า หลังจากเปิดให้บริการในเกาหลีใต้ได้เพียงหนึ่งเดือน Samsung Pay สามารถมียอดการทำธุรกรรมรวมแล้วกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีการทำรายการไปแล้วมากกว่า 1.5 ล้านครั้ง ซึ่งที่น่าสนใจคือประมาณ 60% ของธุรกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านสมาร์ทโฟนรุ่น Galaxy Note 5
ในด้านพฤติกรรมผู้ใช้งาน พบว่ามีผู้ที่ทดลองใช้บริการประมาณ 36% ที่กลายเป็นผู้ใช้งานประจำ (Active Users) และในจำนวนนี้มีถึง 10% ที่เลือกใช้ Samsung Pay ในการชำระเงินเป็นประจำทุกวัน
นวัตกรรมที่เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้จ่าย
Injong Rhee รองประธานบริหารของ Samsung Electronics และหัวหน้าทีม Samsung Pay ระดับโลก เปิดเผยว่าการตอบรับจากผู้ใช้งานนั้นสูงเกินกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ โดยเขามั่นใจว่าบริการนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมการชำระเงินผ่านมือถือ ซึ่งข้อมูลผู้ใช้งานในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกต่อพฤติกรรมและรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคอย่างชัดเจน
กลไกการทำงานของ Samsung Pay
สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคย Samsung Pay คือบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถชำระเงินได้เพียงแค่การแตะ (Tap-to-pay) โดยมีความโดดเด่นที่ความสามารถในการรองรับระบบชำระเงินที่หลากหลายทั่วโลก ผ่านการผสานเทคโนโลยี 2 รูปแบบ คือ NFC (Near Field Communication) หรือการสื่อสารไร้สายระยะสั้น และ Magnetic Stripe Transmission หรือการส่งสัญญาณแถบแม่เหล็ก ซึ่งทำให้ใช้งานได้กับเครื่องรูดบัตรเกือบทุกประเภท
ขั้นตอนการใช้งานนั้นง่ายและรวดเร็ว เพียงแค่ปัดหน้าจอขึ้นจาก Lock Screen เพื่อเลือกบัตรที่ต้องการ จากนั้นยืนยันตัวตนด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ และนำสมาร์ทโฟนไปแตะที่เครื่องอ่านบัตรเพื่อเสร็จสิ้นการชำระเงิน
การแข่งขันในตลาด Mobile Payment
การรุกตลาดของ Samsung Pay ในครั้งนี้ถือเป็นการเข้าท้าชนกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Android Pay ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ และ Apple Pay ที่เริ่มให้บริการมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วพร้อมกับ iOS 8.1
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| อุปกรณ์ที่รองรับ | Galaxy S6, S6 Edge, S6 Edge+, และ Note 5 |
| วันที่เปิดตัวในสหรัฐฯ | 28 กันยายน |
| ประเทศที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ | สหราชอาณาจักร, สเปน และจีน |
| เทคโนโลยีที่ใช้ | NFC และ Magnetic Stripe |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ยอดธุรกรรม: มากกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 1 เดือนแรกในเกาหลีใต้
- จำนวนรายการ: มีการทำธุรกรรมรวมกว่า 1.5 ล้านครั้ง
- อุปกรณ์ยอดนิยม: Galaxy Note 5 ครองสัดส่วนการใช้งานถึง 60%
- ความถี่การใช้: 10% ของผู้ใช้บริการใช้งานเป็นประจำทุกวัน
คำถามที่พบบ่อย
Samsung Pay แตกต่างจากแอปชำระเงินอื่นอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือการรองรับทั้งระบบ NFC และการส่งสัญญาณแถบแม่เหล็ก ทำให้สามารถใช้งานกับเครื่องรับชำระเงินได้หลากหลายกว่าแอปที่รองรับเพียง NFC อย่างเดียว
ปัจจุบัน Samsung Pay รองรับสมาร์ทโฟนรุ่นใดบ้าง?
บริการนี้รองรับในรุ่น Galaxy S6, S6 Edge, S6 Edge+ และ Galaxy Note 5
ขั้นตอนการชำระเงินด้วย Samsung Pay ทำอย่างไร?
เริ่มจากปัดหน้าจอขึ้นจากหน้าล็อก เลือกบัตรที่ต้องการ ยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ แล้วนำเครื่องไปแตะที่จุดชำระเงิน
Samsung Pay จะเปิดให้บริการในประเทศใดบ้างหลังจากสหรัฐอเมริกา?
มีแผนจะเปิดให้บริการในสหราชอาณาจักร สเปน และจีน ในเร็วๆ นี้



