Apple Pay และ Samsung Pay รุกตลาดจีน จับมือ UnionPay ยกระดับการชำระเงินดิจิทัล

ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Apple และ Samsung ได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญในการนำระบบชำระเงินผ่านมือถือเข้าสู่ตลาดประเทศจีน โดยร่วมมือกับ China UnionPay ธนาคารเครือข่ายการชำระเงินรายใหญ่ เพื่อมอบความสะดวกสบายและปลอดภัยในการทำธุรกรรมให้กับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในวงกว้าง

Samsung Pay: ความยืดหยุ่นในการชำระเงินที่ครอบคลุม

Samsung Pay สร้างชื่อเสียงอย่างมากในเกาหลีใต้ก่อนจะขยายตัวสู่สหรัฐอเมริกา จุดเด่นที่ทำให้บริการนี้แตกต่างคือความสามารถในการรองรับระบบชำระเงินที่หลากหลายทั่วโลก โดยใช้เทคโนโลยีผสมผสานระหว่าง NFC (Near Field Communication) หรือการสื่อสารไร้สายระยะสั้น และการส่งสัญญาณแบบแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip Transmission) ทำให้สามารถใช้งานได้กับเครื่องรูดบัตรเกือบทุกประเภท

ขั้นตอนการใช้งานถูกออกแบบมาให้เรียบง่าย เพียงแค่ปัดหน้าจอขึ้นจาก Lock Screen เพื่อเลือกบัตรที่ต้องการ จากนั้นยืนยันตัวตนด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ และนำสมาร์ทโฟนไปแตะที่เครื่องอ่านบัตรเพื่อชำระเงินได้ทันที

Samsung Pay

ทางด้านคุณ Injong Rhee รองประธานบริหารของ Samsung ระบุว่า การผนึกกำลังกับ China UnionPay และธนาคารพันธมิตรหลักในจีน จะช่วยให้ผู้ใช้ Samsung เข้าถึงโซลูชันการชำระเงินที่ใช้งานง่ายและมีความปลอดภัยสูงได้มากขึ้น

Apple Pay: ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยระดับสูง

สำหรับ Apple Pay มีกำหนดการเปิดตัวสำหรับผู้ถือบัตร China UnionPay ในช่วงต้นปี 2016 หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทดสอบและรับรองมาตรฐาน โดยรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้:

  • การชำระเงินในร้านค้า: รองรับ iPhone 6, 6 Plus, 6s, 6s Plus และ Apple Watch
  • การชำระเงินภายในแอปพลิเคชัน: รองรับ iPad Air 2, iPad mini 3, iPad mini 4 และ iPad Pro

คุณ Eddy Cue รองประธานอาวุโสด้าน Internet Software and Services ของ Apple เน้นย้ำว่า จีนเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และการสนับสนุนจาก 15 ธนาคารชั้นนำของจีนผ่าน UnionPay จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การชำระเงินที่สะดวก เป็นส่วนตัว และปลอดภัย

ทั้งนี้ Apple Pay ได้เริ่มให้บริการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2014 โดยมีพันธมิตรทางธุรกิจมากมาย เช่น Starbucks, KFC, Disney theme parks, McDonald's, Sephora, Whole Foods, Panera, Best Buy, Rite Aid และ Apple Stores

Page Mobile Banner

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • พันธมิตรหลัก: ทั้ง Apple และ Samsung ร่วมมือกับ China UnionPay เพื่อบุกตลาดจีน
  • เทคโนโลยี Samsung Pay: ใช้ทั้ง NFC และการจำลองแถบแม่เหล็กเพื่อให้ใช้งานได้กับเครื่องรูดบัตรหลากหลายรุ่น
  • การรองรับของ Apple Pay: ใช้งานได้ทั้ง iPhone รุ่นที่รองรับ, Apple Watch และ iPad (สำหรับการซื้อในแอป)
  • เครือข่ายธนาคาร: Apple Pay ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารชั้นนำในจีนถึง 15 แห่ง
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ Apple Pay และ Samsung Pay ในตลาดจีน
หัวข้อเปรียบเทียบ Samsung Pay Apple Pay
เทคโนโลยีที่ใช้ NFC และ Magnetic Strip NFC
อุปกรณ์ที่รองรับ สมาร์ทโฟน Samsung ที่รองรับ iPhone 6 ขึ้นไป, Apple Watch, iPad (In-app)
จุดเด่น รองรับเครื่องรูดบัตรได้หลากหลายกว่า เน้นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูง
พันธมิตรในจีน China UnionPay และธนาคารพันธมิตร China UnionPay และ 15 ธนาคารชั้นนำ

คำถามที่พบบ่อย

Samsung Pay แตกต่างจาก Apple Pay อย่างไรในด้านเทคโนโลยี?

Samsung Pay มีความยืดหยุ่นกว่าเนื่องจากใช้ทั้ง NFC และเทคโนโลยีส่งสัญญาณแถบแม่เหล็ก ทำให้สามารถใช้งานกับเครื่องรูดบัตรแบบเก่าได้ ในขณะที่ Apple Pay เน้นการใช้งานผ่าน NFC เป็นหลัก

ผู้ใช้ iPad สามารถใช้ Apple Pay จ่ายเงินที่หน้าร้านค้าได้หรือไม่?

ไม่ได้ ผู้ใช้ iPad (รุ่น Air 2, mini 3, mini 4 และ Pro) สามารถใช้ Apple Pay เพื่อชำระเงินได้เฉพาะภายในแอปพลิเคชันเท่านั้น การชำระเงินที่หน้าร้านต้องใช้ iPhone หรือ Apple Watch

การใช้งาน Samsung Pay มีขั้นตอนอย่างไร?

เริ่มจากปัดหน้าจอขึ้นจาก Lock Screen เพื่อเลือกบัตร ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนลายนิ้วมือ แล้วจึงนำโทรศัพท์ไปแตะที่เครื่องอ่านบัตร

Apple Pay เริ่มให้บริการในจีนเมื่อไหร่?

Apple Pay มีแผนจะเปิดตัวสำหรับผู้ถือบัตร China UnionPay ในช่วงต้นปี 2016 หลังจากผ่านขั้นตอนการทดสอบและรับรองมาตรฐาน

มีธนาคารใดบ้างที่รองรับ Apple Pay ในจีน?

Apple Pay ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารชั้นนำของจีนจำนวน 15 แห่ง ผ่านเครือข่ายของ China UnionPay