Revver จับมือ FameTV เปลี่ยนวิดีโอออนไลน์สู่หน้าจอทีวีอังกฤษ

โลกของวิดีโอออนไลน์กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เมื่อ Revver แพลตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอที่สร้างโดยผู้ใช้ ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ FameTV สถานีโทรทัศน์น้องใหม่จากสหราชอาณาจักร เพื่อเปิดโอกาสให้คอนเทนต์จากอินเทอร์เน็ตได้โลดแล่นบนหน้าจอทีวี

ภายใต้ข้อตกลงนี้ ผู้ใช้งาน Revver สามารถเลือกเข้าร่วมโครงการเพื่อส่งวิดีโอของตนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเพื่อออกอากาศทาง FameTV โดยผู้ชมทางบ้านสามารถร่วมโหวตวิดีโอที่ชื่นชอบผ่านระบบ SMS ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นจากส่วนนี้จะถูกแบ่งครึ่งแบบ 50/50 ระหว่าง Revver และเจ้าของวิดีโอผู้สร้างสรรค์ผลงาน

โมเดลธุรกิจและการเชื่อมต่อสื่อยุคใหม่

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เสียทีเดียว เพราะเราเริ่มเห็นแนวโน้มการผสานสื่อออนไลน์เข้ากับสื่อหลักมาบ้างแล้ว เช่น กรณีของ PodShow ที่นำพอดแคสต์ (Podcast - การจัดรายการเสียงแบบออนดีมานด์) ไปออกอากาศทาง Sirius หรือสถานีวิทยุ KYOU และการนำ Rocketboom ไปลงใน Tivo

ในแง่ของเทคโนโลยี Revver ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีความเป็น Web 2.0 (ยุคที่เว็บไซต์เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และการสร้างเนื้อหาโดยผู้ใช้) อย่างเต็มตัว โดยมีฟีเจอร์สนับสนุนที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาแบบภาพนิ่งหลังจบวิดีโอ (Post roll still frame ads), ระบบแบ่งรายได้ให้ผู้ผลิต, การเชื่อมต่อกับระบบ Social Bookmarking (การบันทึกหน้าเว็บที่น่าสนใจเพื่อแบ่งปันในสังคมออนไลน์) รวมถึงการมี API (Application Programming Interface - ช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างซอฟต์แวร์) เพื่อให้นักพัฒนาต่อยอดได้

สรุปรายละเอียดความร่วมมือ Revver และ FameTV
หัวข้อ รายละเอียด
รูปแบบความร่วมมือ นำวิดีโอจาก Revver ไปออกอากาศทางสถานี FameTV
วิธีการคัดเลือก ผู้ใช้ Opt-in (เลือกเข้าร่วม) และผู้ชมโหวตผ่าน SMS
การแบ่งรายได้ แบ่งสัดส่วน 50% ให้ Revver และ 50% ให้ผู้สร้างวิดีโอ
เป้าหมายหลัก เพิ่มการเข้าถึงคอนเทนต์และสร้างรายได้ให้ครีเอเตอร์

ความท้าทายในการสร้างฐานผู้ใช้และคุณภาพคอนเทนต์

แม้จะมีเครื่องมือที่ทันสมัย แต่ Revver ยังคงประสบปัญหาในการสร้างฐานผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลให้ได้เท่ากับ YouTube โดยคอนเทนต์คุณภาพสูงส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่ซีรีส์ชื่อดัง เช่น Ze Frank, Ask a Ninja และ Lonelygirl15

มีข้อสังเกตว่า ระบบการแบ่งรายได้อาจเป็นดาบสองคม เพราะแทนที่จะดึงดูดศิลปินผู้สร้างสรรค์งานอย่างแท้จริง อาจกลายเป็นการดึงดูดกลุ่มมือสมัครเล่นที่เน้นผลกำไรมากกว่าคุณภาพ ซึ่งทำให้เนื้อหาส่วนใหญ่ในระบบขาดความโดดเด่น การจับมือกับสถานีโทรทัศน์ในครั้งนี้จึงเป็นตัวแปรสำคัญว่า จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์และดึงดูดผู้ใช้คุณภาพได้หรือไม่

หากเปรียบเทียบกับแนวทางของ Blogburst ที่เลือกคัดสรรคอนเทนต์แบบรายชิ้น (à la carte) เพื่อจ่ายค่าตอบแทนสูงๆ ให้กับครีเอเตอร์ระดับท็อปเพียงไม่กี่คน วิธีนี้อาจมีประสิทธิภาพในการควบคุมคุณภาพมากกว่าการหว่านจ่ายเงินจำนวนน้อยให้แก่คนกลุ่มใหญ่ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่ากลยุทธ์ใดจะประสบความสำเร็จมากกว่ากันในระยะยาว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Revver ร่วมมือกับ FameTV เพื่อนำวิดีโอออนไลน์ไปออกอากาศทางทีวีในอังกฤษ
  • รายได้จาก SMS โหวตจะถูกแบ่ง 50/50 ระหว่างแพลตฟอร์มและผู้สร้าง
  • Revver มีฟีเจอร์ Web 2.0 เช่น API และระบบ Revenue Split
  • คอนเทนต์เด่นบน Revver ได้แก่ Ze Frank, Ask a Ninja และ Lonelygirl15
  • มีความแตกต่างระหว่างกลยุทธ์การจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์จำนวนมาก (Revver) กับการคัดเลือกเฉพาะราย (Blogburst)

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ใช้งาน Revver จะได้ออกทีวีได้อย่างไร?

ผู้ใช้ต้องเลือก Opt-in หรือแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการ จากนั้นหากวิดีโอได้รับเลือกจะถูกนำไปออกอากาศทาง FameTV และให้ผู้ชมโหวตผ่าน SMS

การแบ่งรายได้ของ Revver ทำอย่างไร?

รายได้ที่ได้รับจากทาง FameTV จะถูกแบ่งครึ่งในสัดส่วน 50% ให้กับทาง Revver และอีก 50% มอบให้กับผู้ผลิตวิดีโอนั้นๆ

Revver แตกต่างจาก YouTube ในแง่ใดตามบทความนี้?

Revver ยังไม่สามารถสร้างฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก (Critical Mass) ได้เท่ากับ YouTube และมีสัดส่วนคอนเทนต์ที่เน้นการสร้างรายได้มากกว่าความคิดสร้างสรรค์ในบางส่วน

กลยุทธ์ของ Blogburst ต่างจาก Revver อย่างไร?

Blogburst ใช้แนวทางแบบ à la carte คือการคัดเลือกครีเอเตอร์คุณภาพสูงเพียงไม่กี่รายและจ่ายค่าตอบแทนให้ในอัตราที่สูง แทนที่จะแบ่งรายได้จำนวนน้อยให้แก่ผู้ใช้จำนวนมาก