Perplexity AI กับข้อพิพาทเรื่องการคัดลอกผลงานและการละเมิดลิขสิทธิ์เนื้อหา

ในโลกของปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Perplexity สตาร์ทอัพด้านการค้นหาข้อมูลด้วย AI กำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกี่ยวกับจริยธรรมในการดึงข้อมูลและการนำเสนอเนื้อหา โดยล่าสุดทาง WIRED และ Forbes ได้ตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของบริษัทที่อาจเข้าข่ายการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) และการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเป็นระบบ

ประเด็นหลักเริ่มต้นจากการที่ WIRED พบว่า Perplexity ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Crawlers หรือโปรแกรมอัตโนมัติในการเข้าถึงและดาวน์โหลดข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ แม้ว่าเจ้าของเว็บไซต์จะตั้งค่าบล็อกไว้แล้วก็ตาม ซึ่งการกระทำนี้ถือเป็นการละเมิด Robots Exclusion Protocol (ข้อตกลงมาตรฐานที่เว็บไซต์ใช้บอกบอทว่าส่วนใดอนุญาตให้เข้าถึงได้) ซึ่งขัดกับนโยบายที่บริษัทเคยประกาศไว้ต่อสาธารณะ

จากการตรวจสอบบันทึกการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ (Server Logs) พบหมายเลข IP Address ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการสาธารณะของบริษัท แต่มีความเชื่อมโยงกับ Perplexity อย่างชัดเจน โดย IP นี้ได้แอบเข้าถึงเว็บไซต์ในเครือ Condé Nast ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ WIRED มากกว่า 822 ครั้งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนำข้อมูลมาตอบคำถามในแชทบอทของตน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การหลบเลี่ยงระบบ: Perplexity ถูกพบว่าใช้ IP ลับในการขูดข้อมูล (Scraping) แม้จะมีการสั่งห้ามผ่าน Robots Exclusion Protocol
  • ปัญหาการกุเรื่อง: พบกรณีที่ AI สร้างเนื้อหาปลอมหรือ Bullshitting โดยการแต่งเรื่องขึ้นมาเองเมื่อไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลจริงได้
  • การคัดลอกคำต่อคำ: มีการตรวจพบว่า AI สรุปเนื้อหาโดยใช้ประโยคจากต้นฉบับแบบคำต่อคำโดยไม่มีการอ้างอิงที่เหมาะสม
  • มูลค่าบริษัท: แม้จะมีข้อพิพาท แต่ Perplexity มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ และกำลังเจรจาระดมทุนรอบใหม่ที่อาจดันมูลค่าไปถึง 3 พันล้านดอลลาร์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia และสำนักงานครอบครัวของ Jeff Bezos

นอกจากเรื่องการดึงข้อมูลแล้ว ประเด็นเรื่อง Plagiarism หรือการคัดลอกผลงานยังเป็นที่ถกเถียงอย่างมาก เมื่อ WIRED ทดสอบให้แชทบอทสรุปบทความของตนเอง พบว่า Perplexity ผลิตเนื้อหาที่สรุปใจความสำคัญและหลักฐานได้อย่างแม่นยำเกินไป รวมถึงมีการคัดลอกประโยคยาวๆ มาวางโดยไม่มีเครื่องหมายคำพูด ซึ่งตามมาตรฐานของสถาบัน Poynter หากมีการใช้คำต่อเนื่องกัน 7-10 คำจากต้นฉบับ จะถือว่าเข้าข่ายการคัดลอกผลงาน

Article image

ผู้เชี่ยวชาญด้านวารสารศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน ระบุว่าหากเป็นงานของนักศึกษา พฤติกรรมเช่นนี้จะถูกส่งเข้าคณะกรรมการวินัยทางวิชาการทันที เนื่องจากมีความใกล้เคียงกับต้นฉบับมากจนเกินไป

สรุปมุมมองทางกฎหมายและจริยธรรมต่อกรณี Perplexity AI
ประเด็น มุมมองด้านจริยธรรม/วิชาการ มุมมองด้านกฎหมายลิขสิทธิ์
การสรุปเนื้อหา ถือเป็นการคัดลอกหากใช้คำต่อคำโดยไม่อ้างอิง ตัดสินยาก เพราะการรายงานข้อเท็จจริงไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้
การข้าม Paywall เป็นการละเมิดข้อตกลงการเข้าถึงข้อมูล อาจเข้าข่ายการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือการฉวยโอกาสจากข่าวร้อน
ความถูกต้องของข้อมูล การสร้างข้อมูลเท็จ (Hallucination) ทำลายความน่าเชื่อถือ อาจมีความเสี่ยงเรื่องการหมิ่นประมาทหากสรุปผิดจนทำให้ผู้อื่นเสียหาย

ในทางกฎหมาย James Grimmelmann จากมหาวิทยาลัย Cornell ชี้ว่า Perplexity อาจมีความเสี่ยงในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคและการโฆษณาที่หลอกลวง เนื่องจากอ้างว่าปฏิบัติตามกฎการเข้าถึงเว็บแต่ในความเป็นจริงกลับทำตรงกันข้าม นอกจากนี้ การที่ AI สรุปข้อมูลผิดพลาดจนกลายเป็นการหมิ่นประมาท อาจทำให้บริษัทไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้ Section 230 ของกฎหมายสหรัฐฯ ซึ่งปกติจะคุ้มครองแพลตฟอร์มที่เป็นเพียงตัวกลางส่งต่อข้อมูล

อย่างไรก็ตาม Pam Samuelson จาก UC Berkeley มองว่าการคัดลอกเพียงประโยคเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ขณะที่ Bhamati Viswanathan เสนอว่าโลกอาจต้องการกรอบกฎหมายใหม่สำหรับ Generative AI เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สร้างสรรค์ผลงานดั้งเดิมจะยังคงสามารถเลี้ยงชีพได้ในยุคที่ AI สามารถเลียนแบบงานสร้างสรรค์ได้อย่างรวดเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

Perplexity ทำผิดกฎหมายลิขสิทธิ์หรือไม่?

ยังไม่มีคำตัดสินที่ชัดเจน เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์มุ่งเน้นที่การนำ "การแสดงออก" ของผู้เขียนไปใช้จนทำให้เจ้าของเสียรายได้ การสรุปข้อเท็จจริงอาจไม่ถือเป็นการละเมิด แต่การคัดลอกประโยคยาวๆ หรือการข้ามระบบป้องกันข้อมูลเป็นจุดที่สุ่มเสี่ยงทางกฎหมาย

Robots Exclusion Protocol คืออะไร?

คือมาตรฐานที่เจ้าของเว็บไซต์ใช้เพื่อบอกบอทหรือโปรแกรมอัตโนมัติว่า ส่วนใดของเว็บไซต์ที่อนุญาตให้เข้ามาเก็บข้อมูลได้ และส่วนใดที่ห้ามเข้าถึง ซึ่ง Perplexity ถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อตกลงนี้

การที่ AI สรุปข้อมูลผิดพลาดส่งผลเสียอย่างไร?

นอกจากจะทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ผิด (Hallucination) แล้ว ในทางกฎหมาย หากการสรุปนั้นบิดเบือนจนทำให้บุคคลในข่าวได้รับความเสียหาย บริษัท AI อาจต้องรับผิดชอบในข้อหาหมิ่นประมาท

ทำไมกรณีนี้ถึงถูกเรียกว่าเป็นการคัดลอกผลงาน (Plagiarism)?

เพราะมีการนำเนื้อหาและโครงสร้างการนำเสนอจากต้นฉบับมาใช้โดยไม่มีการอ้างอิงที่เหมาะสม และมีการใช้ประโยคที่เหมือนกับต้นฉบับแบบคำต่อคำ ซึ่งขัดกับหลักจริยธรรมทางวิชาการและวารสารศาสตร์

Section 230 คืออะไรและเกี่ยวข้องอย่างไร?

เป็นกฎหมายสหรัฐฯ ที่คุ้มครองผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ผู้ใช้รายอื่นนำมาลง แต่หาก AI ของ Perplexity เป็นผู้ "แก้ไข" หรือ "สรุป" ข้อมูลจนเกิดความผิดพลาดเอง ความคุ้มครองนี้อาจไม่ครอบคลุม