Operation Triangulation: เจาะลึกแคมเปญโจมตี iPhone แบบ Zero-click ที่ตรวจพบโดย Kaspersky
เมื่อบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกอย่าง Kaspersky กลายเป็นเป้าหมายเสียเอง สิ่งนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญถึงความซับซ้อนของสงครามไซเบอร์ในปัจจุบัน ล่าสุด Kaspersky ได้เปิดเผยถึงแคมเปญการจารกรรมข้อมูลที่แนบเนียนซึ่งมุ่งเป้ามายังผู้ใช้งาน iPhone โดยใช้ชื่อรหัสว่า Operation Triangulation ซึ่งเป็นการโจมตีที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและตรวจพบจากการวิเคราะห์ทราฟฟิกในเครือข่ายภายในของบริษัทเอง
กลไกการโจมตีแบบ Zero-click: ภัยเงียบที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว
จุดเด่นที่น่ากลัวที่สุดของ Operation Triangulation คือการใช้ช่องโหว่แบบ Zero-click ซึ่งหมายถึงการโจมตีที่สามารถเจาะเข้าสู่เครื่องเป้าหมายได้โดยที่เจ้าของเครื่องไม่ต้องกดลิงก์ ไม่ต้องเปิดไฟล์ หรือไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับข้อความที่ส่งมาเลย
กระบวนการโจมตีเริ่มต้นจากการส่งข้อความที่ถูกปรับแต่งเป็นพิเศษผ่านบริการ iMessage ของ Apple เมื่อข้อความที่มีไฟล์แนบอันตรายส่งถึงเครื่องเป้าหมาย ระบบจะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติไม่ว่าผู้ใช้จะเปิดอ่านข้อความนั้นหรือไม่ก็ตาม จากนั้นมัลแวร์จะใช้ช่องโหว่หลายจุดเชื่อมต่อกัน (Attack Chain) เพื่อยกระดับสิทธิ์การเข้าถึงระบบให้ลึกขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถควบคุมเครื่องได้ในที่สุด และที่ร้ายกาจที่สุดคือ ข้อความและไฟล์แนบที่เป็นต้นเหตุจะถูกลบออกโดยอัตโนมัติเพื่อทำลายหลักฐาน

การวิเคราะห์ทางเทคนิคและข้อจำกัดของระบบ iOS
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามัลแวร์ชนิดนี้จะไม่คงอยู่ถาวรในเครื่องหากมีการรีบูต (Reboot) อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานว่าในบางกรณีเครื่องที่ถูกโจมตีสามารถถูกติดเชื้อซ้ำได้อีกครั้ง โดยหนึ่งในช่องโหว่ที่คาดว่าถูกนำมาใช้คือ CVE-2022-46690 ซึ่งเป็นช่องโหว่ในส่วนของ Kernel Extension ที่ Apple ได้ออกแพตช์แก้ไขไปเมื่อเดือนธันวาคม
Patrick Wardle นักวิจัยด้านความปลอดภัย iOS และอดีตเจ้าหน้าที่ NSA ให้ความเห็นว่า การที่บริษัทระดับ Kaspersky ถูกโจมตีโดยไม่รู้ตัวนานถึง 5 ปี (ย้อนกลับไปได้ถึงปี 2019) สะท้อนให้เห็นว่าการตรวจจับการโจมตีบน iOS นั้นทำได้ยากเพียงใด เนื่องจากโครงสร้างระบบของ Apple ที่เป็นแบบปิด (Locked-down design) ทำให้การตรวจสอบกิจกรรมที่ผิดปกติภายในระบบปฏิบัติการทำได้ลำบากมาก

ข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานความมั่นคงและ Apple
ในวันเดียวกับการเปิดเผยรายงานของ Kaspersky ทาง FSB (หน่วยข่าวกรองของรัสเซีย) ได้ออกมากล่าวหาว่า NSA (สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ) ได้แฮ็กโทรศัพท์ของชาวรัสเซียจำนวนหลายพันเครื่อง โดยอ้างว่า Apple ให้ความร่วมมือด้วยการส่งมอบช่องโหว่ของ iOS ให้ NSA ใช้ในการจารกรรม
อย่างไรก็ตาม Apple ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างสิ้นเชิง โดยยืนยันว่าไม่เคยและจะไม่ร่วมมือกับรัฐบาลใดๆ ในการสร้าง Backdoor (ช่องทางลับในการเข้าถึงระบบ) ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท นอกจากนี้ Apple ยังระบุว่าการโจมตีที่ Kaspersky พบนั้นเกิดขึ้นกับ iPhone ที่ใช้ iOS เวอร์ชัน 15.7 หรือต่ำกว่า ซึ่งปัจจุบันระบบได้พัฒนาไปถึงเวอร์ชัน 16.5 แล้ว
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| รูปแบบการโจมตี | Zero-click (ไม่ต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้) |
| ช่องทางหลัก | Apple iMessage |
| ระยะเวลาที่เริ่มพบ | ย้อนกลับไปได้ถึงปี 2019 |
| เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบ | iOS 15.7 และต่ำกว่า |
| ลักษณะมัลแวร์ | ไม่คงอยู่หลังรีบูต แต่สามารถติดเชื้อซ้ำได้ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Zero-click คือการโจมตีที่อันตรายที่สุดเพราะผู้ใช้ไม่สามารถป้องกันได้ด้วยการระวังไม่คลิกลิงก์
- การโจมตีมุ่งเป้าไปที่ iMessage เนื่องจากเป็นจุดที่มีช่องโหว่ให้โจมตีได้ง่ายและตรวจจับได้ยาก
- Apple ได้เปิดตัว Lockdown Mode ใน iOS 16 เพื่อจำกัดฟีเจอร์ที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี เช่น iMessage และ WebKit
- Kaspersky ยังไม่ได้ระบุตัวตนผู้โจมตีอย่างเป็นทางการว่ามาจากหน่วยงานใด หรือเกี่ยวข้องกับกลุ่ม Equation Group หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
Zero-click exploit คืออะไรและทำไมถึงน่ากลัว?
คือช่องโหว่ที่อนุญาตให้แฮ็กเกอร์ส่งคำสั่งอันตรายเข้าสู่เครื่องเป้าหมายได้โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกดปุ่มหรือเปิดไฟล์ใดๆ ทำให้ผู้ใช้ไม่มีทางรู้ตัวเลยว่าถูกโจมตีจนกว่าจะมีการตรวจสอบเชิงลึกทางเทคนิค
หากใช้ iPhone อยู่ ควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันตนเอง?
วิธีที่ดีที่สุดคือการอัปเดต iOS ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ เนื่องจาก Apple มักจะออกแพตช์เพื่อปิดช่องโหว่เหล่านี้ และสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง สามารถเปิดใช้งาน Lockdown Mode เพื่อเพิ่มความปลอดภัยขั้นสูงสุดได้
การรีสตาร์ทเครื่องสามารถกำจัดมัลแวร์ตัวนี้ได้หรือไม่?
จากรายงานของ Kaspersky มัลแวร์ตัวนี้ไม่สามารถคงอยู่ (Persist) ในเครื่องได้หลังจากรีบูต อย่างไรก็ตาม แฮ็กเกอร์อาจใช้วิธีส่งข้อความโจมตีซ้ำเพื่อให้เครื่องกลับมาติดเชื้ออีกครั้ง
Apple มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจารกรรมข้อมูลตามที่ FSB กล่าวอ้างจริงหรือไม่?
ทาง Apple ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างเด็ดขาด และในอดีต Apple เคยมีประวัติขัดแย้งกับ FBI ในปี 2016 เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้โดยไม่ยอมสร้างช่องทางลับให้รัฐบาลเข้าถึงข้อมูล



