NSO Group กับกลยุทธ์ล็อบบี้การเมืองสหรัฐฯ ยุคโดนัลด์ ทรัมป์

หลังการประกาศชัยชนะของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ Omri Lavie ผู้ร่วมก่อตั้งและเจ้าของหลักของ NSO Group ได้แสดงความยินดีอย่างออกนอกหน้า โดยมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยที่โลกจะกลับมาใช้เหตุผล และวิจารณ์รัฐบาลชุดก่อนว่ามีความอ่อนแอ ความตื่นเต้นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะ NSO Group มีเดิมพันสูงในการกลับมาของทรัมป์ เพื่อหวังที่จะปลดล็อกข้อจำกัดในการทำธุรกิจกับบริษัทในสหรัฐฯ อีกครั้ง

NSO Group คือบริษัทผู้พัฒนา Pegasus ซึ่งเป็นสปายแวร์ (Spyware - ซอฟต์แวร์แอบแฝงเพื่อจารกรรมข้อมูล) ที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง เช่น กรณีการโจมตีนักข่าวในเซอร์เบียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้บริษัทจะยืนยันว่ายึดมั่นในจริยธรรมและมาตรฐานอุตสาหกรรม แต่สถานะของพวกเขากลับถูกจัดอยู่ใน Entity List หรือ "บัญชีดำ" ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ มานานกว่า 3 ปี ซึ่งทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมกับบริษัทอเมริกันได้หากไม่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ

การปรับหมากทางการเมือง: จากเดโมแครตสู่รีพับลิกัน

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการหลุดพ้นจากบัญชีดำ NSO Group ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การล็อบบี้ (Lobbying - การโน้มน้าวผู้มีอำนาจตัดสินใจในรัฐบาล) โดยลดความสัมพันธ์กับที่ปรึกษาที่ใกล้ชิดกับพรรคเดโมแครต และหันไปจับมือกับ Vogel Group ซึ่งนำโดย Alex Vogel อดีตที่ปรึกษาทางกฎหมายของ Bill Frist อดีตผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา

ความน่าสนใจอยู่ที่เครือข่ายของ Vogel Group ที่เต็มไปด้วยบุคคลที่มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับทรัมป์ เช่น Jonathan Fahey ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสอดแนม ทั้งใน ICE (หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร) และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ รวมถึง Hayden Jewett ผู้ประสานงานในพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของทรัมป์ปี 2016

นอกจากนี้ยังมีบริษัทกฎหมาย Holtzman Vogel ที่บริหารโดย Jill Holtzman Vogel อดีตที่ปรึกษาของคณะกรรมการแห่งชาติพรรครีพับลิกัน (RNC) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทางการเงินและกฎหมายให้กับเครือข่ายรีพับลิกันอย่างกว้างขวาง

กลยุทธ์การพรางตัวผ่านกฎหมาย LDA

NSO Group ได้เปลี่ยนวิธีการจดทะเบียนตัวแทนล็อบบี้ จากเดิมที่ใช้ FARA (Foreign Agents Registration Act - กฎหมายที่บังคับให้ตัวแทนต่างชาติรายงานรายละเอียดการประชุมอย่างโปร่งใส) มาเป็นการจดทะเบียนภายใต้ LDA (Lobbying Disclosure Act) แทน ซึ่งกฎหมายฉบับหลังนี้มีความโปร่งใสน้อยกว่ามาก และไม่จำเป็นต้องรายงานรายละเอียดการพบปะรายบุคคล ทำให้สาธารณชนติดตามความเคลื่อนไหวของ NSO Group ได้ยากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีเครือข่ายบุคคลที่เชื่อมโยงกับทรัมป์ในหลายระดับ เช่น David Tamasi ผู้ระดมทุนรายใหญ่ให้ทรัมป์, Michael Flynn อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ, และ Rod Rosenstein อดีตรองอัยการสูงสุด ซึ่งล้วนมีประวัติการทำงานหรือรับเงินสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับ NSO Group

สรุปความเชื่อมโยงระหว่าง NSO Group และเครือข่ายการเมืองสหรัฐฯ
บุคคล/องค์กร บทบาท/ความสัมพันธ์ ความเชื่อมโยงกับทรัมป์
Vogel Group ที่ปรึกษาด้านนโยบายไซเบอร์รายใหม่ มีบุคลากรที่เคยทำงานในกระทรวงความมั่นคงฯ และ ICE
Michael Flynn รับเงินจากบริษัทแม่ของ NSO อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ
David Tamasi ผู้บริหาร Chartwell Strategy ผู้ระดมทุนหลักให้แคมเปญทรัมป์และ RNC
Rod Rosenstein ตัวแทนทางกฎหมายของ NSO อดีตรองอัยการสูงสุดในรัฐบาลทรัมป์

เป้าหมายสูงสุด: การปลดล็อกข้อจำกัดทางธุรกิจ

แม้ Omri Lavie จะพยายามลดทอนความสำคัญของ "บัญชีดำ" โดยระบุว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคใหญ่ในการขายสินค้าในสหรัฐฯ แต่ในความเป็นจริง การหลุดพ้นจาก Entity List ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อนจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม

เป้าหมายของ NSO Group ไม่ได้มีเพียงแค่การออกจากบัญชีดำ แต่ยังรวมถึงการยกเลิก คำสั่งบริหาร (Executive Order) 14093 ของโจ ไบเดน ที่จำกัดการใช้สปายแวร์เชิงพาณิชย์ในรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งหากคำสั่งนี้ถูกยกเลิก จะเป็นการเปิดประตูให้ NSO Group เข้าถึงตลาดและอำนาจการซื้อของสหรัฐฯ ได้อีกครั้ง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถานะปัจจุบัน: NSO Group ยังคงอยู่ใน Entity List ของสหรัฐฯ ซึ่งจำกัดการทำธุรกิจกับบริษัทอเมริกัน
  • การเปลี่ยนกลยุทธ์: ย้ายจากการจดทะเบียน FARA ที่โปร่งใส ไปสู่ LDA ที่ปกปิดรายละเอียดการล็อบบี้ได้มากกว่า
  • เครือข่ายทรงอิทธิพล: จ้าง Vogel Group เพื่อใช้เส้นสายจากอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์
  • ความเสี่ยงด้านความมั่นคง: ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการกลับมาของ NSO อาจเพิ่มภัยคุกคามต่อความมั่นคงและส่งเสริมการละเมิดสิทธิโดยเผด็จการทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม NSO Group ถึงต้องการให้โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง?

เพราะ NSO Group หวังว่ารัฐบาลของทรัมป์จะนำบริษัทออกจาก Entity List (บัญชีดำ) ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถซื้อเทคโนโลยีและทำธุรกิจกับบริษัทในสหรัฐฯ ได้อย่างอิสระอีกครั้ง

Pegasus คืออะไรและทำไมถึงเป็นประเด็นขัดแย้ง?

Pegasus คือสปายแวร์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถเจาะข้อมูลในสมาร์ทโฟนได้โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าถูกนำไปใช้โดยรัฐบาลบางประเทศเพื่อสอดแนมและคุกคามนักข่าว นักสิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่รัฐ

การเปลี่ยนจาก FARA เป็น LDA มีผลอย่างไร?

การจดทะเบียนภายใต้ LDA ทำให้ NSO Group ไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดการประชุมหรือการติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างละเอียดเหมือน FARA ส่งผลให้การตรวจสอบจากสาธารณชนและสื่อมวลชนทำได้ยากขึ้น

คำสั่งบริหาร 14093 คืออะไร?

คือคำสั่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่กำหนดมาตรฐานและจำกัดการจัดซื้อสปายแวร์เชิงพาณิชย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ผิด

ผู้เชี่ยวชาญมีความกังวลอย่างไรหาก NSO Group กลับมาทำธุรกิจในสหรัฐฯ ได้?

มีความกังวลว่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดต่อโลก และอาจทำให้เครื่องมือสอดแนมที่อันตรายถูกนำไปใช้โดยเผด็จการในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และพันธมิตร