N26 ระดมทุนเพิ่ม 100 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่งสู้ศึกเศรษฐกิจถดถอย
N26 สตาร์ทอัพด้านฟินเทค (Fintech) หรือเทคโนโลยีทางการเงินจากกรุงเบอร์ลิน ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series D ส่วนขยาย (Extension) โดยได้รับเงินทุนเพิ่มอีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การประเมินมูลค่าบริษัท (Valuation) เดิมที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดรวมของการระดมทุนในรอบ Series D ทั้งหมดพุ่งสูงถึง 570 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนรายเดิมที่เชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท
เส้นทางการระดมทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
หากย้อนดูประวัติการระดมทุนในรอบ Series D ของ N26 จะพบว่ามีการเพิ่มทุนอย่างเป็นระยะ ดังนี้:
- มกราคม 2019: ระดมทุนได้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- กรกฎาคม 2019: ระดมทุนเพิ่มอีก 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าบริษัทขยับขึ้นเป็น 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ปัจจุบัน: ระดมทุนเพิ่มอีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคงมูลค่าบริษัทไว้ที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Valentin Stalf ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ N26 ระบุว่า การที่มูลค่าบริษัทไม่ลดลงท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจถือเป็นความสำเร็จที่น่าพอใจ และการขยายรอบการระดมทุนในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความได้เปรียบโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
กลยุทธ์การสร้างรายได้และการปรับตัวในยุคไร้เงินสด
N26 ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Challenger Bank หรือธนาคารทางเลือกที่เน้นการให้บริการผ่านดิจิทัล โดยมีแหล่งรายได้หลักมาจากค่าสมาชิกแบบพรีเมียม, ค่าธรรมเนียมการใช้บัตร (Interchange fees) รวมถึงค่าธรรมเนียมจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งที่พัฒนาเองและจากพันธมิตร เช่น สินเชื่อและบริการเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft)
ในช่วงที่ผ่านมา N26 พบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้การชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless payment) และการชำระเงินออนไลน์มากขึ้น แม้ว่ายอดการใช้จ่ายโดยรวมจะลดลงประมาณ 20-30% ตามสภาวะตลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้บัตร แต่ในทางกลับกัน ยอดเงินคงเหลือในบัญชีของผู้ใช้งานกลับเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากผู้คนชะลอการใช้จ่าย ขณะที่ยอดผู้สมัครสมาชิกยังคงมีความเสถียรและมีอัตราการยกเลิกบริการ (Churn rate) ในระดับปกติ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ยอดระดมทุนรอบ Series D รวม | 570 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| มูลค่าบริษัทปัจจุบัน | 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| ตลาดเป้าหมายหลัก | ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, บราซิล |
| จำนวนลูกค้าในสหรัฐฯ (ม.ค.) | 250,000 ราย |
ทิศทางการขยายธุรกิจและตลาดเป้าหมาย
N26 วางแผนที่จะนำเงินทุนก้อนใหม่นี้ไปรุกตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ยุโรป สหรัฐอเมริกา และบราซิล โดยมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในแต่ละภูมิภาคดังนี้:
การถอนตัวจากสหราชอาณาจักร
บริษัทตัดสินใจยุติการดำเนินงานในสหราชอาณาจักร เนื่องจากผลกระทบจาก Brexit ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากจะดำเนินธุรกิจต่อ N26 จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเพื่อขอใบอนุญาตธนาคารใหม่และปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ของอังกฤษ
การเติบโตในสหรัฐอเมริกาและบราซิล
ในสหรัฐฯ N26 กำลังพัฒนาระบบให้เข้ากับตลาดท้องถิ่น เช่น การนำระบบโอนเงิน ACH (Automated Clearing House) มาใช้เพื่อให้ลูกค้าสามารถเติมเงินเข้าบัญชี N26 จากธนาคารอื่นได้สะดวกขึ้น ส่วนในบราซิล บริษัทได้ยื่นขอใบอนุญาตฟินเทค ซึ่งคาดว่าจะได้รับภายใน 6 เดือน แต่อาจมีการพิจารณาเลื่อนการเปิดตัวออกไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจ
การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
สำหรับประเด็นเรื่องการจ้างงาน Valentin Stalf ยืนยันว่าบริษัทยังคงมีการรับพนักงานใหม่ แต่จะมีความพิถีพิถันและคัดเลือกอย่างเข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ ในเยอรมนี พนักงานบางส่วน เช่น ผู้จัดการสำนักงานและทีมงานจัดกิจกรรม ได้เข้าสู่ระบบการทำงานระยะสั้น (Short-time working) ซึ่งช่วยให้พนักงานยังคงได้รับค่าจ้างส่วนใหญ่แต่ลดชั่วโมงการทำงานลง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เงินทุนใหม่: ระดมทุนเพิ่ม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรอบ Series D extension
- มูลค่าบริษัท: คงที่อยู่ที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การปรับตัว: รายได้จากค่าธรรมเนียมบัตรลดลง แต่ยอดเงินฝากในบัญชีเพิ่มขึ้น
- การตลาด: ยุติการทำธุรกิจในอังกฤษ เพื่อมุ่งเน้นสหรัฐฯ และบราซิล
- การจ้างงาน: ปรับเกณฑ์การรับคนให้เข้มงวดขึ้น และใช้ระบบลดชั่วโมงทำงานในบางตำแหน่งที่เยอรมนี
คำถามที่พบบ่อย
N26 ระดมทุนครั้งนี้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร?
เพื่อสร้างเงินทุนสำรองสำหรับรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และใช้ในการขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพอย่างยุโรป สหรัฐอเมริกา และบราซิล
ทำไม N26 ถึงตัดสินใจออกจากตลาดสหราชอาณาจักร?
เนื่องจากผลกระทบจาก Brexit ซึ่งทำให้บริษัทต้องใช้เงินลงทุนสูงมากในการขอใบอนุญาตธนาคารใหม่และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับระบบใหม่ของสหราชอาณาจักร
รายได้ของ N26 มาจากทางไหนบ้าง?
รายได้หลักมาจากค่าสมาชิกรายเดือนแบบพรีเมียม, ค่าธรรมเนียมการใช้บัตร (Interchange fees) และค่าธรรมเนียมจากบริการทางการเงิน เช่น สินเชื่อและเงินเบิกเกินบัญชี
สถานการณ์ของ N26 ในตลาดสหรัฐฯ และบราซิลเป็นอย่างไร?
ในสหรัฐฯ มีลูกค้าประมาณ 250,000 ราย (ข้อมูล ณ เดือนมกราคม) และกำลังพัฒนาระบบโอนเงิน ACH ส่วนในบราซิลอยู่ระหว่างการรออนุมัติใบอนุญาตฟินเทค
N26 มีการเลิกจ้างพนักงานหรือไม่?
ไม่มีการประกาศเลิกจ้าง แต่มีการปรับเกณฑ์การรับพนักงานใหม่ให้เข้มงวดขึ้น และใช้มาตรการลดชั่วโมงทำงาน (Short-time working) สำหรับพนักงานบางตำแหน่งในเยอรมนี


