Moov โฮเวอร์บอร์ดของ Mark Cuban ปิดตัวลงเพราะสงครามสิทธิบัตร

ความฝันที่จะสร้างโฮเวอร์บอร์ดระดับไฮเอนด์ของ Mark Cuban มหาเศรษฐีชื่อดัง ต้องจบลงอย่างน่าเสียดาย เมื่อบริษัท Radical Transport ผู้พัฒนาโปรเจกต์ Moov ได้ประกาศยุติการดำเนินงาน พร้อมคืนเงินให้กับผู้สนับสนุนใน Kickstarter ทั้งหมด หลังจากที่ตัวผลิตภัณฑ์ถูกระงับการผลิตอย่างไม่มีกำหนด

สาเหตุหลักที่ทำให้โปรเจกต์นี้ล้มเหลวไม่ใช่เรื่องของเงินทุนหรือเทคโนโลยี แต่เป็นปัญหาด้าน สิทธิบัตร (Patent) หรือเอกสารทางกฎหมายที่คุ้มครองการประดิษฐ์ ซึ่ง Cuban ให้เหตุผลว่าเกิดการฟ้องร้องระหว่างผู้เล่นในตลาดอย่างรุนแรง จนเขามองว่าการฝ่าฟันสงครามกฎหมายนี้ไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับ

จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งในตลาดโฮเวอร์บอร์ด

ความวุ่นวายนี้มีจุดเริ่มต้นจาก Shane Chen ผู้ก่อตั้งบริษัท Inventist ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตรการออกแบบโฮเวอร์บอร์ดที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยจุดเด่นของสิทธิบัตรนี้คือการออกแบบให้บอร์ดมี รอยแยกตรงกลาง (Split in the middle) ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นสามารถบิดตัวบอร์ดเพื่อควบคุมความเร็วและทิศทางได้

เมื่อสินค้าเลียนแบบจากจีนทะลักเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ในปี 2015 Chen ได้ใช้สิทธิบัตรนี้ในการสกัดกั้นคู่แข่ง จนในที่สุดบริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่อย่าง Razor ได้ตัดสินใจซื้อสิทธิใน Hovertrax และกลายเป็นผู้รับหน้าที่ต่อสู้ทางกฎหมายแทน

ในตอนแรก Mark Cuban พยายามเจรจาข้อตกลงกับ Chen แต่เมื่อสถานการณ์ทางกฎหมายเริ่มตึงเครียด เขาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์มาสร้างโฮเวอร์บอร์ดรุ่นใหม่ที่เคารพต่อ ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property - IP) ของผู้อื่น และนำเสนอเทคโนโลยีของตนเองแทน

นวัตกรรมของ Moov และความพยายามที่ล้มเหลว

Radical Transport ได้เปิดตัว Moov โดยชูจุดเด่นที่แตกต่างจากโฮเวอร์บอร์ดทั่วไป คือการ ไม่ใช้การบิดตัวตรงกลาง แต่ใช้เซนเซอร์ตรวจวัดการยืดหยุ่นของบอร์ดเพื่อสั่งการเคลื่อนที่แทน นอกจากนี้ยังเน้นความหรูหราด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม ล้อขนาดใหญ่ ฐานที่กว้างขึ้น และแอปพลิเคชันอัจฉริยะ โดยตั้งราคาสูงถึง 1,300 ดอลลาร์ เพื่อเจาะกลุ่มตลาดระดับบนที่เน้นคุณภาพและความปลอดภัย

Image 6

แม้จะระดมทุนผ่าน Kickstarter ได้กว่า 75,038 ดอลลาร์ และดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ Daniel Wood นักประดิษฐ์จาก Future Motion (ผู้สร้าง OneWheel) ได้รับอนุมัติสิทธิบัตรสำหรับแนวคิดที่คล้ายคลึงกับ Moov ซึ่ง Wood ระบุว่าเขาพยายามติดต่อ Cuban เพื่อทำข้อตกลงหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล

ทางด้าน EJ Williams อดีตรองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Radical Transport อธิบายว่า ปัญหานี้เกิดจาก จังหวะเวลาที่โชคร้าย เนื่องจากความนิยมของโฮเวอร์บอร์ดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายบริษัทจดสิทธิบัตรในช่วงเวลาเดียวกัน และเนื่องจากสิทธิบัตรที่อยู่ระหว่างการพิจารณาจะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ทำให้บริษัทไม่ทราบว่ามีใครจองเทคโนโลยีส่วนไหนไว้บ้างจนกว่าจะผ่านไปเป็นปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สาเหตุการปิดตัว: ปัญหาการฟ้องร้องด้านสิทธิบัตรที่ซับซ้อนและไม่คุ้มค่าที่จะต่อสู้
  • จุดเด่นของ Moov: ใช้เซนเซอร์วัดการยืดหยุ่นแทนการบิดตัวของบอร์ด และใช้วัสดุระดับพรีเมียม
  • ราคาจำหน่าย: ตั้งเป้าไว้ที่ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐ
  • สถานะปัจจุบัน: คืนเงินผู้สนับสนุน Kickstarter แล้ว และพนักงานทั้งหมดลาออกเพื่อไปทำธุรกิจใหม่
สรุปเปรียบเทียบเทคโนโลยีโฮเวอร์บอร์ดในกรณีพิพาท
ผู้ถือสิทธิบัตร/บริษัท ลักษณะเด่นของเทคโนโลยี ผลลัพธ์/สถานะ
Shane Chen (Inventist/Razor) บอร์ดแยกกลาง บิดตัวเพื่อเลี้ยว เป็นมาตรฐานหลักของตลาด
Radical Transport (Moov) ใช้เซนเซอร์วัดการยืดหยุ่น (No-pivot) ยกเลิกการผลิต/ปิดบริษัท
Daniel Wood (Future Motion) ระบบทรงตัวแบบไม่มีจุดหมุน ได้รับอนุมัติสิทธิบัตร

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Mark Cuban ถึงไม่สู้คดีสิทธิบัตรต่อ?

Cuban มองว่าการต่อสู้ทางกฎหมายกับหลายฝ่ายในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองและไม่คุ้มค่า แม้เขาจะเชื่อว่าบริษัทมีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่จำเป็น แต่เขาไม่ต้องการเป็นผู้แบกรับภาระในการต่อสู้คดีทั้งหมด

Moov แตกต่างจากโฮเวอร์บอร์ดทั่วไปอย่างไร?

Moov ไม่ได้ใช้การบิดตัวของบอร์ดตรงกลางในการควบคุม แต่ใช้เซนเซอร์ตรวจจับการกดและการยืดหยุ่นของวัสดุเพื่อสั่งการเคลื่อนที่ พร้อมทั้งใช้วัสดุคุณภาพสูงและมีล้อที่ใหญ่กว่าปกติ

ผู้ที่สนับสนุนผ่าน Kickstarter ได้รับการชดเชยอย่างไร?

ผู้สนับสนุนโครงการ Moov ทุกรายได้รับเงินคืน (Refund) หลังจากที่บริษัทตัดสินใจระงับโครงการและยุติการดำเนินงาน

ปัญหาเรื่องสิทธิบัตรในธุรกิจเทคโนโลยีเกิดขึ้นได้อย่างไร?

มักเกิดจากการที่หลายบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีที่คล้ายกันในเวลาเดียวกัน และยื่นจดสิทธิบัตรในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เนื่องจากขั้นตอนการพิจารณาสิทธิบัตรใช้เวลานาน ทำให้บริษัทหนึ่งอาจนำเทคโนโลยีที่อีกบริษัทกำลังจดสิทธิบัตรมาใช้โดยไม่รู้ตัว