Microsoft เข้าซื้อกิจการ LinkedIn ดีลยักษ์ใหญ่ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อพลิกโฉมเครือข่ายมืออาชีพ
ในโลกของการควบรวมกิจการด้านโซเชียลมีเดีย เราเคยเห็นดีลที่น่าทึ่งมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่ Facebook ทุ่มเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ซื้อ Instagram หรือ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อครอบครอง WhatsApp ขณะที่ Google ใช้เงิน 1.65 พันล้านดอลลาร์กับ YouTube และ Yahoo จ่าย 1.1 พันล้านดอลลาร์ให้กับ Tumblr แต่ล่าสุด Microsoft ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการประกาศเข้าซื้อ LinkedIn เครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับคนทำงาน ด้วยมูลค่าสูงถึง 2.62 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการจัดการข้อมูลและตัวตนทางวิชาชีพบนโลกออนไลน์อย่างเต็มตัว
สำหรับการเข้าซื้อครั้งนี้ Microsoft ตกลงจ่ายเงินที่ราคา 196 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ LinkedIn จะยังคงรักษาแบรนด์เดิมเอาไว้ และ Jeff Weiner จะยังคงดำรงตำแหน่ง CEO ของ LinkedIn ต่อไป โดยจะรายงานตรงต่อ Satya Nadella CEO ของ Microsoft
หากย้อนกลับไปดูประวัติของ Microsoft จะพบว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทรุกเข้าสู่ตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับองค์กร เพราะในปี 2012 Microsoft เคยทุ่มเงิน 1.2 พันล้านดอลลาร์ซื้อ Yammer ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานร่วมกันภายในองค์กรมาแล้ว อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อ LinkedIn ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาหุ้นของ LinkedIn ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่การทำ IPO (การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก) ในปี 2011 โดยก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือน ราคาหุ้นของบริษัทได้ดิ่งลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการเข้ามาของ Microsoft ในจังหวะนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า LinkedIn ยังคงมีมูลค่ามหาศาลในสายตาของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี
วิสัยทัศน์และการผสานเทคโนโลยี
Satya Nadella ระบุว่าเป้าหมายหลักคือการนำจุดแข็งของ LinkedIn ในการเชื่อมต่อผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก มาช่วยเร่งการเติบโตให้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Microsoft เช่น Office 365 และ Dynamics เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับบุคคลและองค์กรทั่วโลก
ในเชิงเทคนิค สิ่งที่น่าจับตามองคือการนำระบบล็อกอินของ LinkedIn ไปผสานเข้ากับบริการคลาวด์ที่ใช้ Microsoft Azure (แพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้งของ Microsoft) ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ Office 365, Skype ไปจนถึง OneDrive โดยจะใช้แนวทางเดียวกับ Facebook ที่มีบัญชีเดียวสามารถเข้าถึงได้ทุกบริการ ผ่านระบบ Azure Active Directory (AAD) หรือระบบจัดการอัตลักษณ์และสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้งานในองค์กร ซึ่งนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำเครือข่ายสังคมขนาดใหญ่เข้ามาถักทอเข้ากับชีวิตดิจิทัลของเรา
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| มูลค่าการเข้าซื้อกิจการ | 2.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| ราคาต่อหุ้น | 196 ดอลลาร์สหรัฐ |
| สถานะของแบรนด์ | คงแบรนด์ LinkedIn และความเป็นอิสระในการดำเนินงาน |
| ผู้บริหารหลัก | Jeff Weiner (CEO LinkedIn) รายงานต่อ Satya Nadella (CEO Microsoft) |
| บริการที่เกี่ยวข้อง | Office 365, Dynamics, Azure, Skype, OneDrive |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- มูลค่ามหาศาล: ดีลนี้มีมูลค่าสูงถึง 26,200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าการซื้อกิจการโซเชียลมีเดียรายใหญ่หลายรายในอดีต
- การรักษาเอกลักษณ์: LinkedIn จะยังคงรักษาวัฒนธรรมองค์กร แบรนด์ และความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ
- กลยุทธ์การเชื่อมต่อ: มุ่งเน้นการใช้ Azure Active Directory เพื่อสร้างระบบ Single Sign-On สำหรับบริการทางธุรกิจทั้งหมด
- จังหวะเวลา: Microsoft เข้าซื้อในช่วงที่หุ้น LinkedIn มีราคาลดลงอย่างมากหลังการ IPO ปี 2011
คำถามที่พบบ่อย
Microsoft จะเปลี่ยนชื่อ LinkedIn หรือไม่?
ไม่เปลี่ยน โดย Microsoft ยืนยันว่า LinkedIn จะยังคงรักษาแบรนด์เดิมและคงความเป็นอิสระในการดำเนินงาน รวมถึงรักษาวัฒนธรรมองค์กรเดิมเอาไว้
ใครจะเป็นผู้บริหาร LinkedIn หลังจากนี้?
Jeff Weiner จะยังคงดำรงตำแหน่ง CEO ของ LinkedIn ต่อไป โดยจะทำงานภายใต้การกำกับดูแลของ Satya Nadella ซึ่งเป็น CEO ของ Microsoft
การเข้าซื้อครั้งนี้ส่งผลอย่างไรต่อผู้ใช้งาน Office 365 หรือ Azure?
ผู้ใช้อาจได้เห็นการผสานรวมระบบล็อกอิน โดยสามารถใช้บัญชี LinkedIn เข้าถึงบริการต่างๆ ของ Microsoft ที่ทำงานบน Azure ได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น Office 365 และ OneDrive
ทำไม Microsoft ถึงเลือกซื้อ LinkedIn ในช่วงนี้?
เป็นจังหวะที่ราคาหุ้นของ LinkedIn ลดลงอย่างมาก (กว่า 50%) ทำให้เป็นโอกาสในการเข้าครอบครองเครือข่ายมืออาชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อนำมาต่อยอดกับผลิตภัณฑ์ด้านธุรกิจของบริษัท
Microsoft เคยซื้อบริษัทแนวนี้มาก่อนหรือไม่?
เคยซื้อ Yammer ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับการทำงานร่วมกันในองค์กรมาแล้วในปี 2012 ด้วยมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์



