Llama 4 จาก Meta เปิดตัว 2 โมเดลใหม่ ยกระดับ AI มัลติโมดอลให้ฉลาดและรวดเร็วกว่าเดิม

Meta ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการปัญญาประดิษฐ์อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Llama 4 ชุดโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model หรือ LLM) แบบ Multimodal ซึ่งมีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบทั้งข้อความและรูปภาพ โดยในระยะแรกนี้ได้ปล่อยออกมาให้ใช้งานแล้ว 2 โมเดล และมีแผนจะเปิดตัวอีก 2 โมเดลในเร็วๆ นี้

ปัจจุบันผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประสบการณ์ของ Llama 4 ได้ผ่านบริการ Meta AI บนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง WhatsApp, Messenger และ Instagram รวมถึงนักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ผ่านเว็บไซต์ Llama และ Hugging Face

เจาะลึก 2 โมเดลแรก: Llama 4 Maverick และ Llama 4 Scout

Meta ได้ออกแบบโมเดลทั้งสองให้มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ดังนี้:

Llama 4 Maverick: ขุมพลังสำหรับการใช้งานทั่วไป

Maverick ถูกวางตัวให้เป็น "ม้างาน" ของตระกูลนี้ โดยเน้นความเชี่ยวชาญด้านการทำความเข้าใจรูปภาพและข้อความ เหมาะสำหรับใช้เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ (General Assistant) และการแชทโต้ตอบทั่วไป ซึ่งผลการทดสอบระบุว่า Maverick มีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งอย่าง GPT-4o และ Gemini 2.0 ในด้านการเขียนโค้ด, การใช้เหตุผล, การรองรับหลายภาษา และการประมวลผลบริบทที่ยาว รวมถึงมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ DeepSeek v3.1 ในด้านการเขียนโค้ดและการใช้เหตุผล

Llama 4 Scout: จิ๋วแต่แจ๋ว เน้นความเร็วและข้อมูลมหาศาล

Scout เป็นโมเดลขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัวสูง ออกแบบมาให้ทำงานได้บน GPU เพียงตัวเดียว แต่มีความสามารถที่น่าทึ่งในการสรุปเอกสารจำนวนมาก การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อสร้างงานแบบเฉพาะบุคคล และการวิเคราะห์ฐานข้อมูลโค้ดที่มีขนาดใหญ่

Article image

ก้าวต่อไปกับ Behemoth และ Reasoning Model

นอกเหนือจากสองโมเดลแรก Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ได้เผยถึง Llama 4 Behemoth ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการฝึกฝน โดยถูกคาดหมายว่าจะเป็นโมเดลพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลกด้วยพารามิเตอร์ที่สูงถึง 288 พันล้านตัว

นอกจากนี้ ภายในเดือนหน้า Meta มีแผนจะเปิดตัวโมเดลที่สี่นั่นคือ Llama 4 Reasoning ซึ่งจะเน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง โดยรายละเอียดทั้งหมดจะถูกเปิดเผยเพิ่มเติมในงาน LlamaCon ซึ่งเป็นงานประชุมสำหรับนักพัฒนา AI ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

Image 2

ตารางสรุปคุณสมบัติของโมเดล Llama 4

เปรียบเทียบคุณสมบัติของโมเดลในตระกูล Llama 4
ชื่อโมเดล พารามิเตอร์ (Active Parameters) จุดเด่น/การใช้งาน สถานะการเปิดตัว
Llama 4 Scout 17 พันล้าน (16 Experts) สรุปเอกสาร, วิเคราะห์โค้ด, Context Length 10 ล้านโทเคน ใช้งานได้แล้ว
Llama 4 Maverick 17 พันล้าน (128 Experts) ผู้ช่วยอัจฉริยะ, เข้าใจภาพและข้อความ, ประสิทธิภาพสูง ใช้งานได้แล้ว
Llama 4 Behemoth 288 พันล้าน โมเดลพื้นฐานประสิทธิภาพสูงสุดในโลก กำลังฝึกฝน
Llama 4 Reasoning ไม่ระบุ เน้นการใช้เหตุผลและการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง เปิดตัวเดือนหน้า

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Llama 4 Scout รองรับ Context Length (ความยาวของบริบทที่ AI จำได้) สูงถึง 10 ล้านโทเคน ซึ่งถือเป็นระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม
  • Llama 4 Maverick มีผลทดสอบด้านการเขียนโค้ดและการใช้เหตุผลที่เหนือกว่า GPT-4o และ Gemini 2.0
  • โมเดล Scout ถูกออกแบบมาให้ประหยัดทรัพยากร โดยสามารถรันบน GPU ตัวเดียว ได้
  • Meta บูรณาการ Llama 4 เข้ากับแอปพลิเคชันในเครือ ได้แก่ WhatsApp, Messenger และ Instagram

คำถามที่พบบ่อย

Llama 4 คืออะไร?

Llama 4 คือชุดโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) รุ่นล่าสุดจาก Meta ที่มีความสามารถแบบ Multimodal คือสามารถเข้าใจและประมวลผลได้ทั้งข้อความและรูปภาพในเวลาเดียวกัน

จะใช้งาน Llama 4 ได้ที่ไหนบ้าง?

ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้งานได้ผ่าน Meta AI ใน WhatsApp, Messenger และ Instagram ส่วนนักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดโมเดล Scout และ Maverick ได้จากเว็บไซต์ Llama และ Hugging Face

ความแตกต่างระหว่าง Scout และ Maverick คืออะไร?

Scout เน้นความเร็ว การประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล (Context Length สูง) และใช้ทรัพยากรน้อย ส่วน Maverick เน้นความเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่เก่งด้านการเข้าใจภาพและข้อความ รวมถึงมีทักษะการเขียนโค้ดที่ยอดเยี่ยม

Llama 4 Behemoth คืออะไรและต่างจากรุ่นอื่นอย่างไร?

Behemoth คือโมเดลขนาดใหญ่พิเศษที่มีพารามิเตอร์ถึง 288 พันล้านตัว ซึ่ง Meta ตั้งเป้าให้เป็นโมเดลพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก โดยปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา

เมื่อไหร่จะมีการเปิดตัวโมเดล Llama 4 Reasoning?

Mark Zuckerberg ระบุว่าโมเดลที่เน้นการใช้เหตุผล (Reasoning) จะมีการเปิดตัวและให้ข้อมูลเพิ่มเติมภายในเดือนหน้า