Microsoft หันซบพลังงานนิวเคลียร์ ปลุกชีพโรงไฟฟ้า Three Mile Island ป้อนไฟให้ AI

ในยุคที่การพัฒนา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เติบโตอย่างก้าวกระโดด สิ่งที่ตามมาคือความต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลเพื่อใช้ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับฝึกฝนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models) ซึ่งใช้พลังงานในระดับที่น่าตกใจ ทำให้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Microsoft ต้องมองหาแหล่งพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน จนนำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญในการนำพลังงานนิวเคลียร์กลับมาใช้อีกครั้ง

ล่าสุด Microsoft ได้บรรลุข้อตกลงกับ Constellation Energy ผู้ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้า เพื่อจัดซื้อกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า Three Mile Island Unit 1 ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่เคยปิดตัวลงไปในปี 2019 เนื่องจากในขณะนั้นพลังงานทางเลือกอื่น เช่น ก๊าซธรรมชาติ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม มีราคาถูกกว่าและได้รับความนิยมมากกว่า

สำหรับการฟื้นฟูโรงไฟฟ้าในครั้งนี้ Constellation Energy วางแผนที่จะลงทุนสูงถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์ เพื่อให้ Unit 1 กลับมาดำเนินการได้อีกครั้งภายในปี 2028 โดยต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเสียก่อน ซึ่ง Microsoft ได้ตกลงที่จะรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดจากเตาปฏิกรณ์นี้เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยคาดว่าเมื่อกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 835 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าแห่งนี้จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Crane Clean Energy Center (CCEC) เพื่อเป็นเกียรติแก่ Chris Crane อดีต CEO ของ Constellation ที่เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเรื่องพลังงาน แต่ยังส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยคาดว่าจะสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมถึง 3,400 ตำแหน่ง เพิ่ม GDP ให้รัฐได้ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ และสร้างรายได้จากภาษีให้รัฐและรัฐบาลกลางมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เป้าหมาย: Microsoft ต้องการพลังงานที่ปราศจากคาร์บอนและมีความเสถียรตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการขยายตัวของ AI
  • การลงทุน: Constellation Energy ทุ่มงบ 1.6 พันล้านดอลลาร์ เพื่อปลุกชีพโรงไฟฟ้า Unit 1 ให้พร้อมใช้งานในปี 2028
  • กำลังการผลิต: คาดการณ์ว่าจะผลิตไฟฟ้าได้ 835 เมกะวัตต์ โดย Microsoft จะเหมาซื้อทั้งหมดในระยะเวลา 20 ปี
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: สร้างงาน 3,400 ตำแหน่ง และเพิ่ม GDP ให้รัฐเพนซิลเวเนีย 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์
สรุปรายละเอียดข้อตกลงพลังงานนิวเคลียร์ของ Microsoft
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อโรงไฟฟ้าใหม่ Crane Clean Energy Center (CCEC)
ระยะเวลาสัญญา 20 ปี
กำลังการผลิตไฟฟ้า 835 เมกะวัตต์
ปีที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการ 2028
งบประมาณฟื้นฟูโรงไฟฟ้า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้มการหันมาใช้พลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ Microsoft เท่านั้น แต่บริษัทเทคโนโลยีรายอื่นก็กำลังเดินตามรอยนี้ เช่น Amazon ที่ทุ่มเงิน 650 ล้านดอลลาร์ซื้อศูนย์ข้อมูลพลังงานนิวเคลียร์ในเพนซิลเวเนียเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ Sam Altman CEO ของ OpenAI ก็ได้เรียกร้องให้มีการก้าวกระโดดทางพลังงานผ่านนิวเคลียร์เช่นกัน

ความท้าทายหลักคือเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดย Microsoft ตั้งเป้าจะใช้พลังงานสะอาด 100% ภายในปี 2030 แต่การเร่งพัฒนา AI ทำให้เป้าหมายนี้ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากศูนย์ข้อมูลของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่รวมกันอาจใช้ไฟฟ้าสูงถึง 508 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ซึ่งมากกว่าปริมาณไฟฟ้าที่ประเทศออสเตรเลียผลิตได้ทั้งปีเสียอีก

ในปัจจุบันจึงเกิดกระแสการฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์ โดยเฉพาะความสนใจใน นิวเคลียร์ฟิวชัน (Nuclear Fusion) ซึ่งเป็นกระบวนการรวมนิวเคลียสของธาตุเบา (เช่น ไฮโดรเจน) ให้เป็นธาตุที่หนักกว่า ซึ่งสะอาดและทรงพลังกว่า นิวเคลียร์ฟิชชัน (Nuclear Fission) หรือการแยกนิวเคลียสของธาตุหนักอย่างยูเรเนียมและพลูโทเนียมที่ใช้ในโรงไฟฟ้าปัจจุบัน โดยสตาร์ทอัพด้านฟิวชันได้รับเงินลงทุนไปแล้วกว่า 7.1 พันล้านดอลลาร์

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Microsoft ถึงต้องกลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์?

เนื่องจากการประมวลผล AI ในศูนย์ข้อมูลต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลและต้องมีความเสถียรตลอดเวลา ซึ่งพลังงานนิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานสะอาดเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่องทุกชั่วโมง ทุกวัน โดยไม่ขึ้นกับสภาพอากาศเหมือนพลังงานลมหรือแสงอาทิตย์

โรงไฟฟ้า Three Mile Island Unit 1 แตกต่างจาก Unit 2 อย่างไร?

Unit 2 คือส่วนที่มีเหตุการณ์เตาปฏิกรณ์หลอมละลาย (Meltdown) อันโด่งดังในปี 1979 แต่ Unit 1 เป็นส่วนที่แยกจากกันและทำงานปกติจนกระทั่งถูกปิดตัวลงในปี 2019 เนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันจากพลังงานราคาถูก

การใช้พลังงานของ AI ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร?

ความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการรัน AI ทำให้บริษัทเทคโนโลยีประสบความยากลำบากในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero หรือการใช้พลังงานสะอาด 100% ตามที่เคยประกาศไว้ เพราะปริมาณการใช้ไฟเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการขยายตัวของแหล่งพลังงานหมุนเวียน

นิวเคลียร์ฟิวชันแตกต่างจากนิวเคลียร์ฟิชชันอย่างไร?

นิวเคลียร์ฟิชชัน (Fission) คือการแยกอะตอมของธาตุหนัก เช่น ยูเรเนียม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในโรงไฟฟ้าปัจจุบัน ส่วนนิวเคลียร์ฟิวชัน (Fusion) คือการรวมอะตอมของธาตุเบา เช่น ไฮโดรเจน ซึ่งให้พลังงานมากกว่าและสะอาดกว่า แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและลงทุนโดยสตาร์ทอัพ