Levi’s ทดลองใช้ AI สร้างนางแบบเสมือนจริง มุ่งยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ให้ครอบคลุมทุกรูปร่าง

แบรนด์ยีนส์ระดับโลกอย่าง Levi’s เตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) มาใช้สร้างนางแบบเสมือนจริงเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการนำเสนอสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นกับ Lalaland.ai สตูดิโอแฟชั่นดิจิทัลผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างนางแบบ AI ที่มีความสมจริงสูง

เป้าหมายหลักของการทดลองนี้คือการแก้ปัญหาที่ลูกค้ามักพบเจอ เมื่อสินค้าส่วนใหญ่ในแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของแบรนด์มักแสดงผลผ่านนางแบบเพียงคนเดียว ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ซื้อที่มีรูปร่างแตกต่างกัน การใช้ AI จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพเสื้อผ้าเมื่อสวมใส่บนรูปร่าง อายุ ขนาดตัว และสีผิวที่หลากหลายมากขึ้น ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นเมื่อเห็นสินค้าบนหุ่นที่ใกล้เคียงกับตัวเอง

การปรับความเข้าใจเรื่องความหลากหลายและความยั่งยืน

ในช่วงแรกของการประกาศ แบรนด์ระบุว่าการใช้ AI จะช่วยส่งเสริมเรื่องความหลากหลายและมีความ "ยั่งยืน" มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากขาดรายละเอียดที่ชัดเจนว่าความยั่งยืนในที่นี้หมายถึงอะไร รวมถึงความกังวลว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาแทนที่การจ้างงานนางแบบที่เป็นมนุษย์จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากประวัติการลดจำนวนพนักงานของบริษัทในช่วงปี 2020 และ 2022

ต่อมา Levi’s ได้ออกมาชี้แจงเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด โดยยอมรับว่าการสื่อสารในตอนแรกอาจไม่ชัดเจน และยืนยันว่าโครงการนำร่องนี้ ไม่ใช่เครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนนโยบายความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง (Diversity, Equity, and Inclusion - DEI) แต่เป็นเพียงการทดลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอภาพสินค้าให้รวดเร็วและครอบคลุมยิ่งขึ้น เนื่องจากมาตรฐานการถ่ายภาพในปัจจุบันมักจำกัดนางแบบเพียง 1-2 คนต่อสินค้าหนึ่งชิ้นเท่านั้น

สรุปรายละเอียดการนำ AI มาใช้ของ Levi’s
หัวข้อ รายละเอียด
พันธมิตรทางเทคโนโลยี Lalaland.ai
วัตถุประสงค์หลัก เพิ่มตัวเลือกการแสดงผลรูปร่างนางแบบให้หลากหลายขึ้น
สถานะการจ้างงาน ใช้ AI เสริมการทำงาน ไม่ได้นำมาแทนที่นางแบบมนุษย์
เป้าหมายทางธุรกิจ สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เฉพาะตัว (Personalized Experience)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การทดลอง: จะเริ่มทดสอบการใช้นางแบบ AI ภายในปีนี้
  • จุดประสงค์: เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพสินค้าบนรูปร่าง อายุ และสีผิวที่หลากหลายขึ้น
  • จุดยืนของแบรนด์: AI เป็นเพียงส่วนเสริม (Supplement) ไม่ใช่ตัวแทน (Substitute) ของนางแบบจริง
  • การยอมรับ: แบรนด์ยอมรับว่าการใช้ AI ไม่สามารถทดแทนการลงมือทำจริงเพื่อบรรลุเป้าหมายด้าน DEI ได้

ทางเลือกอื่นในอุตสาหกรรมแฟชั่น

นอกจากการใช้ AI สร้างนางแบบแล้ว แบรนด์ยักษ์ใหญ่อื่นๆ ได้นำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) หรือเทคโนโลยีความจริงเสริม ที่ช่วยจำลองภาพเสมือนจริงซ้อนทับบนโลกจริงมาใช้ เช่น Walmart ที่มีฟีเจอร์ "Be Your Own Model" ให้ลูกค้าลองเสื้อผ้าผ่านรูปถ่ายของตนเอง หรือ Amazon Fashion ที่ร่วมมือกับ Snap เพื่อให้ผู้ใช้ลองแว่นตาผ่านฟิลเตอร์ AR

คำถามที่พบบ่อย

Levi’s จะเลิกจ้างนางแบบที่เป็นมนุษย์หรือไม่?

ทางแบรนด์ยืนยันว่าไม่มีแผนที่จะลดการจ้างงานนางแบบจริงหรือลดจำนวนการถ่ายภาพแบบ Live Photoshoot โดย AI จะถูกนำมาใช้เพื่อเสริมการนำเสนอสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้นเท่านั้น

เทคโนโลยีของ Lalaland.ai ช่วยอะไรได้บ้าง?

ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างภาพสินค้าบนรูปร่างที่แตกต่างกันได้จำนวนมากและรวดเร็วกว่าการถ่ายภาพแบบดั้งเดิม ซึ่งปกติจะจำกัดจำนวนนางแบบต่อสินค้าหนึ่งชิ้น

การใช้ AI ส่งผลต่อเป้าหมายด้านความหลากหลาย (DEI) อย่างไร?

Levi’s ชี้แจงว่าการใช้ AI เป็นเพียงการปรับปรุงประสบการณ์ผู้บริโภค และไม่ควรนำไปปะปนกับความมุ่งมั่นในการสร้างความหลากหลายและความเท่าเทียมในองค์กร ซึ่งต้องอาศัยการลงมือทำในด้านอื่นที่จริงจังกว่า

ความแตกต่างระหว่างการใช้ AI ของ Levi’s กับ AR ของ Walmart คืออะไร?

Levi’s ใช้ AI สร้างนางแบบจำลองที่มีรูปร่างหลากหลายเพื่อให้ลูกค้าเลือกดู ส่วน Walmart ใช้ AR เพื่อให้ลูกค้าสามารถจำลองการสวมใส่เสื้อผ้าบนรูปร่างของตนเองได้โดยตรง