ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยุคทรัมป์ จุดจบของสินค้าราคาถูกจากจีน

สายช้อปปิ้งออนไลน์ที่สั่งสินค้าโดยตรงจากจีนและฮ่องกงเตรียมรับแรงกระแทกครั้งใหญ่ เมื่อแผนการจัดเก็บภาษีนำเข้าฉบับใหม่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะทำให้พัสดุราคาประหยัดที่คุณเคยสั่งซื้อมีราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการยกเลิกกฎ de minimis exemption หรือ ข้อยกเว้นภาษีสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำ ซึ่งเดิมทีอนุญาตให้พัสดุที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถนำเข้าสู่สหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร กฎนี้เป็นกลไกหลักที่ทำให้ผู้บริโภคและผู้ค้าปลีกสามารถเข้าถึงสินค้าราคาถูกได้ โดยในปี 2024 มีพัสดุที่ใช้สิทธิ์ยกเว้นนี้สูงถึง 1.4 พันล้านชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ส่งมาจากประเทศจีน

รายละเอียดการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่

ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมเป็นต้นไป พัสดุมูลค่าต่ำจากจีนและฮ่องกงจะถูกจัดเก็บภาษีตามโครงสร้างใหม่ ดังนี้:

  • พัสดุที่ส่งผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ระหว่างประเทศ (เช่น USPS): หากมีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 90% ของมูลค่าสินค้า หรือ 75 ดอลลาร์ต่อชิ้น แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
  • พัสดุที่ส่งผ่านบริการขนส่งเอกชน (เช่น DHL): จะต้องชำระภาษีนำเข้าเต็มจำนวนตามประเภทสินค้า ซึ่งรวมถึงภาษีพื้นฐานสำหรับสินค้าจีนที่ทรัมป์ประกาศใช้ก่อนหน้านี้ และภาษีเฉพาะรายสินค้าที่อาจสูงกว่า 10% หรือ 20%

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมอย่าง Temu, Shein และ Amazon Haul ซึ่งใช้โมเดลธุรกิจส่งสินค้าล็อตเล็กจากโรงงานถึงมือผู้บริโภคโดยตรงเพื่อเลี่ยงภาษี เมื่อสิทธิพิเศษนี้หายไป ต้นทุนจะถูกผลักมายังผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการบวกเพิ่มในราคาสินค้า หรือการที่ผู้ซื้อต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเพื่อให้บริษัทขนส่งปล่อยสินค้า

สรุปการเปลี่ยนแปลงภาษีนำเข้าพัสดุมูลค่าต่ำ (ต่ำกว่า $800) จากจีน/ฮ่องกง
ช่องทางการขนส่ง เกณฑ์เดิม (De Minimis) เกณฑ์ใหม่ (หลัง 2 พ.ค.)
ไปรษณีย์ระหว่างประเทศ (USPS) ยกเว้นภาษี 90% ของมูลค่าสินค้า หรือ $75 ต่อชิ้น
ขนส่งเอกชน (เช่น DHL) ยกเว้นภาษี ภาษีพื้นฐาน + ภาษีเฉพาะรายสินค้า (อาจ > 10-20%)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผลบังคับใช้: คำสั่งบริหารของทรัมป์มีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม
  • ปริมาณสินค้า: มีพัสดุใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีสูงถึง 1.4 พันล้านชิ้นในปี 2024
  • เป้าหมายแฝง: รัฐบาลระบุว่าการยกเลิกข้อยกเว้นนี้เพื่อช่วยสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดกลุ่มโอปิออยด์สังเคราะห์
  • ต้นทุนการจัดการ: การตรวจสอบพัสดุเหล่านี้อาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี

ความท้าทายด้านการปฏิบัติงาน

การยกเลิกกฎนี้สร้างความโกลาหลในระบบขนส่งอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไป จนทำให้ USPS เคยประกาศระงับการส่งสินค้าจากจีนและฮ่องกงชั่วคราว รวมถึง DHL ที่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการรับส่งสินค้าหลายครั้งในช่วงเดือนเมษายน

นอกจากนี้ ยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับความสามารถของ Customs and Border Protection (CBP) หรือ หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ในการจัดการกับพัสดุจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน โดยเฉพาะหากต้องมีการเรียกตรวจเอกสารอย่างเป็นทางการ (Formal Entry) ซึ่งจะทำให้กระบวนการล่าช้าและซับซ้อนยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

กฎ De Minimis คืออะไร?

คือข้อยกเว้นทางภาษีที่อนุญาตให้สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำ (ในกรณีของสหรัฐฯ คือไม่เกิน 800 ดอลลาร์) สามารถเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าและไม่ต้องผ่านพิธีการศุลกากรที่ยุ่งยาก

ใครได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้บ้าง?

ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ที่สั่งสินค้าจากจีนและฮ่องกงผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Temu, Shein และผู้ค้าปลีกที่ส่งสินค้าโดยตรงจากจีน รวมถึงบริษัทขนส่งที่ต้องรับภาระในการจัดเก็บภาษี

ทำไมรัฐบาลสหรัฐฯ ถึงยกเลิกข้อยกเว้นนี้?

นอกเหนือจากเหตุผลด้านรายได้ภาษีและการปกป้องการค้า รัฐบาลทรัมป์ระบุว่าต้องการใช้มาตรการนี้เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพัสดุ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติดสังเคราะห์

ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์จะต้องจ่ายเงินเพิ่มอย่างไร?

อาจเกิดขึ้นได้สองรูปแบบ คือ ราคาสินค้าในแอปพลิเคชันปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากผู้ขายรวมภาษีเข้าไปในราคาขาย หรือผู้ซื้อต้องชำระค่าธรรมเนียมภาษีเพิ่มเติมให้กับบริษัทขนส่งก่อนที่จะได้รับพัสดุ

การขนส่งผ่าน DHL และ USPS ต่างกันอย่างไรในกฎใหม่นี้?

พัสดุผ่าน USPS จะถูกคิดค่าธรรมเนียมแบบคงที่หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก (90%) ในขณะที่พัสดุผ่าน DHL จะถูกคิดภาษีตามประเภทสินค้าจริง ซึ่งอาจรวมถึงภาษีนำเข้าพื้นฐานและภาษีเฉพาะทาง