Jumia เผยผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตเล็กน้อยแต่ยังเผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่อง

Jumia ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซในทวีปแอฟริกา ได้เปิดเผยรายงานทางการเงินประจำไตรมาสที่ 2 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่ผสมผสานระหว่างรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการใช้จ่ายที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ ยังคงอยู่ในสภาวะขาดทุน อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นกลับตอบรับในเชิงบวก โดยราคาหุ้นของ Jumia ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.38% ไปอยู่ที่ 21.99 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าบริษัท (Market Cap) รวม 2.168 พันล้านดอลลาร์

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการเปลี่ยนสกุลเงินที่ใช้ในการรายงานทางการเงิน จากเดิมที่ใช้สกุลเงินยูโร เปลี่ยนมาเป็น ดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เนื่องจากบริษัทมีเงินสดเพิ่มขึ้นจากการระดมทุนในส่วนของเจ้าของ (Equity Fundraising) ทั้งนี้ เพื่อให้การเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังเป็นไปอย่างถูกต้อง Jumia จึงได้ปรับตัวเลขของไตรมาสก่อนหน้าให้เป็นสกุลเงินดอลลาร์ทั้งหมด

วิเคราะห์รายได้และผลกำไร: การเติบโตที่สวนทางกับความคาดหวัง

ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 Jumia ทำรายได้รวมได้ 40.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าตัวเลขนี้จะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์จาก Wall Street คาดการณ์ไว้ที่ 43.34 ล้านดอลลาร์ แต่ในด้านการขาดทุนต่อหุ้นนั้น Jumia ทำได้ดีกว่าที่คาด โดยขาดทุนเพียง 0.41 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งน้อยกว่าที่นักลงทุนประเมินไว้ที่ 0.43 ดอลลาร์ และปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนถึง 0.61 ดอลลาร์ต่อหุ้น

หากพิจารณาโครงสร้างรายได้ พบว่ารายได้จากการขายสินค้าโดยตรง (First-party sales) เติบโตขึ้น 7% ขณะที่รายได้จากส่วนของ Marketplace หรือการเป็นตัวกลางให้ผู้ขายรายอื่นนำสินค้ามาวางขาย เติบโตเพียงเล็กน้อยที่ 0.6% คิดเป็นมูลค่า 26.2 ล้านดอลลาร์ การปรับเปลี่ยนสัดส่วนรายได้นี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) เพิ่มขึ้น 4% เป็น 26.8 ล้านดอลลาร์ และเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้า (Fulfillment expense) แล้ว กำไรส่วนนี้ขยายตัวถึง 16.3% อยู่ที่ 7.7 ล้านดอลลาร์

สรุปตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของ Jumia (ไตรมาส 2)
ตัวชี้วัด มูลค่า/จำนวน การเปลี่ยนแปลง (YoY)
รายได้รวม (Revenue) 40.2 ล้านดอลลาร์ +4.6%
กำไรขั้นต้น (Gross Profit) 26.8 ล้านดอลลาร์ +4%
การขาดทุนจากการดำเนินงาน (Operating Loss) 51.6 ล้านดอลลาร์ +24.7%
จำนวนลูกค้าที่ใช้งาน (Active Customers) 7 ล้านราย +3.3%
ยอดขายสินค้ารวม (GMV) 223.5 ล้านดอลลาร์ -11%

ความท้าทายด้านค่าใช้จ่ายและภาวะขาดทุน

แม้ว่าในช่วงต้นปี 2021 ผลขาดทุนจะลดลง แต่ในไตรมาสนี้ Jumia กลับมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 51.6 ล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 24.7%) และค่า Adjusted EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ที่ปรับปรุงแล้ว) ติดลบ 41.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแย่ลง 15.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

สาเหตุหลักมาจากงบประมาณด้านการตลาดและการโฆษณาที่พุ่งสูงขึ้นถึง 115% โดยใช้เงินไปถึง 17.1 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ใช้เพียง 7.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Jumia กลับมาใช้กลยุทธ์การโฆษณาเชิงรุกอีกครั้งหลังจากที่ชะลอตัวลงในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ประสิทธิภาพการดำเนินงานและ JumiaPay

ในด้านตัวเลขผู้ใช้งาน Jumia มีลูกค้าที่ใช้งานอยู่ 7 ล้านราย (เพิ่มขึ้น 3.3%) และมียอดสั่งซื้อ 7.6 ล้านรายการ (เพิ่มขึ้น 12.8%) อย่างไรก็ตาม GMV (Gross Merchandise Volume) หรือมูลค่ารวมของสินค้าที่ขายได้ผ่านแพลตฟอร์ม กลับลดลง 11% เหลือ 223.5 ล้านดอลลาร์

การลดลงของ GMV ส่งผลกระทบต่อ TPV (Total Payment Volume) หรือมูลค่าการชำระเงินรวมของ JumiaPay ซึ่งลดลง 4% เหลือ 56.6 ล้านดอลลาร์ แต่ในแง่ของการใช้งาน JumiaPay กลับมีความน่าสนใจ โดยมีสัดส่วนการชำระเงินผ่านแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นเป็น 23.5% ของ GMV และจำนวนธุรกรรมเติบโตขึ้น 12.1% เป็น 2.7 ล้านรายการ ซึ่งเป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 4 ไตรมาส โดยได้รับแรงหนุนหลักจากบริการส่งอาหาร (Food Delivery)

แม้ราคาหุ้นของ Jumia จะเคยพุ่งสูงถึง 65 ดอลลาร์ในช่วงเดือนตุลาคม 2020 ถึงกุมภาพันธ์ 2021 (เพิ่มขึ้นกว่า 700%) ตามกระแสหุ้นอีคอมเมิร์ซทั่วโลก แต่ปัจจุบันราคาได้ปรับตัวลดลงกว่า 60% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีเงินสดสำรองสูงถึง 637.7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการดำเนินงานเพื่อสร้างการเติบโตและผลกำไรในระยะยาว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การเปลี่ยนสกุลเงิน: เปลี่ยนจากยูโรเป็นดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับเงินสดจากการระดมทุน
  • รายได้: เติบโต 4.6% เป็น 40.2 ล้านดอลลาร์ แต่ยังต่ำกว่าที่ Wall Street คาดการณ์
  • งบการตลาด: ค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณากระโดดเพิ่มขึ้น 115% เพื่อรุกตลาดอีกครั้ง
  • JumiaPay: จำนวนธุรกรรมเติบโตสูงสุดในรอบปี โดยได้อานิสงส์จากหมวดอาหาร
  • สถานะการเงิน: มีเงินสดสำรอง 637.7 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Jumia ถึงเปลี่ยนสกุลเงินในการรายงานผลประกอบการ?

บริษัทเปลี่ยนจากสกุลเงินยูโรมาเป็นดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของยอดเงินสดจากการระดมทุนในส่วนของเจ้าของ (Equity Fundraising) ซึ่งทำให้การใช้ดอลลาร์มีความเหมาะสมมากกว่าในปัจจุบัน

ผลประกอบการไตรมาส 2 ของ Jumia ถือว่าดีหรือไม่?

มีทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่น่ากังวล โดยรายได้และกำไรขั้นต้นมีการเติบโต และขาดทุนต่อหุ้นน้อยกว่าที่คาด แต่ในขณะเดียวกัน การขาดทุนจากการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

GMV คืออะไร และส่งผลอย่างไรต่อ Jumia?

GMV หรือ Gross Merchandise Volume คือมูลค่ารวมของสินค้าที่ขายได้ผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งในไตรมาสนี้ลดลง 11% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าการชำระเงินรวม (TPV) ของ JumiaPay ที่ลดลงตามไปด้วย

แนวโน้มในอนาคตของ Jumia เป็นอย่างไร?

แม้จะยังไม่เห็นกำไรในระยะสั้นและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่บริษัทเน้นย้ำถึงการลงทุนระยะยาว และยังมีเงินสดสำรองจำนวนมาก ซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนยังคงเชื่อมั่นและส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นหลังประกาศผลประกอบการ