Jumia เผยผลประกอบการ Q3 2023 ขาดทุนต่ำสุดนับตั้งแต่ IPO พร้อมการเติบโตของสินค้ากายภาพใน 5 ประเทศ

Jumia ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซในแอฟริกากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการ โดยรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2023 ที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการลดการขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นระดับการขาดทุนที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เมื่อปี 2019 โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืนมากขึ้น

ในไตรมาสนี้ Jumia รายงานผลขาดทุน EBITDA ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EBITDA ซึ่งเป็นตัวชี้วัดกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) อยู่ที่ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 27 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 1 และ 19.3 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 ของปีเดียวกัน นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2022 พบว่าการขาดทุนลดลงถึง 67% หรือลดลง 70% หากคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่

กลยุทธ์การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและเติบโต

ตัวเลขผู้ใช้งานและจำนวนคำสั่งซื้อที่ลดลงในไตรมาสนี้ ไม่ได้เกิดจากความล้มเหลว แต่เป็น กลยุทธ์การปรับโครงสร้าง (Strategic Streamlining) ที่บริษัทเริ่มดำเนินการตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2022 โดย Jumia เลือกที่จะตัดบริการที่ไม่ทำกำไรออก เช่น การขายสินค้าอุปโภคบริโภคแบบ First-party (การที่แพลตฟอร์มซื้อสินค้ามาสต็อกเอง), บริการโลจิสติกส์สำหรับบุคคลภายนอก และบริการส่งอาหารในบางตลาดที่ไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

นอกจากปัจจัยภายในแล้ว สภาพเศรษฐกิจมหภาคยังส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 13.5% ในพื้นที่ที่ Jumia ดำเนินธุรกิจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในประเทศไนจีเรีย อียิปต์ และกานา ที่เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและการอ่อนค่าของสกุลเงิน

ปัจจัยด้านฤดูกาลและพฤติกรรมผู้บริโภค

การลดลงของผู้ใช้งานประมาณ 100,000 ราย จากไตรมาสที่ 2 สู่ไตรมาสที่ 3 ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยด้านฤดูกาล เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวและเป็นช่วงที่ครอบครัวต้องใช้จ่ายไปกับการเปิดเทอม ทำให้งบประมาณในการซื้อสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ และแฟชั่นลดลง ประกอบกับในไตรมาสนี้บริษัทไม่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายขนาดใหญ่เหมือนไตรมาสก่อนหน้า

สัญญาณบวก: การเติบโตของสินค้ากายภาพใน 5 ประเทศ

แม้จำนวนผู้ใช้จะลดลง แต่ GMV (Gross Merchandise Value) หรือยอดขายสินค้ารวมของกลุ่มสินค้ากายภาพ (Physical Goods) กลับเติบโตขึ้นใน 5 ประเทศ ซึ่งรวมถึงกานา ยูกันดา และเซเนกัล โดยกลุ่มประเทศเหล่านี้สร้างรายได้รวมกันถึง 49% ของ GMV สินค้ากายภาพทั้งหมดของบริษัท

Francis Dufay ซีอีโอของ Jumia ระบุว่าการเติบโตนี้เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทใช้บประมาณด้านการตลาดน้อยลงกว่าเดิมถึง 3 เท่า และมีการขาดทุนที่ลดลง ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่ากลยุทธ์การเน้นประสิทธิภาพการดำเนินงานกำลังได้ผล โดยบริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value) ผ่านการคัดสรรแบรนด์และสินค้าที่มีคุณภาพในหมวดหมู่หลัก เช่น แฟชั่น ความงาม และเครื่องใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ Jumia ยังได้จับมือกับ Starlink เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายชุดอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตดาวเทียมสำหรับที่พักอาศัยในไนจีเรีย และมีแผนจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในแอฟริกา เพื่อยกระดับการเป็นผู้จัดจำหน่ายแบรนด์ระดับโลกในภูมิภาค

ความสำเร็จของ JumiaPay และการบริหารการเงิน

ในด้านการชำระเงิน JumiaPay แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และที่น่าสนใจคือ 44.7% ของคำสั่งซื้อทั้งหมดบนแพลตฟอร์มในไตรมาสที่ 3 ถูกชำระผ่าน JumiaPay เพิ่มขึ้นจาก 31.9% ในปี 2022

สำหรับการบริหารค่าใช้จ่าย บริษัทสามารถลดงบประมาณด้านการขายและการโฆษณาลงได้ถึง 74% เหลือเพียง 4.3 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานลดลง 57% เหลือ 19 ล้านดอลลาร์

Tage Kene-Okafor
สรุปผลประกอบการและตัวเลขสำคัญของ Jumia (Q3 2023)
ตัวชี้วัด มูลค่า/สถานะ การเปลี่ยนแปลง (YoY)
ขาดทุน Adjusted EBITDA 15 ล้านดอลลาร์ ลดลง 67%
รายได้ (Revenue) 45 ล้านดอลลาร์ ลดลง 11% (เพิ่มขึ้น 19% แบบ Constant Currency)
GMV รวม 181 ล้านดอลลาร์ ลดลง 25% (เพิ่มขึ้น 3% แบบ Constant Currency)
จำนวนคำสั่งซื้อ 7.2 ล้านรายการ ลดลง 23%
สัดส่วนการใช้ JumiaPay 44.7% ของคำสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นจาก 31.9%
งบการตลาดและโฆษณา 4.3 ล้านดอลลาร์ ลดลง 74%

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การขาดทุนต่ำสุด: ขาดทุน EBITDA ปรับปรุงแล้วต่ำที่สุดนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นในปี 2019
  • การปรับพอร์ตสินค้า: ยกเลิกบริการส่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคบางส่วนเพื่อลดการขาดทุน
  • การเติบโตเฉพาะจุด: GMV สินค้ากายภาพเติบโตใน 5 ประเทศ ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของธุรกิจหลัก
  • พันธมิตรใหม่: ร่วมมือกับ Starlink เพื่อจำหน่ายอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตในไนจีเรียและแอฟริกา
  • เป้าหมายปี 2023: ปรับลดคาดการณ์ขาดทุน EBITDA ลงเหลือ 80-90 ล้านดอลลาร์ (จากเดิม 100-120 ล้านดอลลาร์)

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมจำนวนลูกค้าและคำสั่งซื้อของ Jumia ถึงลดลง?

เกิดจากสองปัจจัยหลัก คือ 1. กลยุทธ์ของบริษัทที่ตั้งใจตัดบริการที่ไม่ทำกำไรออกเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ และ 2. ปัจจัยภายนอกอย่างเงินเฟ้อรุนแรงในแอฟริกาที่ลดกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงปัจจัยด้านฤดูกาลในช่วงเปิดเทอม

GMV คืออะไร และทำไมถึงสำคัญต่อ Jumia?

GMV หรือ Gross Merchandise Value คือมูลค่ารวมของสินค้าที่ขายได้ผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ขนาดของธุรกิจและการเติบโต การที่ GMV ของสินค้ากายภาพเติบโตใน 5 ประเทศแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การคัดเลือกสินค้าของ Jumia เริ่มเห็นผล

JumiaPay มีบทบาทอย่างไรในระบบนิเวศของ Jumia?

JumiaPay เป็นระบบชำระเงินที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการใช้งานสูงถึง 44.7% ของคำสั่งซื้อทั้งหมด สะท้อนถึงการยอมรับในบริการทางการเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น

การร่วมมือกับ Starlink จะส่งผลอย่างไรต่อธุรกิจ?

การเป็นตัวแทนจำหน่าย Starlink จะช่วยให้ Jumia ขยายพอร์ตสินค้าให้มีความหลากหลายและทันสมัยมากขึ้น และตอกย้ำเป้าหมายในการเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักสำหรับแบรนด์ระดับโลกที่ต้องการเข้าสู่ตลาดแอฟริกา

แนวโน้มทางการเงินของ Jumia ในปี 2023 เป็นอย่างไร?

มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยบริษัทได้ปรับลดเป้าหมายการขาดทุนลงเหลือ 80-90 ล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงกว่า 57-61% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้นและสะท้อนผ่านราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น