Jabra ปรับโฉมไลน์อัปหูฟัง True Wireless ส่ง 3 รุ่นใหม่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
Jabra ประกาศยกเครื่องผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายแบบ True Wireless (หูฟังที่ไม่มีสายเชื่อมต่อระหว่างข้าง) ครั้งใหญ่ โดยการเปิดตัวหูฟัง 3 รุ่นใหม่ ได้แก่ Elite 7 Pro, Elite 7 Active และ Elite 3 ซึ่งเป็นการนำประสบการณ์และบทเรียนจากการพัฒนาหูฟังมาถึง 6 รุ่น มาปรับใช้เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยการมาถึงของรุ่นใหม่นี้จะทำให้รุ่น Elite 65t และ 75t ทยอยหมดไปภายในสิ้นปีนี้ ในขณะที่ Elite 85t จะยังคงวางจำหน่ายต่อไป
เจาะลึก 3 รุ่นใหม่: เลือกที่ใช่ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์
1. Elite 7 Pro: ที่สุดของการสนทนาที่คมชัด
สำหรับผู้ที่เน้นการใช้โทรศัพท์เป็นหลัก Elite 7 Pro (ราคา 199 ดอลลาร์) คือคำตอบ ด้วยเทคโนโลยี MultiSensor Voice ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเซนเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูก (Bone Conduction Sensor), ไมโครโฟน 4 ตัว และอัลกอริทึมพิเศษ เพื่อให้เสียงสนทนาชัดเจนที่สุดแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน
นอกจากนี้ยังมีระบบ Active Noise Cancellation (ANC) หรือระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟที่ช่วยให้คุณจดจ่อกับเสียงเพลงได้มากขึ้น โดยตัวหูฟังถูกออกแบบใหม่จากการวิเคราะห์สแกนใบหูถึง 62,000 รูปแบบ ทำให้มีขนาดเล็กลงกว่ารุ่น Elite 75t ถึง 16% และโดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 9 ชั่วโมงแม้จะเปิดโหมด ANC
2. Elite 7 Active: คู่หูสายสปอร์ตและกิจกรรมลุยๆ
Elite 7 Active (ราคา 179 ดอลลาร์) ถูกออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวที่รุนแรงโดยเฉพาะ จุดเด่นอยู่ที่การเคลือบผิวแบบ ShakeGrip ซึ่งช่วยให้หูฟังยึดเกาะกับใบหูได้อย่างแน่นหนา ไม่หลุดง่ายขณะวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆ ในด้านคุณภาพเสียงนั้นให้มาตรฐานเดียวกับรุ่น Pro แต่จะไม่มีเทคโนโลยี MultiSensor Voice สำหรับการโทร

3. Elite 3: คุณภาพคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่าย
สำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่า Elite 3 (ราคา 79 ดอลลาร์) เป็นหูฟังรุ่นที่ราคาประหยัดที่สุดของ Jabra มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 6 มม. และไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมรองรับ Qualcomm aptX HD ซึ่งช่วยให้การส่งสัญญาณเสียงคุณภาพสูงทำได้ดีเกินราคา
แม้จะไม่มีระบบ ANC แต่ตัวหูฟังถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการแยกเสียงรบกวน (Noise Isolation) ที่ยอดเยี่ยมจนสามารถใส่โหมด Transparency (โหมดรับเสียงภายนอก) มาให้ได้ โดยใช้งานได้นาน 7 ชั่วโมง และรวมเคสชาร์จจะใช้งานได้รวม 28 ชั่วโมง มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ม่วง, เบจ, เทาเข้ม และน้ำเงินเข้ม

ตารางสรุปคุณสมบัติหูฟัง Jabra รุ่นใหม่
| คุณสมบัติ | Elite 7 Pro | Elite 7 Active | Elite 3 |
|---|---|---|---|
| ราคา (USD) | 199 | 179 | 79 |
| จุดเด่นหลัก | การโทรคมชัด (MultiSensor Voice) | ยึดเกาะแน่น (ShakeGrip) | ราคาประหยัด / ดีไซน์เดนมาร์ก |
| การตัดเสียงรบกวน | Active Noise Cancellation (ANC) | Active Noise Cancellation (ANC) | Noise Isolation (Passive) |
| Multipoint Bluetooth | รองรับ (อัปเดต Firmware ต.ค.) | รองรับ | ไม่รองรับ |
| อายุการใช้งานแบตเตอรี่ | 9 ชม. (เปิด ANC) | - | 7 ชม. (รวมเคส 28 ชม.) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การออกแบบ: ทุกรุ่นมีดีไซน์ที่ดูทันสมัยขึ้น ลดความรู้สึกแบบอุปกรณ์อุตสาหกรรม และซ่อนรูไมโครโฟนได้แนบเนียนกว่าเดิม
- Multipoint Bluetooth: ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกัน ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Jabra โดยจะมีในรุ่น Elite 7 Pro และ 7 Active เท่านั้น
- กำหนดการวางจำหน่าย: Elite 3 เริ่มจำหน่าย 1 กันยายน ส่วน Elite 7 Pro และ 7 Active จะตามมาในวันที่ 1 ตุลาคม

คำถามที่พบบ่อย
Elite 7 Pro และ Elite 7 Active ต่างกันอย่างไร?
Elite 7 Pro เน้นความชัดเจนในการสนทนาด้วยระบบ MultiSensor Voice ในขณะที่ Elite 7 Active เน้นความกระชับในการสวมใส่ด้วยการเคลือบ ShakeGrip เพื่อการออกกำลังกาย
Multipoint Bluetooth คืออะไรและรุ่นไหนใช้ได้บ้าง?
คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้หูฟังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สองเครื่องได้พร้อมกัน เช่น เชื่อมต่อทั้งแล็ปท็อปและสมาร์ทโฟน โดยฟีเจอร์นี้มีใน Elite 7 Pro และ Elite 7 Active
Elite 3 มีระบบตัดเสียงรบกวนหรือไม่?
Elite 3 ไม่มีระบบ Active Noise Cancellation (ANC) แต่ใช้การออกแบบโครงสร้างเพื่อแยกเสียงรบกวนจากภายนอก (Noise Isolation) แทน
ทำไม Elite 7 Pro ถึงยังใช้ Multipoint ไม่ได้ทันทีที่วางขาย?
ทาง Jabra ระบุว่าต้องใช้เวลาปรับปรุงเพื่อให้ฟีเจอร์นี้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ในรูปทรงใหม่ โดยจะปล่อยอัปเดตผ่าน Firmware ในช่วงปลายเดือนตุลาคม
หูฟังรุ่นใดที่มีขนาดเล็กที่สุด?
Elite 7 Pro มีขนาดเล็กลงกว่ารุ่น Elite 75t เดิมถึง 16% ซึ่งเป็นผลมาจากการศึกษาข้อมูลสแกนใบหูจำนวนมาก



