Sennheiser Momentum True Wireless 2 รีวิวหูฟังพรีเมียม เสียงระดับเทพที่มาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน
หลังจากที่ Sennheiser ได้เปิดตัวหูฟัง True Wireless รุ่นแรกในปี 2019 แม้จะได้รับคำชมเรื่องคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีจุดบกพร่องด้านการใช้งานที่สร้างความหงุดหงิดให้ผู้ใช้ไม่น้อย ล่าสุดทางแบรนด์ได้ส่ง Sennheiser Momentum True Wireless 2 (MTW2) ลงสู่ตลาดในราคา 299.95 ดอลลาร์ โดยการกลับมาครั้งนี้มีการอัปเกรดครั้งสำคัญ ทั้งการเพิ่มระบบตัดเสียงรบกวน และการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานยิ่งขึ้น
ดีไซน์และการออกแบบที่ปรับปรุงให้ลงตัว
ในด้านรูปลักษณ์ MTW2 ยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้เกือบทั้งหมด แต่มีการปรับขนาดให้เล็กลงกว่ารุ่นแรกประมาณ 2 มิลลิเมตร ซึ่งแม้จะดูน้อยแต่สัมผัสได้ชัดเจนทั้งในด้านความลึกและเส้นผ่านศูนย์กลาง แม้จะยังมีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งอย่าง Jabra Elite 75t หรือ Samsung Galaxy Buds+ แต่ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ตัวหูฟังยังคงใช้แผ่นสัมผัสโลหะที่มีพื้นผิวเป็นเอกลักษณ์พร้อมโลโก้แบรนด์ ส่วนจุดที่เปลี่ยนไปคือไมโครโฟนที่เปลี่ยนจากจุดเดี่ยวเป็นรูปแบบสี่เหลี่ยม 6 รู สำหรับเคสชาร์จยังคงรูปทรงเดิม แต่มีการปรับโทนสีผ้าให้เข้มขึ้นและเปลี่ยนโลโก้ด้านบนเป็นสีขาว

การควบคุมที่แม่นยำและแอปพลิเคชันอัจฉริยะ
ปัญหาเรื่องการสั่งงานที่ตอบสนองไม่ดีในรุ่นแรกถูกแก้ไขแล้วใน MTW2 โดยมีการเพิ่ม Audio Feedback หรือเสียงสัญญาณแจ้งเตือนที่มีระดับเสียงสูงขึ้นตามจำนวนครั้งที่แตะ ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าคำสั่งถูกส่งไปแล้ว ไม่ต้องเดาว่าเพลงเปลี่ยนหรือเผลอเรียก Siri หรือไม่
ระบบการสั่งงานพื้นฐาน
- หูฟังข้างซ้าย: แตะ 1 ครั้ง (เล่น/หยุด), แตะ 2 ครั้ง (เพลงถัดไป), แตะ 3 ครั้ง (เพลงก่อนหน้า)
- หูฟังข้างขวา: แตะ 1 ครั้ง (เรียกผู้ช่วยเสียง), แตะ 2 ครั้ง (เปิดโหมด Transparent Hearing), แตะ 3 ครั้ง (เปิดระบบ ANC)
- การปรับระดับเสียง: กดค้างที่ข้างขวาเพื่อเพิ่มเสียง และข้างซ้ายเพื่อลดเสียง
นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถปรับแต่งคำสั่งเหล่านี้ได้ทั้งหมดผ่านแอป Smart Control ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับปรับแต่งค่าต่างๆ ของหูฟัง รวมถึงการปรับ EQ (Equalizer) เพื่อให้ได้โทนเสียงที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากซอฟต์แวร์ยังอยู่ในช่วง Beta อาจพบข้อผิดพลาดบางประการ เช่น ปุ่มรีเซ็ตค่าเริ่มต้นที่ยังทำงานไม่สมบูรณ์

คุณภาพเสียงระดับสตูดิโอและระบบตัดเสียงรบกวน
จุดแข็งที่สุดของ Sennheiser คือคุณภาพเสียง ซึ่งในรุ่น MTW2 ยังคงรักษามาตรฐานความยอดเยี่ยมไว้ได้ โทนเสียงมีความอุ่น นุ่มนวล และถ่ายทอดรายละเอียดของเครื่องดนตรีได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเสียงดีดกีตาร์โปร่งที่ชัดเจน หรือความลึกของเสียงสังเคราะห์ (Synth) และกลอง โดยที่ผู้ใช้แทบไม่ต้องปรับ EQ เพิ่มเติมก็สามารถเพลิดเพลินกับเสียงที่สมดุลได้ทันที
ในส่วนของ Active Noise Cancellation (ANC) หรือระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ ทำหน้าที่ได้ดีในการลดเสียงรบกวนรอบข้างให้เบาลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการใส่หูฟังแบบปกติ และยังมีโหมด Transparent Hearing (โหมดรับเสียงภายนอก) ที่ทำออกมาได้เป็นธรรมชาติมาก ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่หูฟังอยู่ ทำให้สามารถสนทนากับคนรอบข้างได้โดยไม่ต้องตะโกน

ประสิทธิภาพแบตเตอรี่และการใช้งานจริง
Sennheiser ได้อัปเกรดแบตเตอรี่ของตัวหูฟังจาก 4 ชั่วโมงในรุ่นแรก เพิ่มขึ้นเป็น 7 ชั่วโมง จากการทดสอบจริงที่ระดับความดัง 80% และเปิด ANC ตลอดเวลา พบว่าใช้งานได้จริงประมาณ 6 ชั่วโมงกว่าๆ นอกจากนี้ยังมีระบบ Quick-charge ที่ชาร์จเพียง 10 นาที แต่สามารถใช้งานต่อได้นานกว่า 1 ชั่วโมง
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ราคาเปิดตัว | 299.95 ดอลลาร์ |
| ระยะเวลาแบตเตอรี่ (หูฟัง) | สูงสุด 7 ชั่วโมง (ใช้งานจริงประมาณ 6 ชม. เมื่อเปิด ANC) |
| ระบบตัดเสียงรบกวน | Active Noise Cancellation (ANC) |
| โหมดรับเสียงภายนอก | Transparent Hearing |
| การชาร์จด่วน | ชาร์จ 10 นาที ใช้งานได้มากกว่า 1 ชั่วโมง |
| การปรับแต่ง | รองรับผ่านแอป Smart Control (Beta) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เสียงคุณภาพสูง: ให้โทนเสียงที่อุ่นและรายละเอียดชัดเจนตามมาตรฐาน Sennheiser
- การควบคุมดีขึ้น: มีเสียงสัญญาณตอบรับการแตะ ลดความสับสนในการสั่งงาน
- ANC และ Transparent: ตัดเสียงรบกวนได้ดีและโหมดรับเสียงภายนอกมีความเป็นธรรมชาติสูง
- แบตเตอรี่ก้าวกระโดด: เพิ่มเวลาใช้งานเกือบเท่าตัวจากรุ่นแรก
- ราคาพรีเมียม: วางตำแหน่งสินค้าในกลุ่ม High-end ซึ่งมีคู่แข่งที่ฟีเจอร์ใกล้เคียงกันในราคาที่ถูกกว่า
คำถามที่พบบ่อย
Sennheiser Momentum True Wireless 2 ต่างจากรุ่นแรกอย่างไร?
รุ่นที่ 2 มีขนาดเล็กลงเล็กน้อย เพิ่มระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ปรับปรุงการตอบสนองของปุ่มสัมผัสให้แม่นยำขึ้น และยืดอายุแบตเตอรี่จาก 4 ชั่วโมง เป็น 7 ชั่วโมง
ระบบ ANC ของรุ่นนี้ทำงานได้ดีแค่ไหน?
สามารถลดเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะไม่สามารถตัดเสียงได้ทั้งหมด 100% แต่ก็ให้ความเงียบที่มากกว่าการใช้หูฟังแบบ Passive ทั่วไปอย่างชัดเจน
สามารถปรับแต่งปุ่มกดได้เองหรือไม่?
ได้ โดยสามารถทำผ่านแอป Smart Control ซึ่งผู้ใช้สามารถเปลี่ยนคำสั่งการแตะ 1, 2, 3 ครั้ง รวมถึงการกดค้างได้ตามความถนัด
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานเท่าไหร่ในการใช้งานจริง?
หากเปิด ANC และใช้ระดับเสียง 80% จะใช้งานได้ประมาณ 6 ชั่วโมงกว่าๆ และมีระบบชาร์จเร็วที่ช่วยให้กลับมาใช้งานได้รวดเร็ว
คุ้มค่าหรือไม่เมื่อเทียบกับคู่แข่งในราคาใกล้เคียงกัน?
หากคุณให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงระดับสูงสุด MTW2 คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม แต่หากมองหาความคุ้มค่าด้านราคาและฟีเจอร์ คู่แข่งอย่าง Sony WF-1000XM3 อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่าในราคาที่ย่อมเยากว่า



