iPhone กับความท้าทายในการย้ายฐานการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ ท่ามกลางนโยบายภาษีของทรัมป์

ในขณะที่กำหนดการบังคับใช้มาตรการ ภาษีนำเข้า (Tariffs) หรือภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังใกล้เข้ามา ทำเนียบขาวได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีระดับโลกอย่าง iPhone ของบริษัท Apple สามารถย้ายฐานการผลิตกลับมายังสหรัฐอเมริกาได้อย่างเป็นรูปธรรม

Karoline Leavitt โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่าการที่ Apple ประกาศแผนลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ เป็นเครื่องยืนยันว่าบริษัทมีความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตภายในประเทศ เช่นเดียวกับ Howard Lutnick รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มองว่ามาตรการภาษีจะผลักดันให้เกิดการจ้างงานจำนวนมหาศาลในสายการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้ถูกตั้งคำถามจากเหล่านักวิเคราะห์ โดยบางส่วนมองว่าเม็ดเงินลงทุนที่ Apple ประกาศนั้น เป็นเพียงการใช้จ่ายตามปกติที่บริษัทควรทำอยู่แล้ว ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตขนานใหญ่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชื่อของทำเนียบขาว: มั่นใจว่าสหรัฐฯ มีทรัพยากร แรงงาน และขีดความสามารถเพียงพอที่จะผลิต iPhone ได้
  • อุปสรรคด้านวิศวกรรม: Steve Jobs เคยระบุว่าสหรัฐฯ ขาดแคลนวิศวกรจำนวน 30,000 คน ที่จำเป็นต้องใช้ควบคุมดูแลคนงานในโรงงาน
  • ความได้เปรียบของจีน: ไม่ใช่เรื่องของค่าแรงที่ถูก แต่เป็นเรื่องของ ทักษะเฉพาะทาง (Specialized Skills) และจำนวนแรงงานฝีมือที่รวมตัวกันในจุดเดียว
  • ความซับซ้อนของเครื่องมือ: การผลิต iPhone ต้องใช้เครื่องมือที่มีความแม่นยำสูงมาก (Precision Tooling) ซึ่งจีนมีความเชี่ยวชาญในระดับลึก
สรุปเปรียบเทียบมุมมองการผลิต iPhone ระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และผู้บริหาร Apple
หัวข้อเปรียบเทียบ มุมมองทำเนียบขาว มุมมอง Apple (Jobs & Cook)
ความเป็นไปได้ในการผลิตในสหรัฐฯ เป็นไปได้แน่นอน (Absolutely) เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ
ปัจจัยหลักที่ใช้ตัดสินใจ ทรัพยากรและแรงงานที่มีอยู่ ทักษะความชำนาญและจำนวนวิศวกร
จุดแข็งของฐานการผลิตในจีน มองว่าเป็นเรื่องของค่าแรง มองว่าเป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือ

วิกฤตขาดแคลนแรงงานฝีมือ: เหตุผลที่ Apple ยังต้องพึ่งพาจีน

หากย้อนกลับไปดูข้อมูลจากชีวประวัติของ Steve Jobs โดย Walter Isaacson จะพบว่า Jobs เคยชี้แจงกับอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ว่าปัญหาใหญ่ไม่ใช่เรื่องเงินทุน แต่เป็นเรื่อง บุคลากร โดยในจีนมีคนงานโรงงานถึง 700,000 คน ซึ่งต้องใช้วิศวกรถึง 30,000 คนในการสนับสนุนการผลิต ซึ่งเป็นจำนวนที่หาไม่ได้ในสหรัฐอเมริกา

ด้าน Tim Cook ซีอีโอคนปัจจุบันของ Apple ก็เคยให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่า จีนเลิกเป็นประเทศที่ค่าแรงถูกมานานแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้จีนเหนือกว่าคือ ความเข้มข้นของทักษะ (Quantity of Skill) โดยเฉพาะด้านการสร้างเครื่องมือผลิตที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งในสหรัฐฯ อาจมีวิศวกรด้านนี้ไม่กี่คนในห้องประชุม แต่ในจีนสามารถรวมตัวกันได้เต็มสนามฟุตบอลหลายสนาม

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมรัฐบาลทรัมป์ถึงเชื่อว่า iPhone ผลิตในสหรัฐฯ ได้?

รัฐบาลเชื่อว่าสหรัฐฯ มีทรัพยากรและแรงงานที่เพียงพอ และมองว่าการลงทุนมหาศาลของ Apple เป็นสัญญาณว่าบริษัทพร้อมที่จะย้ายฐานการผลิตกลับมา

อะไรคืออุปสรรคที่แท้จริงในการย้ายโรงงานจากจีนมาสหรัฐฯ?

อุปสรรคสำคัญไม่ใช่เรื่องค่าจ้าง แต่เป็นความขาดแคลนวิศวกรและช่างเทคนิคที่มีทักษะเฉพาะทางด้านเครื่องมือผลิตความแม่นยำสูง ซึ่งในจีนมีจำนวนบุคลากรเหล่านี้มากกว่าสหรัฐฯ อย่างมหาศาล

การลงทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ของ Apple หมายถึงการสร้างโรงงาน iPhone หรือไม่?

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเป็นการลงทุนตามปกติของบริษัท ไม่ได้หมายความว่าจะมีการย้ายสายการผลิต iPhone ทั้งหมดกลับมายังสหรัฐฯ

Steve Jobs และ Tim Cook มีความเห็นตรงกันในเรื่องนี้อย่างไร?

ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านแรงงานฝีมือในสหรัฐฯ ไม่เอื้ออำนวยต่อการผลิตสมาร์ทโฟนที่มีความซับซ้อนสูงในระดับปริมาณมากเท่ากับที่จีนทำได้